วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

48 ปี ความตายที่ยังหายใจของ “จิตร ภูมิศักดิ์”


   วันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งจากไปเมื่อ 48 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นชายหนุ่มที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็น “ปัญญาชนปฏิวัติ” คนสำคัญของประเทศไทย เพราะเขาเป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักประวัติศาสตร์ และนักปฏิวัติ ในตัวคนเดียวกัน 

    ชายหนุ่มคนนั้นชื่อว่า “จิตร ภูมิศักดิ์”

    เขาจากไปในวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 ในวัย 36 ปี หลังทิ้งผลงานเขียนทางวิชาการ สังคมและประวัติศาสตร์ไว้มากมายเกินคณานับ เขาถูกยิงที่ชายป่าหมู่บ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร หลังลงจากภูเขาแล้วเข้าผิดหมู่บ้านเพื่อขอเสบียงอาหารไปให้มิตรสหายร่วมรบบนภูสูง ทำให้บัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้นี้ ถูกสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อ.ส.) ซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันไล่ยิงจนเสียชีวิตอยู่ริมชายป่าในเวลาต่อมา

    ทิ้งไว้แต่เพียงความทรงจำของผู้คนร่วมสมัย และชีวประวัติอันยิ่งใหญ่ที่สอดคล้องกับภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่เขาแบกรับ หนังสือที่เขาเขียนมากมายหลายเล่มกลายเป็น 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ตามโครงการวิจัยเพื่อคัดเลือกและแนะนำหนังสือดีในรอบศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็น “บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์”, “โฉมหน้าศักดินาไทย” หรือกระทั่งหนังสือที่ว่ากันว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดของจิตร ภูมิศักดิ์ เรื่อง “ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ” หนังสือที่ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เคยยกย่องว่า วิทยานิพนธ์ในโลกเกี่ยวกับภาษาไทยไม่มีที่ใดดีเท่านี้มาก่อน

    ชีวิตอันมีภาระหน้าที่ของจิตร ภูมิศักดิ์ นั้น โลดแล่นหวาดเสียวมาแต่เยาว์ ด้วยความคิดที่ก้าวหน้า ตั้งคำถามและใฝ่หาคำตอบ เขาเคยสอบวิชาภาษาไทยได้ถึง 100 คะแนนเต็มจน พระยาอนุมานราชธน ครูผู้สอนต้องหักออก 3 คะแนน เพราะกลัวเขาจะเหลิง ในวัย 23 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกนิสิตวิศวกรรมศาสตร์รุมทำร้ายโดยการจับ “โยนบก” กลางหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะทำหน้าที่สาราณียกรให้กับหนังสือประจำปีของมหาวิทยาลัย และเปลี่ยนแปลงเนื้อหาประเพณีนิยมแบบเก่าๆ เป็นบทความที่สะท้อนปัญหาสังคมมากขึ้น

    ต่อมาในปี 2501 เขาถูกเผด็จการทหารโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จับกุมคุมขังเป็นนักโทษการเมืองถึง 6 ปีในคุกลาดยาว ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในและภายนอกราชอาณาจักร และกระทำการเป็นคอมมิวนิสต์ อันเป็นข้อหายอดฮิตของนักศึกษาปัญญาชนในยุคนั้นหลายคน และในพันธนาการนี้เอง เขาได้ใช้เวลาผลิตผลงานที่มีคุณค่าไว้มากมาย

    ภายหลังได้รับการปลดปล่อยและพ้นข้อกล่าวหาในปี 2507 จิตร ภูมิศักดิ์ นำแฟ้มงานเขียนเรื่อง “ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ” ฝากไว้กับ สุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของเมืองไทย ให้ช่วยเก็บรักษาต้นฉบับและช่วยจัดพิมพ์ให้เมื่อมีโอกาส หลังจากนั้น จิตร ภูมิศักดิ์ จึงเดินทางเข้าเขตป่าเขาเข้าร่วมกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ใช้ชีวิตปัญญาชนปฏิวัตินับแต่นั้นมา ต้นฉบับดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้โดยใส่กล่องฝังดินไว้ในสวนฝั่งธนบุรี และถูกขุดขึ้นมาจัดพิมพ์อีกครั้งในปี 2519 ก่อนหน้าเหตุการณ์ 6 ตุลาคมไม่นาน

    สุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เคยพูดถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ว่า “ตลอดเวลาหลายปีที่ได้รู้จักกันจนกระทั่งเขาจากไป จิตร ภูมิศักดิ์ มีความสำนึกที่หนักแน่นที่สุดอันหนึ่งที่ว่า เขามีภาระธุระ หรือภารกิจทางประวัติศาสตร์ ที่จะต้องทำประโยชน์ให้แก่มนุษย์ส่วนใหญ่ ต้องทำให้เพื่อนมนุษย์ส่วนใหญ่มีความเจริญก้าวหน้า มีสถาพรภาพ มีความเป็นธรรมในสังคมโดยถ้วนหน้า เขาจึงได้ต่อสู้ตลอดมา เขาได้เคยทดลองต่อสู้ตามแนวที่บัณฑิตทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีรุ่นเก่าได้เคยทำมาแล้ว” 

    “และในที่สุดเขาก็พบวิธีการตามแนววัตถุนิยมประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักและเงื่อนไขที่ให้ความสว่างไสวแก่ภูมิปัญญาของเขาอย่างแจ่มชัดที่สุด และเขาได้ยอมรับเชื่ออย่างฝังลึก เนื่องจากมันเป็นหลักและเงื่อนไขซึ่งเกาะแน่นอยู่กับประชาชน”

    การที่เขาเป็นทั้งนักทฤษฎีและนักปฏิบัติในตัวเอง และเสียสละภายใต้อุดมการณ์ที่ถือเป็นภาระหน้าที่นี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของเขาได้รับการยกย่องนับถืออย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้มีการพิมพ์หนังสือของเขาเผยแพร่ซ้ำอย่างมากมายกว้างขวางอีกครั้ง ยิ่งทำให้ชื่อของเขาประทับในใจของคนหนุ่มสาวมากมายในยุคนั้น ไม่ต่างจากการชื่นชมนับถือวีรบุรุษนักปฏิวัติของคนหนุ่มสาวทั่วโลกอย่าง เช กูวารา แต่อย่างใด

    ว่ากันว่า หากในโลกนี้ ประเทศจีนมียอดกวีชื่อ “หลู่ซิ่น” รัสเซียมี “แมกซิม กอร์กี” ประเทศไทยก็มี “จิตร ภูมิศักดิ์” ให้นับถือคารวะไม่น้อยหน้ากัน ทั้งสามคนเป็นนักคิดนักเขียน และยังเป็นนักปฏิวัติที่ยอมค้อมหัวเป็นงัวงานอุทิศความรู้รับใช้สังคมจนวาระสุดท้ายของชีวิต ภายใต้เข็มทิศที่เป็นภารกิจทางประวัติศาสตร์

    นั่นทำให้ความตายของจิตร ภูมิศักดิ์ อาจตายจากไปในประวัติศาสตร์ของคนที่ไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่ไม่เคยตายจากไปจากผู้ใฝ่หาเรียนรู้ผลงานและชีวิตของเขา 

    ปัจจุบันบทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ที่เขาแต่งขึ้น ถูกร้องขับขานในเวทีการชุมนุมทางการเมืองทั้งของ กปปส. และ นปช.

 

  

เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ แทบลอยด์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2557

 

 

ประพันธ์บทเพลงโดย จิตร ภูมิศักดิ์

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net