วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาหารจากวิถี โหนด นา ป่า เล แห่งลุ่มทะเลสาบสงขลา


ด้วยวิถีแห่งเรา ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมโหนด นา ป่า เล ไม่ว่าจะจากเริน(เรือน/บ้าน)ไปไกลเพียงใด

หากยังคงคิดถึงและซาบซึ้งกับรสชาติของอาหารอันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งเกิดจากการผสมผสานภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งไทใต้ มลายู เปอร์เซีย จีนฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ไหหลำ แขะ( ฮากกา ป่านซานข่า) ฯลฯ ในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลา

เกิดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่คงความหลากหลายหากหลอมรวมจนเป็นหนึ่งที่เรียกว่า "ไทยปักษ์ใต้"

 ครั้งหนึ่งเพื่อนสนิทกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่ไปเรียนอยู่อเมริกานับสิบปี แวะมาหาถึงบ้าน เรายังคงสนทนาประสาเพื่อนไม่มีหัวโขนที่หนักอึ้งบ่นบ่าของคนทั้งคู่

" ไอ้แก่กูอยากกินอาหารปักษ์ใต้แบบบ้านเรา" 

" ได้งั้นมึงรอไอ้ห้อย กูไปตลาดเดี๋ยวกลับมาทำให้มึงกิน" เราสวนทันควันด้วยฉายาที่เรียกกันมาสมัยมัธยม

"กูไม่กินฝีมือมึงหรอก กูอยากกินเผ็ดๆ มึงเข้าใจปะ รสมือลูกหลานจีนฮกเกี้ยนกับพวกแต้จิ๋วปนไทยแบบมึง มันเผ็ดไม่ถึงใจ"

โหหหหหห มันรากไปถึงโคตรเหง้าศักราช แต่ผู้เขียนก็ยอมรับว่าที่บ้านทำกับข้าวใต้เป็นทุกแกง หากไม่เผ็ดถึงใจอย่างพื้นที่ลุ่มทะเลสาบทาง นครศรีฯ และพัทลุง

ผู้เขียนจึงต้องขับรถพาเพื่อนสนิท ข้ามไปยังฝั่ง"แผ่นดินบก" แหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของลุ่มทะเลสาบสงขลา ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ด กินแล้วต้องอ้าปาก กว้าง ๆ จะได้สะใจให้หายอยากคิดถึงบ้าน


เราสั่งมาสี่อย่าง แต่เก็บภาพไม่ทัน เพราะมันจ้วง แบบที่เราอ้าปากกว้างเช่นกัน มันกินเข้าไปได้ไงวะ เผ็ดชิหาย

 

เมนูแรก ผัดเผ็ดปลากด

เมนูที่สองแกงส้มปลาขี้ตังลูกเขาคัน (ที่กลับมาทำแล้วอร่อยไม่เท่าร้าน)

เมนูที่สามคั่วกลิ้งไก่บ้าน

เมนูที่สี่ ต้มส้มตาลโตนดปลากระบอกเลสาบ(ตัวเล็กแต่เนื้อหวานมัน ไม่จืดชืดเหมือนกระบอกจีน)


ปกติ แกงส้ม ผัดเผ็ดและคั่วกลิ้ง ในสำรับกับข้าวของชาวใต้จะไม่จัดสำรับเช่นนี้ เพราะอาจทำให้ท้องเสียไม่ดีต่อสุขภาพ เกิดอาการมวลท้องได้ เนื่องจากรสชาติที่เผ็ดร้อน จากพริกไทยแห้ง พริกไทยสด พริกขี้หนู พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ ขมิ้น ที่ตำรวมกันอยู่ในเครื่องแกงผัดเผ็ด คั่วกลิ้ง และ แกงส้มที่ไม่มีตะไคร้ หากมีพริกไทยแท้ (ไม่ใช่พริกไทยขวดจากโรงงานที่ทำจากพริกสดผสมแป้งและแต่งกลิ่น ข้อมูลนี้เกิดจากการทำงานวิจัยและการสัมภาษณ์ผู้ค้าส่งพริกหอมกระเทียมรายใหญ่ในปากคลองตลาดให้กับโรงงานพริกป่นแห่งหนึ่ง) หอม กระเทียม เกลือ กะปิ ที่โขลกผสมรวมกัน ล้วนแต่มีรสเผ็ดร้อนทั้งสิ้น

 แต่เมื่อแขกต้องการ เจ้าภาพเช่นเราก็กล้าจัดเต็ม และนั่งมองมันกินอย่างมีความสุขเพราะกินไปน้ำตาไหลไป ไม่รู้ว่าเพราะซาบซึ้งกับอาหารพื้นบ้านหรือทรมานสังขาร ฮ่าๆๆๆ

และด้วยเกรงว่าจะทรมานความรู้สึกคนอ่านเกินไป จึงนำขนมพื้นบ้านจากวิถีแห่งเรามาเสริฟพร้อมกัน

ลูกโหนดน้ำเทะ
 (ลูกตาลโตนด น้ำกะทิสด และน้ำตาลโตนด วิธีทำ หั่นลูกตาลสดพอคำ น้ำกะทิตั้งไฟอ่อนๆใส่น้ำตาลโตนด เกลือเล็กน้อย เคี่ยวพอน้ำตาลโตนดละลาย ลูกตาลสดที่หั่นพักไว้เทผสมรวมในหม้อ เป็นอันเสร็จ เราจะได้กลิ่นหอมของตาลโตนดและน้ำกะทิ เวลาจะรับประทานอาจใส่น้ำแข็งสำหรับคนที่ชอบรสเย็น แต่ถ้าทานโดยไม่ใส่น้ำแข็งจะได้รสชาติและเสน่ห์ดั่งเดิม)

กลับมาสงขลา กลับมาอยู่กับธรรมชาติแบบชาวเล เพราะทะเลมีคลื่น อินเตอร์เนตก็คลื่นแรงพี่น้องชาวโอเค จะได้อ่านเรื่องสนุกกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปกลับไปอยู่บ้านในเมืองบางกอกเสียนานนะคะ ฮ่าๆ มันเกี่ยวกันไหมนะ (บก.ชาลี อย่าดุหนูนะคะ อิอิ)

โดย เคียงดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net