วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สงกรานต์ : ถนนสายนี้คือคิดฮอด


สงกรานต์ : ถนนสายนี้คือคิดฮอด

สงกรานต์ถนนสายแห่งความคิดฮอดมุ่งสู่บ้านเกิด แม้ว่าจะอยู่แห่งหนใดก็ตาม  มนต์เสน่ห์แห่งบ้านเกิดเพรียกหาอยู่เสมอ

เสียงพระตีกลองไล่ไก่ก่อนรุ่งสาง ปลุกให้แม่ผู้รอคอยยิ้มแย้มรับขวัญวันใหม่ มื้อเช้าล่ะลูกสาวหล่าลูกแม่ จะได้ต่าวคืนมาบ้าน ไปอยู่หลายปีที่ กทม. ยังสบายดีบ่อหนอคำแพง

เหลืองดอกคูนบานงดงามกลางทุ่งแล้ง ต้อนรับการมาเยือนของลูกหลานจากทางไกล  วันเวลาแห่งการรอคอย ดาวเคลื่อนเดือนค้อยคองคอยเจ้าอยู่สู่ทาง  กรุงเทพฯ กรุงไทย ภาคใต้ ภาคเหนือ  ใกล้ ไกล ขอให้ส่งใจกลับคืนมากับสายลมร้อน

ลานวัดกลางหมู่บ้าน คึกคักไหว้พระเจ้าองค์ใหญ่ คึกครืนเสียงพิณ เสียงแคน คณะกลองยาวบ้านทุ่งแห่รอบบ้านรับคณะกฐินจากแดนไกล ทำบุญส่งใจในวันก้าวสุู่ราศีใหม่แห่งปี

บทเพลงจากนักร้องวงรำวงประจำหมู่บ้านคบงัน อิเหนารำพึง จากบ่าวประสาท คำภูษา เกาะสวรรค์คำชะอี จากลุงสมัย เสียงล้ำ ยังมีมนต์ขลังเสมอ ฟังสิ เสียงนั้นกลั่นออกมาจากหัวใจ

สงกรานต์ คำในภาษาสันสกฤต หมายถึง เคลื่อนย้าย การเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์ ผ่านหรือเคลื่อนย้ายเข้าไปในราศีใดราศีหนึ่ง

จักรราศี คือ รูปวงกลมในท้องฟ้า ซึ่งสมมุติว่าเป็นทางที่พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวพระเคราะห์โคจรเวียนผ่านไป

“โคจร” แปลว่า การเที่ยวไป หรือ ทางที่เทียวไปของพระอาทิตย์

จักรราศี แบ่งตามชวางออกเป็น ๑๒ ส่วนท่ากันเรียกว่า ๑๒ ราศี ซึ่งจะมีกลุ่มดาวเฉพาะแต่ละราศี

พระอาทิตย์โคจรเข้าไปในทิศทางใด จนกว่าจะผ่านพ้นราศีนั้นก็เป็นเวลา ๑ เดือน เมื่อครบ ๑๒ ราศี ก็จะเป็น ๑ เดือน

 

ชื่อเดือนนั้นตั้งตามสมมุติชื่อสมมุติของกลุ่มดาวแต่ละราศี โดยนำคำว่า “อายน” หรือ  “อาคม” ต่อท้าย ซึ่งแปลว่า “มาถึง” ทั้งสองคำ เดือนที่มี ๓๐ วัน (ต่อด้วย “อายน”) เดือนที่มี ๓๑ วัน (ต่อด้วย “อาคม”)

กลุ่มดาว ๑๒ ราศี มีดังนี้

เมษ         กลุ่มดาวแพะ

มิถุน        กลุ่มดาวคนคู่

สิงห       กลุ่มดาวสิงห์

ตุล           กลุ่มดาวคันชั่ง

ธนู           กลุ่มดาวธนู

กุมภ        กลุ่มดาวหม้อ

พฤษภ     กลุ่มดาววัว

กรกฎ      กลุ่มดาวปู

กันย        กลุ่มดาวรูปหญิงสาว

พฤศจิก   กลุ่มดาวแมงป่อง

มกร         กลุ่มดาวมังกร

มีน           กลุ่มดาวปลา

การนำ “อายน” “อาคม” เข้าไปต่อท้าย เช่น เมษ + อายน  = พระอาทิตย์มาถึงราศีดาว, มกร + อาคม = มกราคม (พระอาทิตย์มาถึงดาวมังกร)

วันเวลาที่พระอาทิตย์ผ่านจากราศีหนึ่ง และยกไปสู่อีกราศีหนึ่ง เรียกว่า “สงกรานต์เดือน”  ยามเมื่อพระอาทิตย์ยกเข้าไปสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน เขาเรียกเป็นพิเศษว่า “มหาสงกรานต์” เพราะเป็นวันย้ายปี ย้ายจากปีเก่า ยกขึ้นสู่ปีใหม่

การยึดวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ ๑๓ เมษายน เนื่องจากประเทศอินเดียในอดีต จะเป็นช่วงต่อจากฤดูหนาว จะเป็นฤดูวสันต์ (ฤดูใบไม้ผลิ)  นับเป็นห้วงเวลาที่ธรรมชาติ และผู้คนสดชื่น แจ่มใส ร่าเริง เบิกบาน ต้นไม้ออกดอกสวยงาม ธรรมชาติสดชื่น เหมือนฟื้นคืนชีวิตใหม่

สงกรานต์หนึ่งครั้ง เวลาผ่านไปหนึ่งปี หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของชีวิตและวัยของมนุษย์ทั้งเพิ่มขึ้นและลดน้อยลง เป็นสิ่งเตือนสติความเป็นไปข้างหลัง  และคิดตระเตรียมสิ่งที่หวังข้างหน้า

“สงกรานต์” แปลว่า “ก้าวไปดี” ก้าวไปอย่างดี ก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน หมายถึง ความสามัคคี เป็นเวลาสำหรับทุกคนจะร่วมใจกันแสดงความพร้อมเพรียงสามัคคีและน้ำใจไมตรี ช่วยกันทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม นำสังคมหรือชุมชนให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

 

 สงกรานต์ปี้นี้มีเรื่องราวดี ๆ ที่บ้านเกิดมาฝาก  นับตั้งวันสงกรานต์วันแรกในตอนสาย ๆ จะ มีพิธีเลี้ยงเจ้าปู่ทะดา ที่ศาลเจ้าปู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ในปีนี้เจ้าปู่ได้เข้าทรงร่างเทียม และฟ้อนรำอย่างสนุกสนาน เพราะว่าคณะหมอลำจากฝั่งซ้ายเมืองสะหวันนะเขตมาคบงัน เสียงกลองตุ้ม ปางฮาด (ฉาบ) จากทีมนักดนตรีประจำหมู่บ้าน  เป็นบรรยากาศย้อนยุคบุญประจำหมู่บ้านในอดีต ขอเจ้าปู่จงคุ้มครองลูกหลานตลอดไป 

ที่วัดประจำหมู่บ้านได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของหมู่ซึ่งสร้างเมื่อปี ๒๔๘๘  โดยพระลุน เขมิโย เจ้าอาวาสวัดเมื่อครั้งอดีต เพื่อให้ชาวบ้าน ลูกหลานได้นำดอกไม้ธูปเทียน น้ำอบ น้ำหอม เพื่อแสดงออกถึงความเคารพบูชา และสรงน้ำในวันสงกรานต์   นอกจากนั้นยังได้รดน้ำขอพรจากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ พร้อมกับลูก ๆ หลาน ๆ ในหมู่เครือญาติ

ในภาคบ่ายมีการแห่พระพุทธรูป พระสงฆ์ รอบหมู่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล และชาวบ้านถือโอกาสทำบุญกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเองและครอบครัว ตลอดทั้งให้ชุมชนอยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข

 

วันที่สองของประเพณีสงกรานต์ก็จะมีการเก็บดอกไม้วันสงกรานต์  ซึ่งในอดีตนั้นพระสงฆ์พร้อมญาติโยมจะพากันไปเก็บดอกไม้ในท้องถิ่น เช่น ดอกคูน ดอกกาซะเลา (ตะแบก) ซึ่งอยู่ตามหัวไร่ปลายนา หรือตามรายทาง เพื่อนำมาประดับภายในบริเวณวัด และบริเวณซุ้มสรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อเป็นพุทธบูชา

การเก็บดอกไม้ในสมัยนี้ชาวบ้านมีรถยนต์เป็นพาหนะในการเดินทางไม่ต้องเดินเลาะท่องเหมือนเช่นอดีต เพียงแต่ขับรถไปตามรายทาง  พบต้นดอกไม้ก็จอดลงไปเด็ดเอาตามชอบใจ  แต่ก็มีบางคนที่นำจากตลาดขายดอกไม้จากในเมือง เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกกุหลาบ ดอกเบญมาศ ก็ถือเป็นจิตกุศลและพุทธบูชาเช่นเดียวกัน

 

วันสุดท้ายสำหรับวันสงกรานต์ที่บ้านเกิดมีการขนทรายจากริมฝั่งลำน้ำห้วยทราย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านนำมาก่อเป็นเจดีย์ทราย ซึ่งก็ใช้รถยนต์เป็นพาหนะนำญาติโยมในการเดินทางและบรรทุกทรายเข้าสู่วัดเช่นเดียวกัน

 

การก่อเจดีย์ทรายมีแนวความเชื่อว่าเวลาที่เราเดินออกจากวัดจะมีทรายติดฝ่าเท้าออกไปด้วย จึงต้องหาวิธีทดแทนเม็ดทรายที่ติดฝ่าเท้าของเราออกไปด้วย แต่ในวิถีปฏิบัติแล้วถือว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนที่ได้ร่วมกันขนทรายเข้าวัด และร่วมก่อเจดีย์ทรายเป็นจิตกุศล และถวายเป็นพุทธบูชา

 

เจดีย์ทรายถูกก่อขึ้นเป็นรูปร่างอย่างง่าย ๆ โดยฝีมือของญาติโยมและเด็ก ๆ แห่งชุมชน  ก่อเป็นรูปเจดีย์แบบง่าย ๆ ตามจินตนาการและประสบการณ์ที่พบเห็น  นอกจากนั้นยังมีเจดีย์บริวารขนาดเล็กรายรอบ ประดับด้วยดอกไม้ ธุปเทียนบูชา

นับเป็นสิริมงคลของชาวบ้านทุ่ง ซึ่งในระหว่างก่อเจดีย์ทรายมีฝนตกลงมาโปรายปราย ทั้งญาติโยมและเด็ก ๆ นำดอกไม้มาประดับตกแต่งท่ามกลางสายฝน จะกลัวทำไมล่ะ ทำไรทำนา ตากแด ตากฝน มาชั่วนาตาปี พญาแถนเบื้องบนคงจะโปรยปรายสายฝนอันชุ่มฉ่ำลงมาในวันสงกรานต์

 

หลังฝนหยุดตกจึงเริ่มพิธีการทางสงฆ์ ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ บวชองค์พระเจดีย์ทราย ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ และถวายเป็นพุทธบูชา ดังคำภาวนาในขณะก่อกองทรายว่า

“อิมัง วาลุกัง เจติยัง อธิษฐามิ” 

ซึ่งแปลว่า “ ข้าพเจ้าขออธิษฐานพระเจดีย์ทรายนี้เพื่อบูชาพระรัตนตรัย”

สงกรานต์บ้านนา สงกรานต์กลางในเมืองหลวง ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวสาร ความสนุกสนานอยู่ที่ใจ และวัตรปฏิบัติที่เคารพในสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน ความงดงาม  ความยิ่งใหญ่ คงเปรียบเทียบกันไม่ได้ในแต่ละท้องถิ่น

แต่ในชนบทเล็ก ๆ ความยิ่งใหญ่อยู่ที่ผู้มาเยือนและผู้ที่รอคอย สื่อสัมพันธ์ผ่านน้ำอันชุ่มเย็น คือความสุขที่คุ้มค่าแห่งการรอคอย

สำหรับหลายท่านที่เล่นสงกรานต์อยู่กลางเมืองใหญ่ ไม่ได้กลับไปเยี่ยมยามบ้านเกิด เนื่องด้วยภาระกิจการงานที่รับผิดชอบ หรือการเดินทางที่ไม่สะดวก ขอส่งใจดวงใจเล็ก ๆ และความคิดฮอดมายังบ้านเกิด

ในยามที่เสียงกลองเพลจากหลวงพ่อส่งสัญญานให้ลงไป “สรงพระ” ที่วัดประจำหมู่บ้าน จิตใจ ชุ่มเย็น ชุมชื่น มั่นยืน อยู่ดีมีแฮงทุกท่านตลอดไป

ข้อมูลประกอบ

ป.อ.ปยุตโต.  สงกรานต์ ก้าวผ่านร้าย ย้ายสู่ดี.  ธรรมลีลา ชีวิตดี สุขภาพดี ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑๖๐ เมษายน ๒๕๕๗.

สำลี รักสิทธี. สืบสานตำนานงานบุญประเพณีอีสาน.  สำนักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนา จำกัด

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net