วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กิน เที่ยว อัพ!! ใต้ร่มกาสาวพักตร์ @ วัดพระธาตุศรีโสภณ ตอนที่2


สวัสดีครับ....

         พบกันอีกแล้วนะครับกับ กิน เที่ยว อัพ!!  แต่ก็ยังอยู่ภายใต้เรื่องเดิมนะครับ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในธรรมะ

แต่จะหาเวลาสักพักพาไปเที่ยว ตจว.นะครับ ในส่วน Entry นี้จะพูดเกี่ยวกับ.....

 สังขารของมนุษย์ไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง

เพราะมีการเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย!! ทำให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิด

 

            ถ้าจะถามว่าควรจะอยู่กับสิ่งไหน  ทำเพื่ออะไร  และทำแล้วได้อะไร  มันไม่ยากหรอกครับ  

มันเหมือนกับการที่คุณกินข้าวแล้ว “ คุณอิ่ม “ แต่ถ้าจะบอกว่าทำไม “ ปลูกถั่วเขียว “ ได้ “ ถั่วงอก  “

มันหมายความว่า เมื่อคุณปลูกพืชพันธุ์ต่างๆด้วยความเอาใจใส่ คุณก็จะได้ผลพันธุ์ออกมา

ก็เหมือนกันกับการกินที่ผมบอกตอนแรก  คุณเอาใจใส่กับการกิน เพื่อให้อิ่ม เพื่อให้หายหิว  

หลายคนก็บอกอีกว่าแล้วไหน ทำบุญ ดันได้บาป ทำชั่ว ดัน ได้ดี  ผมว่ามันไม่จริงหรอกครับ มันคือผลระยะยาว

ถามว่าคุณกินข้าวอิ่มแล้ว จะหิวต่อเลยหรือเปล่า  นั้นแหละครับ  คุณก็ยังไม่หิวในอีกสักระยะ มันก็เหมือนกันแหละครับ

ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะได้เลย คุณฝากเงินกับธนาคาร คุณยังไม่ได้ดอกเบี้ยทันทีเลยถูกมั้ยครับ^^

            แล้วถ้าจะถามว่าควรอยู่กับสิ่งไหน อยู่กับตัวของตัวเองให้มากที่สุด  แล้วคุณจะมีความสุข

อีกอย่างนะครับ การที่เราไม่เปรียบเทียบกับใคร  ไม่เอาใครมาเปรียบกับเรา นั้นแหละครับ

คุณจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด    

            แล้วถ้ามีคนถามว่า  อวัยวะในร่างกาย  อันไหนอยู่บน  อันไหนอยู่ล่าง  ตอบเลยครับไม่มีหรอกครับ 

ทุกอย่างเป็นสิ่งที่สร้างมาให้เราดำเนินตามธรรมชาติ  คุณลองนอนลงกับพื้นสิครับ   นั้นแหละครับ  ทุกอย่างอยู่เสมอกัน!!

            เหมือนกับตอนที่ผมบวช แล้วได้มีกิจนิมนต์ไปงานศพ  เป็นงานศพที่แฝงความรู้  แต่ทุกคนอาจจะฟังไปแบบหูทวนลม 

หรือ อาจจะไม่ได้จดจำ  คุณรู้มั้ยครับ  คนที่นับถือศาสนาพุทธทุกคนจุดจบอยู่ที่เชิงตระกอน  แล้วก็มาวัดโดยไม่ได้อะไรเลย 

นอนมาแบบท่อนฝืน ท่อนไม้  ...  ผมว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกครับ  มีลมหายใจ เข้าวัดกันหน่อยนะครับ

ถ้าคุณเปิดใจ  มันต้องมีอะไรที่คุณได้มั่งแหละ  ถ้าคุณไปแล้วไม่ได้  มาบอกผมเลย ^^ เดี๋ยวจะบอกให้ว่าได้อะไร

ผมจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังนะครับ  หลายคนคงได้อ่านเรื่อง ภรรยา4คนมาแล้วนะครับ ถ้ายังไม่เคย อ่านได้เลยครับ

ขอเขียนในสไตล์ผมนะครับ^^ .....

มีอยู่วันนึง  ผู้ชายคนนึงไปหาหมอแล้ว หมอบอกว่าคุณมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน ถ้ามีอะไรจะทำให้รีบทำ

เค้าเลยคิดถึงภรรยาทั้ง 4 คน  เลยไปหาเพื่อจะถามว่า  ถ้าเขาตายภรรยาจะทำยังไง

   ไปหา ภรรยาคนที่1 เป็นคนที่เขารักมากที่สุด ของที่สุด เมื่อเขาถามภรรยา ภรรยาตอบว่า  จะจัดงานศพและนำร่างไปเผา  เขาก็พอยิ้มได้

      ไปหา ภรรยาคนที่2  เป็นคนที่เขารักมาก  เมื่อเขาถามภรรยา ภรรยาตอบว่า  จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ 

เขาก็ยิ้มรับด้วยความยินดี

      ไปหา ภรรยาคนที่3 เป็นคนที่เขารัก เมื่อเขาถามภรรยา ภรรยาตอบว่า จะหาสามีใหม่ 

เขาก็ทำหน้าเศร้า น้ำตตและเดินจากไป

      ไปหาภรรยาคนที่4 เป็นคนสุดท้ายที่เขาไม่ค่อยเอาใจใส่   เมื่อเขาถามภรรยา ภรรยาตอบว่าถ้าสามีตาย

ภรรยาคนนี้ก็จะตายตามไปด้วย   ทำให้เขาน้ำตาตกร้องไห้  ไม่หยุด  และก็รู้ตัวว่าสายไปแล้ว ที่ไม่เอาใจใส่ ภรรยาคนสุดท้าย

      ก็เปรียบกับมนุษย์แหละครับ คนทุกคนก็แบบนี้ จุดจบคล้ายๆกัน จะเปรียบเทียบให้ฟังนะครับ

...ภรรยาคนแรกก็เหมือนกันกับ ร่างกายของคุณทุกคนแหละครับ เมื่อตายญาติพี่น้องก็จะจัดงานทำบุญ และนำร่างเข้าเชิงตระกอน 

  มันก็ไม่มีค่าอะไร เปรียบดังร่างกาย เป็นท่อนฝืน ท่อนไม้  เอาไปทำอะไรก็ไม่ได้

....ภรรยาคนที่2  ก็เปรียบเสมือนญาติ เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ที่พอเราตายแล้ว คนพวกนี้ก็ได้แค่ทำบุญให้เรา  แต่บุญส่วนบุญนะครับ

ไม่หัก ล้างหนี้กับบาป ^^

....ภรรยาคนที่3 ก็เปรียบเสมือน ทรัพย์สมบัติเงินตราของเรา  เมื่อตายไป เราก็เอาอะไรไปไม่ได้ 

ทรัพย์สมบัติก็ต้องตกเป็นไปเป็นของคนอื่น  บอกเลยครับ คนเราเกิดมาตัวเปล่า  ตายไปมีเหรียญในปาก

มีเสื้อผ้าติดตัวไปตอนเผา  ก็ถือว่าบุญแล้ว

....ภรรยาคนที่4 เปรียบเสมือน บุญกรรมต่างๆที่เราทำมา จะตามเราไปตลอด  ถ้าตอนมีชีวิตอยู่ไม่คิดจะทำ

ตายไปจะลุกมาทำก็ได้นะครับ ^^ มีเท่าไหนตามไปเท่านั้น

 

               หวังว่ามันจะเป็นความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ  ใน Entry นี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ

แต่ขอฝากอะไรหน่อยครับ  เคยสังเกตมั้ยครับว่า  คนเป็นลูกเมื่อพ่อแม่ เสียชีวิตก็จะจูงร่าง พ่อแม่ที่อยู่ในโลงที่ไม่มีลมหายใจ เข้ามาในวัด เมื่อได้เวลาเผาก็จูงร่างกายท่านมาเวียนรอบโบสถ์   บอกเลยครับ มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วครับ เคยถามตัวเองมั้ยครับ ในตอนที่ท่านยังมีลมหายใจทำไม ไม่คิดจะจูงมือท่าน จับมือท่านมาเข้าวัดบ้าง อย่าได้จูงเพียงแต่ร่างอันว่างเปล่าไร้วิญญาณเลยครับ  ขอบคุณครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนจบนะครับ

 

ปล. ยังมีตอนต่อไปอีกนะครับ ยังไงติดตามชมกันได้นะครับ

 

 

 

เที่ยวที่ไหนขอเป็นเมืองไทยก็มีความสุขแล้ว

สวัสดีครับ by เมฆๅ กิน เที่ยว อัพ!!

 

 

โดย เมฆๅ

 

กลับไปที่ www.oknation.net