วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โตมากับ มานะ มานี ปิติ ชูใจ เจ้าโต


 

วานนี้(15 เม.ย.) เวลาประมาณ 10.00น.  โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

เจ้าของนิตยสารอะเดย์ ได้โพสต์ทวิตผ่าน @wongthanong  

ระบุข้อความ แสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไป ข

อง อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้ประพันธ์ หนังสือ “มานะ มานี ปิติ ชูใจ”  

ที่ถึงแก่กรรมอย่างสงบแล้ว เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ อายุรวม  82 ปี  

เป็นนักเขียนเจ้าของรางวัลนราธิป ปี 2556

เป็นผู้แต่งมานะ มานี ปิติ ชูใจชุดแบบเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษา

ในชั้นประถมปีที่ 1-6 ระหว่างปี พ.ศ. 2521- 2537

รวมทั้งสิ้น 12 เล่ม ซึ่งใช้ในการเรียนการสอนภาษาไทย

 

มานะ มานี ปิติ ชูใจ เป็นชุดแบบเรียนภาษาไทย ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 รวม 12 เล่ม (

ภาคเรียนละ 1 เล่ม) ซึ่งใช้ในการเรียนการสอนภาษาไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2521–2537

ขียนเรื่องโดยรัชนี ศรีไพรวรรณ และมีรูปภาพประกอบ

 

 

 

ซึ่งวาดขึ้นโดย เตรียม ชาชุมพร 

นักเขียนการ์ตูนและนิยายภาพ จากชัยพฤกษ์การ์ตูน, โอม รัชเวทย์ และปฐม พัวพิมล[1]

ประวัติ[แก้]

ที่มาของแบบเรียน เริ่มจากที่กระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าแบบเรียนภาษาไทย

ชุดที่ใช้อยู่ก่อนหน้านั้น มีเนื้อหาที่ไม่ทันต่อยุคสมัย จึงต้องการปรับปรุงหลักสูตรใหม่

โดยวางวัตถุประสงค์ให้นักเรียนอ่านแล้ว มีความรู้สึกสนุกสนาน เ

พื่อกระตุ้นให้อยากเรียนภาษาไทย แบบเรียนชุดนี้ ใช้เวลาเขียนอยู่นานกว่า 4 ปี มุ่

งให้ความรู้ทางภาษาไทย ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน หลังจากนั้นจึงนำมาปรับปรุง

และทดลองใช้เรียนจนแน่ใจว่า เนื้อหาที่นักเรียนประถมทั้งประเทศ ต้องอ่านเพื่อใช้ศึกษา

เป็นเรื่องราวอันบริสุทธิ์ดีงาม ไม่เป็นพิษเป็นภัย โดยกำหนดจำนวนคำ

ให้เรียนรู้ในแต่ละระดับชั้น ทั้งนี้ เมื่อแรกเผยแพร่ยังไม่มีชื่อ แต่รัชนีผู้เขียนเล่าว่า

มีผู้เรียกอย่างลำลองว่า ตำนานเด็กดี จนกระทั่ง พ.ศ. 2537 กระทรวงศึกษาธิการ

ประกาศยกเลิกแบบเรียนชุดนี้ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่ทันต่อยุคสมัย[2]

 

ดาวน์โหลดหนังสือเรียนมานีมานะ

สาระของบทเรียน[แก้]

มานะ มานี ปิติ ชูใจ มีเรื่องราว ตัวละคร และการดำเนินเรื่อง ซึ่งจำลองมาจากชีวิตจริง

เพื่อให้มีความสนุกสนาน ชวนให้สนใจอ่าน และเพิ่มทักษะการเรียนรู้ทางภาษา

ทั้งแสดงถึงบุคลิกภาพ และลักษณะนิสัยอันดีงาม ของแต่ละตัวละคร แต่ละบทจะมีภาพวาดประกอบ

โดยช่วงท้ายของแต่ละบท จะมีแบบฝึกเพื่อทดสอบความรู้ โดยกำหนดจำนวนคำพื้นฐาน

ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้ ไว้ในหลักสูตรของแต่ละระดับชั้น สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 จำนวน 4,000 คำ ป

ระกอบด้วย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 450 คำ, ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 800 คำ,

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1,200 คำ และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1,550 คำ

สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ไม่กำหนดจำนวนคำ[3]

 

 

ดาวน์โหลดหนังสือเรียนมานีมานะ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1[แก้]

เล่ม 1-2 รวม 40 บท มีคำใหม่ 450 คำ โดยเล่ม 1 นำคำที่สื่อความหมายได้ มาเรียงเป็นคำ ๆ

ผสมคำจากพยัญชนะบางตัวและรูปสระง่าย ๆ เริ่มจาก แม่ ก กา จนมีตัวสะกดทั้ง 8 แม่ 

คำควบกล้ำอักษรนำสระ, เครื่องหมายไม้ยมก, รูปวรรณยุกต์ทั้ง 4 รูป และเครื่องหมายทัณฑฆาต

 คำต่าง ๆ นั้นผูกเป็นเรื่องราว มีตัวละครจำนวน 5 คน ได้แก่ มานะ, ปิติ, วีระ เด็กหญิง 2 คน ไ

ด้แก่ มานี, ชูใจ มีสัตว์เลี้ยงประจำตัวเด็ก เช่น มานี มานะ มีหมาชื่อ เจ้าโต, วีระ มีลิง ชื่อ เจ้าจ๋อ,

ปิติ มีม้า ชื่อ เจ้าแก่ และชูใจ มีแมวชื่อ สีเทา

เล่ม 2 มีเนื้อหาสอดแทรกให้เด็กรู้จักรักสัตว์ รักเพื่อน รักธรรมชาติ รักษาความสะอาดในโรงเรียน

ตลาด มารยาทสังคม เช่นการกล่าวสวัสดี ขอโทษ และการใช้หางเสียง เป็นต้น

 

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2[แก้]

รวมมี 30 บท มีคำใหม่ 800 คำ ตัวละครยังคงเป็นชุดเดิม สอนคำใหม่อย่าง คำควบกล้ำ,

ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา, อักษรนำ การย้ำคำที่ สะกด โดยผูกกับเรื่องราว

ที่มีสาระเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เด็กควรรู้ ควรปฏิบัติ เช่น การศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียน,

ดวงจันทร์, รุ้งกินน้ำ, การเดินทางโดยรถไฟ, ภูมิประเทศสองข้างทางรถไฟ

ทำความรู้จักกับยานพาหนะชนิดต่าง ๆ เช่น เครื่องบินรถยนต์ 

ยังคงกล่าวย้ำเรื่องความสะอาดในสถานที่ต่าง ๆ วัฒนธรรมอย่างการขนทรายเข้าวัด 

ตักบาตร ลอยกระทง นอกจากนั้นยังสอนให้รู้จักเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สัญญาณจราจร,

การรู้จักบุคคลในท้องถิ่น เช่น สาธารณสุขอำเภอ, เกษตรอำเภอ, ตำรวจ, นายอำเภอ เป็นต้น

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3[แก้]

รวมมี 20 บท มีคำใหม่ 1,200 คำ สอนเรื่องคำที่สะกดไม่ตรงมาตราในแม่ต่าง ๆ,

การใช้ รร, ทร เป็น ซ, กลุ่มคำซ้อน, คำประวิสรรชนีย์,คำพ้องเสียงคำราชาศัพท์

ที่ควรรู้ ผูกเรื่องราวโดยแทรกนิทานพื้นบ้างอย่าง โสนน้อยเรือนงามศรีธนนไชยพระอภัยมณี 

ตอนสุดสาครปราบม้านิลมังกร, ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายชุมพลปราบจระเข้

นอกจากนั้นยังมี เรื่องความรู้ทั่วไปนำมาสอดแทรกอย่างเช่น ยาเสพติด

 กิจกรรมของลูกเสือ ความรู้เชิงธรรมชาติศึกษา และยังมีการนำวรรณคดีไทย

นิทานพื้นบ้าน แทรกเข้ามา ส่วนตัวละครเริ่มเห็นนบุคลิกภาพต่าง ๆ กัน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4[แก้]

รวมมี 30 บท มีคำใหม่ 1,550 คำ นอกจากการเรียนรู้ภาษาไทยยังมีให้ความรู้ในวิชาอื่น

ในส่วนภาษาไทย ความรู้ที่ได้เช่น เกมต่อคำไทย, กลุ่มคำ, รูปประโยคแบบต่าง ๆ,

สำนวน, พังเพย, ภาษิตต่าง ๆ, ปริศนาคำทาย, การเขียนจดหมาย, การบันทึกประจำวัน,

การใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เช่น ? ! ( ) ฯลฯ ราชาศัพท์ มีเรื่องวรรณคดีไทยอย่างเช่น

ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายแก้วคนังเงาะน้อยสังข์ทองรามเกียรติ์ 

ตอน หนุมานลองดีพระฤๅษี, สุวรรณสาม ในด้านการให้ความรู้ประวัติศาสตร์เช่น

ดอนเจดีย์, ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทรส่วนด้านประเพณีไทยเช่น สงกรานต์,

เล่นสะบ้าละครลิงเพลงพวงมาลัย ในด้านความรู้ด้านอาชีพ เช่น เกษตรอำเภอ,

การเลี้ยงปลานิล, การปลูกเงาะ, การเลี้ยงหอย นอกจากนั้นยังให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน

เช่น การทำโทรศัพท์อย่างง่าย อีกทั้งยังมีการสอดแทรกด้านจริยธรรม

เช่นการที่ปิติที่ไม่ยอมลอกข้อสอบของเพื่อน และตอนเก็บกระเป๋าสตางค์ได้แล้วนำไปคืนเจ้าของ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5[แก้]

ในหนังสือเรียนชั้นปีนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรกมี 20 บท ส่วนหลังเป็นนักเรียนค้นคว้านอกเวลา 4 เรื่อง

มีการเรียนรู้ ความหมายของคำ ทุ่ม-โมง, ย่ำ-ยาม, เกาะหนู เกาะแมว, เกษตรกรที่หุบกะพง

ส่วนด้านวรรณคดีไทย กล่าวถึงเรื่อง พระอภัยมณี ตอน สินสมุทร, รามเกียรติ์ ตอนน้ำบ่อน้อย

ด้านการละเล่นไทยพูดถึงลักษณะเพลงเกี่ยวข้าว เรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการท่องเที่ยวเช่น

เรื่องธรรมชาติของน้ำตก วีรกรรมที่บ้านบางระจันประเพณีบุญบั้งไฟ

ของชาวอีสาน และนิทานเรื่องสามัคคีเภท

ส่วนหลังของเล่ม ที่เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา 4 เรื่องคือ เรื่องนกกระจาบ,

เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่และหาเนื้อหาปลา, เรื่องการผจญภัยของผ้าขี้ริ้ว (ผลงานนักเรียน)

และ เรื่องแปล 1 เรื่อง คื่อเรื่องเมาคลีลูกหมาป่า

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6[แก้]

เล่ม 1 มี 10 บท โดยสอนเรื่องด้านต่าง ๆ ทั้งการฟัง, พูด, อ่าน, เขียน และคิด

เช่น การตั้งใจฟัง, การพูดในโอกาสต่าง ๆ, การเขียนจดหมาย, การใช้สำนวนอุปมาอุปมัย,

การเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล เป็นต้น ในส่วนวรรณคดี

เช่น เรื่อง พระรถเมรีพระสังข์ศิลปไชย มีการให้ความรู้ด้านประวัตศาสตร์

และตำนานอย่างเรื่อง พระยาพิชัยดาบหัก และประวัติวัดพนัญเชิง

 (พระเจ้าสายน้ำผึ้ง และนางสร้อยดอกหมาก) ในส่วนรัฐพิธี

กล่าวถึงพิธีพืชมงคลพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 

และการลงคะแนนเสียงตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนท้ายเล่มมีหนังสืออ่านนอกเวลา

3 เรื่องคือ ละครพูดเรื่อง พระร่วง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 สองตอน

บทละครเรื่อง ระบำดอกฝิ่น (ผลงานนักเรียน) และเรื่องสั้น ไอ้ตุ่น ของรัชนี ศรีไพรวรรณ

เล่ม 2 มี 10 บท มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมุดบันทึก สอนให้ฝึกหัดการบันทึก

ประวัตินักเล่านิทานอย่างอีสปและสุนทรภู่ ในด้านภาษา สอนการฝึกพูดโต้วาที

เรื่อง การอ่านยากกว่าการเขียน มีเนื้อหาวรรณคดีอย่าง รื่อง รามเกียรติ์

ตอนศึกทรพี ส่วนในบทสุดท้าย กล่าวถึงการเรียนจบประโยคประถมศึกษา

ในตัวละครของเรื่องก็แยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตของตน

ตัวละคร[แก้]

 
 
 
 
ภาพตัวละครในเรื่อง
  • มานะ รักเผ่าไทย : พี่ชายของมานี เลีี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่งชื่อ เจ้าโต เขาขยันตั้งใจเรียน
  • จึงมีผลการเรียนดี จึงเป็นนักเรียนคนเดียวของโรงเรียน
  • ที่สามารถเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 6
  • มานี รักเผ่าไทย : น้องสาวของมานะ เลี้ยงนกแก้วไว้ตัวหนึ่ง
  • เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนๆ เลือกตั้งให้เธอเป็นรองประธานนักเรียน
  • ปิติ พิทักษ์ถิ่น : เลี้ยงม้าไว้ตัวหนึ่งชื่อ เจ้าแก่ แต่ภายหลังก็ตายไปตามวัย
  • ทำให้ปิติเสียใจมาก ต่อมาเขาถูกรางวัลสลากออมสิน เป็นเงิน 10,000 บาท
  • จึงนำไปซื้อลูกม้าตัวใหม่ เพื่อทดแทนเจ้าแก่ และตั้งชื่อให้ว่า เจ้านิล
  • วีระ ประสงค์สุข : มีพ่อเป็นทหาร แต่เสียชีวิตในระหว่างรบ ตั้งแต่วีระยังอยู่ในท้อง
  • ส่วนแม่ตรอมใจ เสียชีวิตหลังจากคลอดวีระได้ 15 วัน
  • ทำให้เขาต้องอยู่กับลุงตั้งแต่เกิด และเลี้ยงลิงแสมไว้ตัวหนึ่งชื่อ เจ้าจ๋อ
  • ดวงแก้ว ใจหวัง : มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
  • ชูใจ เลิศล้ำ : เป็นเพื่อนสนิทของมานี เลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งชื่อ สีเทา 
  • เธอพักอยู่กับย่าและอาตั้งแต่ยังเล็ก โดยไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อแม่
  • ซึ่งความจริงก็คือ พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เธอมีอายุเพียง 1 ขวบ
  • ส่วนแม่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และต่อมาก็เดินทางกลับมา
  • ตั้งใจจะรับลูกสาวกลับไปอยู่ด้วยกัน แต่เธอเลือกจะอยู่กับย่าต่อไป
  • สมคิด : เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 6 แล้ว
  • เขาย้ายกลับไปอาศัยอยู่กับปู่ และศึกษาต่อชั้นมัธยมที่จังหวัดภูเก็ต
  • เพชร : เกิดในครอบครัวยากจน มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี
  •  เคยพุ่งฉมวกเข้าปักงูในอุโมงค์ เพื่อช่วยเหลือเพื่อน
  • แม่ของเขาถูกงูกัดเสียชีวิต ขณะเข้าไปเก็บหน่อไม้ในป่า
  • จันทร : เป็นเด็กหญิงพิการขาลีบข้างหนึ่ง ในตอนท้ายของเรื่อง
  • โรงเรียนคัดเลือกให้เป็นผู้แทนร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด"
  • รวมถึงอ่านทำนองเสนาะถวาย เฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  •  จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทาน
  • รับเธอไปผ่าตัดขาที่กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งหายเป็นปกติ
  • คุณครูไพลิน : เป็นครูประจำชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3
  • เมื่อคราวไฟไหม้ตลาด เธอมีโอกาสพบ ทวีป เกษตรอำเภอเป็นครั้งแรก
  • และต่อมาลูกศิษย์ของเธอ เป็นสื่อนำพาให้รู้จักคุ้นเคย และแต่งงานกันในที่สุด
  • โดยทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน
  • คุณครูกมล : เป็นครูประจำชั้น ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6

วัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

 

เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของโมเดิร์นด็อก

 มีเพลงหนึ่งชื่อ มานี (Manee) เนื้อเพลงเป็นบทร้อยแก้ว

จากบทเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1[4] ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

นำเค้าโครงของเรื่องนี้ มาเสนอเป็นละคอนถาปัด โดยให้ชื่อว่า มานีและชูใจ

    

จากนั้น นิตยสารอะเดย์ ฉบับที่ 5 ประจำเดือนมกราคม พ.ศ. 2544

นำเรื่องราวเกี่ยวกับแบบเรียนชุดนี้ มาเผยแพร่เป็นเรื่องจากปก

และต่อมายังเชิญรัชนี ผู้เขียนเรื่องตามแบบเรียนเดิม

ขอให้เขียนวรรณกรรมชุดใหม่ในชื่อ ทางช้างเผือก 

โดยนำเค้าโครงมาจากเรื่องดังกล่าว แล้วนำลงตีพิมพ์ระหว่างฉบับที่ 26

ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 จนถึงฉบับที่ 37

ประจำเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 รวมทั้งสิ้น 12 ตอน

ซึ่งเนื้อหาดำเนินไปอย่างสมจริงมากขึ้น และเป็นเรื่องยาวต่อเนื่องกัน

ต่างจากเรื่องราวในแบบเรียน ที่ต้องระมัดระวังในสำนวนภาษา

และถ้อยคำที่กำหนดให้เรียนรู้ตามหลักสูตร โดยในเดือนกันยายนปีถัดมา (พ.ศ. 2547)

สำนักพิมพ์อะบุ๊ก นำมาตีพิมพ์รวมเล่ม และเพิ่มเนื้อหาเรื่องราวมากขึ้น ร

วมทั้งมีตัวละครใหม่เพิ่มเติม หลังจากนั้นยังมีการพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง[5]

จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 ปรากฏว่าในเครือข่ายสังคมเฟซบุ๊ก

 มีผู้สร้างหน้าสำหรับแฟน (fanpage) จำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น มานีมีแชร์ เป็นต้น

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C/317428388394763?fref=ts

  

ต่อมาระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มีการจัดแสดงละครเวทีเรื่อง มานีและชูใจ ขึ้นโดยนำเค้าโครงของเรื่องนี้มาเขียนบทใหม่[6]

 

 **

.

.

นักเรียน เคารพ

 

........................................................................

ปล.

อันนี้ความเห็นเพื่อนผมในเฟส..ผมเห็นด้วยเลยยกข้อความมาครับ...
.
.

ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่ามีคนจะทำอนิเมชั่นเรื่อง มานี มานะ แ

ต่เนื้อหาอาจไม่ตามแบบเรียนเพราะ ติดเรื่องลิขสิทธิ์จากทาง กระทรวงศึกษา

แต่โครงการต้องพับไปเพราะไม่มีงบ จริงๆเรื่องราวดีๆแบบนี้ กลับไม่มีผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ สนใจ

น่าเสียดายแทนเด็กรุ่นนี้จริงๆ กะอีแค่เอามาทำเป็นหนัง ให้ได้้ดูกันเพื่อประเทืองปัญญา

ยังไม่ได้ดูกันเลย เฮ้อออ ประเทศไทย!!!!

 

................................................................................

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0_%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5_%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B9%83%E0%B8%88

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=379509118856084&set=a.263626803777650.1073741828.263499200457077&type=1&theater

http://news.mthai.com/general-news/322781.html

http://www.youtube.com/watch?v=FT5HGFRbhww

และอื่นๆๆ

โดย ความทรงจำเก่าๆ

 

กลับไปที่ www.oknation.net