วันที่ ศุกร์ เมษายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...เรื่องใกล้ตัว...


วันที่ ๒๕ เมษายน  พ.ศ.๒๕๕๗

ครบหนึ่งปี...การจากไปของน้องสะใภ้

จัดเตรียม

สังฆทาน  และ  อาหาร

รอถวายพระที่หน้าบ้าน

วันที่ ๒๗ เมษายน  พ.ศ.๒๕๕๗

เป็นวันนัดหมาย

เมื่อลูกหลานอยู่กันครบถ้วน

จะไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด

  

วันแห่งความพลัดพราก

น้องชาย...ยามกล่าวนำคำถวายสังฆทาน

น้ำเสี่ยงขาดช่วงตอน สั่นไหว

บ่งบอกถึงใจที่ยังไม่สร่างโศก

ภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อปีที่ผ่านมา

ยังลำดับแจ่มชัดภายในใจของเขา

คือความผูกพัน

หลังจากถวายสังฆทานและใส่บาตรในวันนี้

ทำให้ระลึกไปถึงอีกหนึ่งความตาย

ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันนัก

วันที่ ๒๕ ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๖

เป็นวันเสียชีวิตของหลานชาย  ลูกของพี่สาว

ด้วยอายุเพียง ๔๘ ปี

 

http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/2014/01/10/entry-1

หนึ่งชีวิต...

ที่ตกอยู่ในวังวนแห่งทุกข์

ซึ่งหมุนเวียนผ่านไป

ด้วยสำนึกในกรรม...

 

ช่วงท้าย

ประมาณสิบกว่าปีก่อนที่จะเสียชีวิต

พยาธิรุมเร้าเข้ามา

ทีละโรค  ทีละโรค  ทีละโรค  ...

สภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอก

ต้องรับทุกขเวทนาหนัก

รวมไปถึงจิตใจที่บอบช้ำ

 

ฉันรับรู้แล้วว่า...

ใกล้วาระสุดท้ายของเขา

แต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกล

จึงคุยกับเขาทางโทรศัพท์

รับฟังความทุกข์ของเขา  และ  ชวนเขาคุยเรื่องธรรมะ

 

จากเด็กที่ไม่สนใจธรรมะเลย

เมื่อเริ่มรู้ว่าตนมีหลายโรคภัยไข้เจ็บเข้ามารุมเร้า

เขาจึงเริ่มต้นอ่านหนังสือธรรมะ

ส่วนมากเขาจะอ่านหนังสือของท่านพุทธทาส

ส่วนหนังสือธรรมะของพระอาจารย์ท่านอื่น ๆ

ก็มีหลวงปู่มั่น  หลวงปู่ชา  พระอาจารย์มิตซูโอะ  ฯลฯ

เป็นแหล่งธรรมะที่เขาเลือกมาอ่านเอง

 

เขามักจะยกหัวข้อธรรมะ

ที่อ่านแล้วถูกใจ  หรือสงสัย

มาพูดคุย  ซักถาม  แสดงความคิดเห็น

ความเข้าใจในธรรมของเขาเจริญขึ้นเรื่อย ๆ

 

ระยะหลังมักจะพูดคุยกันเรื่องความตายมากที่สุด

เพราะฉันต้องการให้เขายอมรับได้ว่า...

เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  เป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดา

ที่ทุกคนต้องพบ 

ต้องเตรียมใจให้พร้อมรับสภาพนั้น

ด้วยใจที่ปกติให้ได้

 

จากที่พูดคุยกันมา

ใจเขาพร้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

หลายครั้งที่เขามักจะถ่ายทอดความรู้สึกในใจ

ที่แฝงเร้นอยู่และไม่เคยได้บอกกล่าวกับใคร

ในเรื่องของอกุศลกรรมที่เขาได้กระทำผ่านมา

ล้วนเป็นกรรมหนักนัก

 

ฉันพยายามเตือนเขา...

ให้อยู่กับปัจจุบัน

อกุศลกรรมต่าง ๆ เป็นอดีตที่ไม่อาจจะแก้ไขลบล้างได้

วางไว้ก่อนพยายามอย่าไประลึกถึง

ให้น้อมระลึกถึงแต่กุศลกรรมที่ได้กระทำมาให้กระจ่างชัดในใจ

เพื่อนำทางสุคติในยามลมหายใจสุดท้ายมาถึง

และให้อยู่กับปัจจุบันของลมหายใจเข้าออก

ให้จดจ่ออยู่ที่ลมหายใจเข้าออก

 

วันหนึ่งเขาเล่ามาพร้อมเสียงร้องไห้...

พยาบาลจะให้น้ำเกลือแล้วหาเส้นเลือดให้ไม่ได้

ต้องให้ที่ขาหนีบ

เวลาแทงเข็มลงไปเพื่อสอดเข็มเข้าในเส้นเลือด

มันเจ็บปวดทรมานมากที่สุด

เขาบอกมาด้วยเสียงร่ำไห้ว่า...

"ไม่เอาแล้วเรื่องกาม"

คำพูดนี้ของเขา

ทำให้ฉันได้รับรู้ว่า

เขาได้ตระหนักชัดถึงวิบากของกรรม(กาม)แล้ว

เขากำลังได้รับวิบากอันนั้นอยู่

ฉันปลอบใจเขาว่า...

อดทนนะแล้วก็  "ขออโหสิกรรมเขาเสีย

ว่า...ในปัจจุบัน  เรากำลังรับวิบากนี้แล้ว"

จะได้ไม่ต้องไปรับเอาในภพหน้า

หลายครั้ง...ที่เขาต้องรับน้ำเกลือตรงขาหนีบ

หลายครั้ง...ที่เขาโทรฯมาบอกพร้อมเสียงร้องไห้

หลายครั้ง...น้าพาอีกแล้ว ๆ ๆ ๆ

ทุกครั้ง...ฉันก็บอกเขาไปว่า...

ชดใช้เขาไป  บอกเขาไปว่า...ชดใช้กรรมให้แล้วนะ

 

เมื่ออาการวิกฤติต้องเข้าอยู่ในห้อง I.C.U.

วันหนึ่งเขาเกิดหลับไปไม่รู้สึกตัว

แพทย์พยาบาลต้องช่วยเหลือปั๊มหัวใจ

เขาฟื้นขึ้นมา

โทรศัพท์เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

แต่ฉันไม่ได้ถามรายละเอียดอะไร

เพราะเขาดูเหนื่อยมาก

เพียงแต่บอกเขาว่า...

ต่อไป...พอจะนอนหลับ

ก็ให้ดูลมหายใจเข้าออกไปตลอด

เขาบอกว่า...เขาท่องพุทโธอยู่ในใจ

 

เมื่ออาการดีขึ้น

ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้อง I.C.U.

ไม่กี่วัน...

เขาเกิดหลับไปอีก

พ่อเห็นอาการผิดปกติจึงไปบอกพยาบาล

ครั้งนี้ก็ได้รับการปั๊มหัวใจและฟื้นขึ้นมาได้

ฉันก็ย้ำเขาอีก...

ว่าพอจะหลับก็ให้ดูลมหายใจเข้าออก

หรืออยู่กับพุทโธตามถนัดก็ได้

 

หลังจากนั้นก็อาการดีขึ้นเรื่อย

ดูจะแข็งแรง

คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้

 

ทุกคนอยากให้เขาอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน

เพราะเป็นห่วงเรื่องเวลาที่เขาจะหลับไปแล้วไม่ตื่น

ห่างไกลหมอและพยาบาล

จะช่วยเหลือไม่ทัน

แต่เขาเองอยากกลับมาอยู่บ้าน

จึงต้องตามใจ

 

ช่วงนี้ดูเขามีกำลังแข็งแรง

พูดคุยทางโทรศัพท์เสียงดัง

หัวเราะแจ่มใส

 

ฉันจึงถามเขาว่า...

ตอนที่หลับไปนั้นมีอาการอย่างไร  เจ็บปวดหรือไม่

เขาเล่าว่า...

ครั้งแรก...

ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย

เหมือนหลับไปธรรมดา

พอเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา(หลังจากถูกปั๊มหัวใจ)

จะเห็นสีขาว ๆ  มัว ๆ

ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าหมอและพยาบาล

 

ครั้งที่สอง...

เขาบอกว่าเหมือนครั้งแรก

แต่สีที่เห็นก่อนที่จะฟื้นขึ้นมานั้น

เป็นสีขาวกระจ่างสว่างมาก ๆ

ต่างจากครั้งแรกมากทีเดียว

สีขาวสวยจริง ๆ

 

ฉันจึงเตือนเขาว่า...

อย่าประมาทนะ...สองครั้งแล้ว

ครั้งที่สามอาจจะหลับไปเลย

ต้องไม่ลืมเด็ดขาด

ก่อนนอนหลับทุกครั้ง...

ให้พร้อมที่จะตื่นถ้าได้ตื่น

และ

พร้อมที่จะไม่ตื่นถ้าจะต้องไม่ตื่น

วางทุกอย่างแม้แต่ตัวตนของตัวเอง

และต้องหลับไปกับการดูลมหายใจเข้าออก

หรือคำภาวนาพุทโธ

 

หลังจากนั้นก็โทรศัพท์คุยกันแทบจะทุกวัน

วันที่ ๒๔ ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๖

ก็ยังคุยธรรมะกัน

เสียงเขาดังแจ่มใส

วันที่ ๒๕ ธันวาคม  พ.ศ.๒๕๕๖

วันนี้

ใจฉันอยากให้เขาได้พักผ่อน

จึงไม่ได้โทรฯหาเขา

และ

คืนนี้...

เขาหลับสบาย

ไม่ต้องตื่นขึ้นมาวนอยู่ในวัฏฏะแห่งทุกข์อีก

 

ฉันตั้งจิต...

หนึ่งชีวิต

ดี-ชั่ว 

สำเร็จไปแล้ว

จงมีชีวิตหน้า

ที่เดินอยู่ในเส้นทางพระนิพพาน.  

 

 

โดย อักษราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net