วันที่ ศุกร์ เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย 7 (ฮานอย ทะเลสาบคืนดาบ)


                  

 

ทะเลสาบคืนดาบ แหล่งน้ำกลางเมืองฮานอย

                   (ต่อจากตอนที่แล้ว)หลังจากช้อปปิ้งสมุนไพรจีนจนจุใจ เราก็ออกเดินทางมุ่งสู่กรุงฮานอย โดยคุณเรียนไก้ด์ก็เล่าว่า ซึ่งที่มาของชื่อนั้น มาจากที่ตั้ง หรือ ภูมิศาสตร์ เพราะ"ฮานอย" หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ด้วยเพราะฮานอยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้ได้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 เพราะเห็นเมฆเป็นรูปมังกรเหินและลงตรงจุดนั้น จึงตั้งชื่อเมืองว่า "ทังล็อง" แปลว่า "มังกรเหิน"

แม่น้ำแดง แหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยง ชาวฮานอย

ฮานอย เมืองใหญ่อับดับสองของเวียดนาม

การเจริญเติบโต เมืองขยาย เพิ่มขึ้น มากกว่า 2 ใน 3 ใน 10 ปี

รถยนต์หรูเริ่มมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจเปิด


                   ต่อมาเพื่อหนีการรุกรานของข้าศึก (จีนรุกกรานปกครองเวียดนามตลอดกว่า 1,000 ปี) กษัตริย์ในราชวงศ์เหงียน จึงได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมืองเว้ แต่ในยุคล่าอณานิคมตะวันตกก็ถูกฝรั่งเศสเข้ายึดปกครอง โดยผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีน ราว 80 ปี
                   ฮานอยกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 โดยเวียดนามได้แบ่งแยกออกเป็นสองประเทศในยุคสงครามเย็น โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือที่เป็นฝั่งคอมมิวนิสต์ และไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้เป็นฝั่งประชาธิปไตยมีอเมริกันหนุนหลัง ซึ่งทำให้เกิดสงครามเวียดนามในคราวต่อ ในที่สุดเมื่ออเมริกันยอมถอนกองทัพ ฝ่ายเวียดนามเหนือมีชัย จึงมีการรวมประเทศอีกครั้งในปี พ.ศ. 2519 ฮานอย จึงกลับเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน ทั้งนี้ ลุงโฮ หรือ โฮจิมิน วีรบุรษของชาวเวียดได้รับการยกย่องสูงสุด จากชาวเวียด เพราะเป็นผู้เสียสละ ต่อสู้จนวาระสุดท้าย แม้ไม่ทันจะเห็นเวียดนามรวมชาติก็ตาม

ชาตินิยม คือ หัวใจสำคัญ

คนที่นี่ มีบทเรียนมากมาย จากการรุกรานของต่างชาติ

การจราจรบนถนน วุ่นวาย เฉพาะตัว

พืชไม้ดอก เป็นอาชีพสำคัญ


                   กรุงฮานอย เป็นเมืองใหญ่อันดับสอง รองจากกรุงโฮจิมิน หรือไซง่อนในทางเวียดนามใต้ มีประชากรราว 7 ล้านคน ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแดง เป็นเมืองแห่งศูนย์ราชการของเวียดนาม โดยกรุ่งฮานอย พึ่ง ครบรอบการสถาบปนาเมืองครบ 1,000 ปี ในปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา
                  ปัจจุบันกรุงฮานอย เป็นเมืองที่ขยายตัวรวดเร็วมาก คาดว่า ประชากรจะทะลุ 10 ล้าน ในปี 2558 เพราะมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นรองรับ อุตสาหกรรมเครื่องจักร ไม้อัด สิ่งทอ สารเคมี งานหัตถกรรมอุปกรณ์อิเล็คโทนิค และไอที

สะพานเหล็ก มรดกจากฝรั่งเศส ความภูมิใจของเวียดนาม


                  เมื่อเราข้ามสะพานเหล็ก กลางเมือง ไก้ด์ก็คุยว่า “นี่เป็นสะพานเหล็ก โดยการออกแบบของสถาปนิก คนเดียวกับที่ออกแบบหอไอเฟล อเมริกามาบอมตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ”

แฟชั่น วัยหนุ่มสาว

จักรยาน ยังนิยมไม่เบา

ศิลปะโมเสสบนกำแพงเมือง ฮานอย


                  รถวิ่งไป เราก็เห็นกำแพงเมือง ที่ก่อมาเพื่อกั้นน้ำในแม่น้ำแดงเอ่อท่วมเมือง ยาวกว่า 8 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางก็มีการตกแต่งโมเสสไว้สวยงาม แปลกตา มีการวาดภาพในแต่ละแบบ ที่ศิลปินของชาติต่างๆ ทั่วโลกได้มาช่วยสร้างสรรค์งานศิลปะบนกำแพง ครั้งเฉลิมฉลองครบรอบ 1,000 ปี ในปี พ.ศ. 2553


เซเว่นไม่มี การค้าขายแบบเร่ มีทุกย่าน บนฟุตบาท

 


                  รถบัสพาเราเข้าย่านเศรษฐกิจ ที่เป็นตึกแถวสูงประมาณ 4-5 ชั้น ทั้งสิ้น เพราะลักษณะการจัดสรรที่ดินจำกัดแค่รายละ 380 ตร.ม. ประกอบกับกฎหมายที่ดิน ที่ต่างชาติครอบครองกรรมสิทธิ์ไม่เกิน 20 ปี
                  ด้วยความที่ถนนแคบ คนก็แน่น มอเตอร์ไซค์ก็มาก และรถก็เยอะ บวกกับเป็นเมืองเก่า รถบัสจึงต้องจอดให้เราลงอีกที่ห่างไป 3 ช่วงตึก เราต้องเดินเป็นแถวไปร้านอาหาร คณะเราตื่นเต้นมาก เพราะไฟแดงก็ไม่มี เวลาข้ามไก้ด์ไทย (เครื่องบิน)ก็แจ้งให้พวกเรา เดินไปเรื่อยๆเวลาข้ามถนน ห้ามหยุด หรือถอยหลังรับรองไม่ชน แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ง่ายอย่างที่บอก เพราะเสียงแตรรถดังอื้ออึงไปทั่ว หนวกหูจริงๆ บนทางเท้าก็มีคนเดิน มีคนนั้งกินข้าวกินเบียร์(คนเวียดทานเบียร์มากว่าเหล้า เพราะราคาถูกมาก) แถมมีการก่อไฟต้มข้าวโพดหม้อยักษ์บนทางเท้า เราทั้งเดินทั้งวิ่งตามกัน เหมือนเล่นเกมชีวิต พลาดตายทำนองนั้น เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะกันทั้งคณะ


ต้มข้าวโพดกลางเมือง ย่านเศรษฐกิจ

กลัวไฟไหม้..จัง

 

อาคาร..ใหม่ๆ

 

สนุกสนาน กับ การข้ามถนน

 

มีอะไร??แปลกๆแน่ๆ

บางคน เงอะงะ..เกือบถูกชน

สูง..เพราะที่ดินจำกัด


                ในที่สุดเราก็ไปถึงภัตตาคาร เป็นภัตตาคารร้านอาหารฮาลาบแบบอินเดีย ซึ่งร้านมีลักษณะแคบ ลึก ยาวมาก ห้องน้ำก็มีชั้นละห้องใต้บันได แต่ตกแต่งได้หรูหราตามแบบภารตะ เมนูอาหารที่จัดวาง ก็แบบต้นฉบับแท้ๆเป็นโรตีแห้ง ข้าวผัดใส่ถั่ว แกงเครื่องเทศ แกงไก่หวานๆ แกงถั่วเขียว กุ้งทอดหัวหอม และเครื่องจิ้มผักพริกดองรสเปรี้ยวๆเค็มๆ ถึงจะหรูหราแบบสุลต่านน้อยๆ แต่ก็ไม่คุ้นลิ้นชาวใต้อย่างเรา ซึ่งเราก็ก้มหน้าก้มตาทานกันอย่างงงๆ ส่วนที่ประทับใจก็คือ พนักงานสาวชาวเวียด ของภัตรคารภารตะ มีหน้าตาจิ้มลิ้ม สะอาดสะอ้าน ยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรีจิตดีกับคณะเราจริงๆ


นายก อบต. งงๆกับการจราจร

 

ร้านฮาลาลน้อย เพราะ ฮานอย มีมุสลิมแค่ร้อยกว่าคน

และ แค่ 80,000 คน จากประชากร 91 ล้าน

 

คนมุสลิมไทยไปเปิดร้านอาหาร น่าจะรวยเละ

หรูแบบภารตะ

ยาวแคบ แต่ก็ สะดวกสบาย

สาวๆกำลังรอลุ้น รสชาดอาหาร


                นอกจากนั้นผู้จัดการร่น ยังเอาใบอนุญาต หรือใบรับรอง ร้านอาหารฮาลาล มาให้พวกเราดูด้วย คงทำเพื่อให้คณะเราสบายใจ เพราะระหว่างทางเดินก่อนขึ้นบันได ที่ร้านนี้จะมีหิ้งที่บูชาพระพิฆเนศ เทพในศาสนาฮินดูให้เราหลายคนคลางแคลงใจนั่นเอง

กุ้งทอดหอมใหญ่..อันนี้อร่อย

แป้งทอด

ซ๊อต เครื่องจิ้ม..รสเปรี้ยวๆเค็ม

กองทัพเดินด้วยท้อง

พนง. น่ารักมาก


                เราออกร้านอาหาร เพื่อเดินทางไปยังที่พัก คือ โรงแรมซันเซ็ท เวสท์เลค ฮานอย Sunset Westlake Hanoi Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมที่สะดวกสบายที่เดียว ผู้เขียนเปิดกระจกรับลมหนาวเต็มๆ เพื่อดูความมหัศจรรย์ของผู้คนในฮานอย ตรงสามแยกหน้าโรงแรม เพราะคนที่นี่ขับมอเตอร์ไซค์ลวดลาย ไม่มีไฟแดง แต่ไม่มีการชนกัน ดูจนเพลิน แล้วก็มีบางคน ลงไปเดินเล่น ดูวัยรุ่นที่เขาทานน้ำชา กาแฟกัน ซึ่งเมื่อมองข้ามไปยังร้านเคเอฟซี ที่อยู่อีกมุมหนึ่งของถนน คนที่นี่เขาไม่นิยมไก่เลี้ยงพันธุ์นอกอย่างที่ไก้ด์บอกจริงๆ


ร.ร.ที่พัก ทำเลดีมาก

 

สะดวกสบาย

 

 

วิวกลางคืน

มองมอเตอร์ไซค์เพลิน เคเอฟซี คนเข้าน้อยมาก

 


                 รุ่งขึ้น เราก็ไปทานกาแฟและอาหารเช้า บนชั้นสูงสุด ที่มีมุมที่สวยมาก มองเห็นหมอกไอหนาว ปกคลุมทะเลสาบคืนดาบ ตลอดจนเมืองฮานอย ทำให้รสชาติกาแฟในเช้านี้ พิเศษที่สุดเลยทีเดียว

 

รุ่งเช้ายิ่งสดชื่น

มอเตอร์ไซค์วิ่งตลอด เวลา

 

องนายก ประทับใจ มุมกาแฟกับวิวสวยๆ..มาก


                 8 โมงเช้า เราก็พร้อมกันที่รถบัส เพื่อลุยโปรแกรมพิพิธภัณฑ์การปฏิวัติ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม ตลาดดงซวน (Dong Xuan)และชมละครหุ่นกระบอกน้ำ จะเป็นอย่างไร... โปรดติดตาม  

 

ทะเลสาบคืนดาบ สวย..งาม

 

ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Ho Hoan Kiem หรือ ทะเลสาบคืนดาบ)
                ที่ตั้ง : ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่าฮานอย สำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอย ซึ่งไม่ได้มากับบริษัททัวร์ส่วนใหญ่นิยมหาที่พักในบริเวณเมืองเก่า ที่เปรียบได้กับถนนข้าวสารของเมืองไทย เพราะมีเกสต์เอาส์และโรงแรมราคาประหยัดมากมาย มีเอเย่นต์ทัวร์สำหรับเลือกซื้อแพ็คเก็จทัวร์หรือตั๋วเดินทางภายในประเทศทั้งทางรถบัส รถไฟ เครื่องบิน และยังมีร้านจำหน่ายอาหารประเภทพื้นเมืองและตะวันตกมากมาย และร้านขายของที่ระลึก
               • ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต (Le Thai Yo) ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้กับพวกหมิงจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์ และกล่าวกันว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจักพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า ทะเลสาบคืนดาบ
              

 

เอ็นทรี่แนะนำ

 1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

 2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

 3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)

4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

 5.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 5 (ฮาลองเบย์,ถ้ำสวรรค์)

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net