วันที่ จันทร์ เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประชาธิปไตยโมหาคติ


                                             ประชาธิปไตยโมหาคติ

             คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มรัก “เพื่อไทย”  พูดอยู่ตลอดเวลาว่า  เราอยากได้ประชาธิปไตย !

         คนนั้นก็อยากให้เป็นประชาธิปไตย  คนนี้ก็อยากได้ประชาธิปไตย  แต่ไม่ค่อยจะเคยได้ยินพูดกันเลยว่า  แต่ละคนรวมทั้งตัวท่านที่พูดเอง  

              มีอะไรจะให้แก่ประชาธิปไตยบ้าง  

              ส่วนมากมักจะคิดเอาจากประชาธิปไตย  

              สำหรับนักการเมืองที่หายใจเข้า-ออกเป็นตำแหน่งการเมืองนั้น  ถ้าเป็นประชาธิปไตยได้ก็สมัครผู้แทนได้   เป็นผู้แทนแล้วก็อาจจะมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี   นี่เป็นสิ่งที่เขาอยากจะได้จากประชาธิปไตยส่วนเขาจะทำอะไรให้ประชาธิปไตยได้บ้าง  ให้มันมั่นคงยั่งยืน  ให้มันรุ่งเรืองต่อไป  เราไม่ค่อยจะได้ยินเขาพูดกัน  

          เขาทำให้ประชาธิปไตย = การเลือกตั้ง

                และการไล่ล่า กกต.  ไล่ล่านักการเมืองพรรคอื่น  ก็เป็นการรักษาประชาธิปไตยด้วยสิ      

            สังคมที่ดีต้องมีกติกา และคนในสังคมต้องรักษากติกานั้น มีความเสมอภาคคือเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย   ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายเสมอหน้ากัน เพราะฉะนั้นความมีศีลและรักษาระเบียบวินัยเสมอกันจึงถือเป็นหลักสำคัญ

        เมื่อมีสถาบันตุลาการที่ปฏิบัติงานตามปกติ   แต่มีคนประกาศไม่ยอมรับสถาบันตุลาการ  ก็ทำให้มองต่อไปได้ว่า  พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงล้มสถาบันนั้น

                ทำนองเดียวกัน    เมื่อมีคนประกาศไม่ยอมรับสถาบันบริหารรัฐ (รัฐบาล)  ก็ทำให้มองต่อไปได้ว่า  พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงล้มรัฐบาลนั้น

                 ถ้าหากสถาบันประชาธิปไตยข้างต้น  วิปริต ทำผิด ทำเลว อย่างมาก  ผู้คนก็อาจยินดีที่จะเปลี่ยนแปลง     แต่ถ้าสถาบันข้างต้นทำงานตามปกติ    ก็คงไปเปลี่ยน ไปล้มสถาบันเหล่านั้นไม่ได้

                คำที่ต้องการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป   มักใช้วาทกรรมว่า “ทำเพื่อรักษาประชาธิปไตย” 

                แต่สังคมประชาธิปไตยนั้นมีลักษณะอย่างไร ?

             คนในสังคมประชาธิปไตยนี้อย่างน้อยต้องมีความเห็นความเข้าใจและความเชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตยร่วมกัน เริ่มแต่ยอมรับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนี้ แล้วถ้าจะให้เป็นประชาธิปไตยที่ดีก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของประชาธิปไตย อย่างน้อยก็เข้าใจเรื่องเสรีภาพ  

              คำว่า เสรีภาพ ไม่ใช่ทำอะไรละเมิดกฎหมายก็ได้ 

              แต่ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ  เสรีภาพแบบไทย ๆ นั้นก็คือสภาพอย่างที่ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช  เขียนเล่าไว้ว่า

              “กระผมเกิดเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งที  ตำรวจเกิด...บุกบ้านผม  ก็คนเมาทั้งนั้น พังบ้านพังช่องเสียหายหมด  เอาปืนไปยิงในบ้าน  ผมยังเก็บรอยลูกปืนไว้จนบัดนี้”

               สภาพที่กลไกรัฐปล่อยให้คนฝ่ายหนึ่งมีเสรีภาพไปไล่ล่าอาละวาดอย่างไรก็ได้   แต่กดดันคนอีกฝ่ายหนึ่งด้วยข้อหาทางกฎหมายต่าง ๆนานามากมาย

                ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อ “รัฐ”    แล้วรัฐบาลเองนั่นแหละเป็นฝ่ายเดือดร้อน

                การต่อสู้ของนักการเมืองที่ดีนั้น     ต้องต่อสู้เพื่อธรรม  ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อตนเอง   ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อหมู่คณะ   ไม่ใช่ต่อสู้ด้วยอคติ  ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อเกลียดคนนี้รักคนนี้  ต้องต่อสู้ให้แก่บุคคลอื่น   จะต้องต่อสู้ให้ธรรมะคือความถูกต้องนั้นเป็นฝ่ายชนะ   ไม่ใช่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะด้วยซ้ำไป

          แต่ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ  นักการเมืองแบบไทย ๆ เป็นสงครามความเห็นแก่ตัวและโมหะคติ !

 

โดย ทองแถม-นาถจำนง

 

กลับไปที่ www.oknation.net