วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Newsroom ช่องข่าวที่เราอยากดู


 

สมมติว่า  คืนนึง.. เราเปิดโทรทัศน์เพื่อจะดูข่าวสารรายการอะไรของเราตามปกติ  แต่แทนที่จะได้เห็นผู้ประกาศรายงานข่าว

เรากลับเปิดมาเจอผู้ประกาศข่าว.. ประกาศแบบนี้

 

 

"สวัสดีครับ ผมวิล แมคอะวอย  นี่คือรายการ นิวส์ไนท์  เมื่อสักครู่เป็นภาพข่าวของริชาร์ด คลาร์ก อดีตหัวหน้าฝ่าย

ต่อต้านการก่อการร้ายสมัยปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุช ให้การต่อหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2004

คนอเมริกันชอบช่วงเวลานั้น..  ผมก็ชอบ  ผู้ใหญ่ควรกล้ายอมรับว่า คนเราย่อมทำผิดพลาดกันได้"

 

 

ฉะนั้น คืนนี้ผมจะเปิดรายการด้วยเทปคุณคลาร์กกล่าวขอโทษต่อประชาชนอเมริกันสำหรับความล้มเหลวของเรา 

ความล้มเหลวของรายการนี้  ระหว่างที่ผมดำเนินรายการในการให้ข่าวสารและความรู้ต่อคนอเมริกันผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 

 

( ดูถึงตอนนี้เราอาจคิดว่า เราหูฝาด ตาฝ้าฟาง ..เกิดอะไรขึ้น? ถูกยุบรายการเรอะ!)

 

 

"ขอกล่าวให้ชัดเจนว่า ผมไม่ได้ขอโทษในนามของนักข่าวผู้ร่วมอาชีพทุกท่าน หรือกล่าวว่า นักข่าวทุกท่านควรต้องขอโทษ

ผมพูดในนามของตัวเอง  ผมเคยมีส่วนร่วมทำให้เกิดความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ไม่มีการยอมรับ

และไม่ได้รับการแก้ไขจนนำเรามาสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน.. 

 

ผมเป็นผู้นำในวงการที่ประกาศผลการเลือกตั้งผิด สร้างความหวาดกลัวต่อการก่อการร้าย 

ก่อให้เกิดประเด็นโต้แย้งและล้มเหลวในการรายงานการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในประเทศเรา 

ตั้งแต่การล่มสลายของระบบการเงินการธนาคาร ไปจนถึงข้อเท็จจริงด้านความเข้มแข็งของเรา

รวมถึงภัยต่างๆที่เรากำลังเผชิญอยู่ .. 

ผมเป็นผู้นำในวงการที่นำท่านไปสนใจในเรื่องที่ไม่สมควรเช่น ความเก่งกาจของแฮร์รี่ ฮูดินี่ขณะที่ส่งเหล่าผู้กล้าของเรา

ทั้งหญิงและชายนับแสนนาย ถูกส่งไปรบโดยขาดความเอาใจใส่ที่ควรได้รับ

สาเหตุความล้มเหลวของเราไม่ใช่เรื่องลึกลับเลย เรากระโจนเข้าใส่ ยอดเรทติ้ง"

 

 

ปฐมบทของการสื่อสารมวลชน การกระจายเสียงแพร่ภาพของโคลัมบัสและแม็กเจลแลน วิลเลี่ยม เพลีย์

และเดวิด ซาร์นอฟ ไปวอชิงตันเพื่อเจรจากับรัฐสภา ความเห็นบรรณาธิการ รัฐสภาจะอนุญาตให้สถานีโทรทัศน์

ที่กำลังพัฒนาสามารถใช้คลื่นอากาศที่ผู้เสียภาษีเป็นเจ้าของได้ฟรี เพื่อแลกกับบริการสาธารณะ 

 

การบริการดังกล่าวคือ การออกอากาศ 1 ชั่วโมงนอกเหนือจากการแพร่ภาพข้อมูลข่าวสารทุกคืน

หรือที่เราเรียกกันว่า ข่าวภาคค่ำ

รัฐสภาคาดการณ์ไม่ถึงเรื่องขีดความสามารถมหาศาลของสถานีโทรทัศน์ที่มอบสู่ผู้บริโภคและการโฆษณาได้

จึงไม่ได้บรรจุข้อกำหนด1ข้อลงในสัญญานั้น ที่จะเปลี่ยนแปลงการปาฐกถาระดับชาติให้ดียิ่งขึ้นมากมายมหาศาล 

 

รัฐสภาลืมกำหนดให้ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ตาม ห้ามมีโฆษณาเพื่อการค้าระหว่างแพร่ภาพให้ข่าวสาร 

พวกเขาลืมบอกว่า ผู้เสียภาษีจะให้สัญญานอากาศกับคุณฟรี 

 

และ23 ช.ม.ที่เหลือของทุกวัน คุณสามารถหากำไรได้  แต่1ช.ม.ทุกคืน คุณทำงานให้เรา!

 

 

 

  ปัจจุบันนี้ การรายงานข่าวของสถานีเหล่านั้น ผู้ประกาศข่าวตั้งแต่อดีต เหล่านักข่าวตัวจริง

เช่น เมอร์โรว์ รีสเนอร์ ฮันท์ลีย์ บริงค์ลีย์ บั๊คลีย์ ครอนไคต์ แรเธอร์ และรัสเสิร์ต 

ตอนนี้พวกเขาต้องแข่งขันกับคนแบบผม ผู้ประกาศข่าวทีวีเคเบิ้ลที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันกับเหล่า

โปรดิวเซอร์ของเจอร์ซี ชอร์  และธุรกิจของเราไปได้ดี..

 

 

แต่นิวส์ไนท์กำลังจะเลิกทำธุรกิจแบบนั้น  ผู้ชมอาจจะแปลกใจ นักข่าวผู้ยิ่งใหญ่บางคนของอเมริกัน

ที่ยังอยู่ในวงการปัจจุบัน เหล่าอัจฉริยะมากด้วยประสบการณ์ และผู้ที่ทุ่มเทให้กับการรายงานข่าวโดยไม่สั่นคลอน

 

 แต่ปัจจุบัน เสียงเหล่านี้กลายเป็นเสียงส่วนน้อย พวกเขาหมดหนทางต่อสู้กับคณะละครสัตว์  

เมื่อถูกคณะละครสัตว์บุก คู่ปรับนั้นเหนือกว่ามาก 

ผมขอลาออกจากคณะละครสัตว์  ขอย้ายทีม  ผมจะเข้าร่วมกับคนที่จะได้เงิน ผมย้ายแล้ว

พวกเขายังคิดว่ายังชนะได้อยู่  หวังว่าพวกเขาจะสอนอะไรผมได้บ้าง..

 

 

นับแต่นี้ไป.. เราจะคัดสรรข่าวและวิธีนำเสนอกับคุณโดยอยู่บนพื้นฐานความจริง

ว่าจะไม่มีอะไรสำคัญต่อประชาธิปไตยไปกว่าการให้ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง  

เราจะพยายามขยายเนื้อหาสาระ เพราะเราทราบขณะนี้มีข่าวสารเพียงน้อยนิดที่ปรากฎเป็นข่าว

 

 

เราจะเป็นแชมป์ข่าวจริง และเป็นศัตรูตัวฉกาจกับการเสียดสี การคาดเดา การกล่าวเกินจริงและเรื่องไร้สาระ 

เราไม่ใช่บริกรในร้านอาหาร.. ที่เสิร์ฟข่าวสารตามที่คุณร้องขอในแบบที่คุณชอบ 

และเราก็ไม่ใช่คอมพิวเตอร์.. ที่จะใช้แต่ข้อเท็จจริง เพราะข่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเมื่อเป็นเชิงมนุษยชาติ 

 

 

 ผมจะไม่ยัดเยียดความเห็นส่วนตัวของผม และพยายามอย่างยิ่ง 

เพื่อให้ท่านได้ทราบความคิดเห็นที่แตกต่างจากผม  

ท่านอาจตั้งคำถามว่า "เราเป็นใครถึงตัดสินใจเช่นนี้" 

เรา คือแมคเคนซี่ แมคเคลและผม คุณแมคเฮลเป็นโปรดิวเซอร์บริหารของเรา

 

 เธอควบคุมดูแลแหล่งข่าวนับ100 ชีวิตตั้งแต่นักข่าว โปรดิวเซอร์ นักวิเคราะห์ และเจ้าหน้าที่เทคนิค

เอกสารอ้างอิงของเธอพร้อมให้ตรวจสอบ ผมเป็นบรรณาธิการจัดการของนิวส์ไนท์

เป็นผู้ตัดสินใจเด็ดขาดกับทุกข่าวที่ท่านได้รับชมและได้ฟังในรายการนี้..

 

 เราเป็นใครถึงตัดสินใจเช่นนี้หรือครับ?

 

 

เรา..เป็นผู้นำด้านสื่อ!

.............................................................................

 

เชื่อว่า หากเหตุการณ์สมมติที่ว่านี้เป็นจริง  หลายคนที่คิดว่าหูตาฝ้าฟาง ฟังอะไรไม่ชัด

ไม่ก็อยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น เหมือนเคลิ้มๆ ฝันๆ .. มันอะเมซิ่งไปถ้าเกิดขึ้นในชีวิตจริงแล้ว

เราต้องเปลี่ยนความคิดกันหน่อยล่ะค่ะว่า  มันเกิดขึ้นจริงๆ!

แต่ว่าเกิดในซีรีส์ของ HBO ที่ชื่อว่า The Newsroom   

 

เหตุการณ์ทั้งหมดที่เขียนมาข้างต้นกิดขึ้นจริงในช่วงหนึ่งของซีรี่ส์เรื่องนี้นั่นเอง

(อิจฉาเล็กน้อยล่ะสิ..เชื่อเหอะว่าเป็นเหมือนกัน 555)

....................................................................................

 

เรื่องราวของ The Newsroom  เกี่ยวข้องกับคนทำข่าว คนดูข่าว สปอนเซอร์ นักการเมือง ผู้คนทั่วไปในสังคมฯลฯ 

โดยที่เนื้อหาหลักๆ  ถูกเล่าผ่านผู้ประกาศข่าวตัวท็อปของสถานีอย่าง วิล แม็คอะวอย

วิลเป็นผู้ประกาศในฝันสำหรับคนดู.. และในฝันสำหรับทีมงาน

ซึ่งอย่างหลังนี่ออกแนวฝันร้ายนะคะ

 

 

 

เขาเป็นคนเก่ง แต่ไม่เห็นหัวใคร ไม่สนใจใยดีทีมงานตัวเอง  จำชื่อคนในทีมยังไม่ได้เลย

บางคนดูแล้วอาจจะตัดสินเลยว่า คนอย่างวิลน่ารังเกียจ  เสแสร้งต่อหน้ากล้อง สร้างภาพหลอกคนดูอะไรก็ว่าไป

แต่.. เรื่องของคน มันก็เหมือนข่าวแหละ  ที่บางครั้งมันไม่ได้มีด้านเดียว

และการที่วิลเป็นคนนิสัยไนท์แมร์แบบนั้น  ก็มีเหตุของมันอยู่..

 

ถ้าว่ากันตามท้องเรื่องแล้ว ก็เป็นเหตุให้เข้าใจได้  ว่าทำไมไอ่ผู้ประกาศคนนี้มันถึงเป็นคนแบบนี้ (วะ)

คนที่รับบทวิล แม็คอะวอย คือนักแสดงฝีมือดี เล่นดนตรีไพเราะอย่างเจฟ แดเนียล

สารภาพว่าจำเจฟ แดเนียลได้เรื่องเดียวจริงๆคือ Dumb and Dumber อะ ..(นานมาก)

เค้าเจ๋งมากเมื่อมารับบทวิลในเรื่องนี้  คือ ดูแล้วเชื่อเลยว่า พ่อคนนี้เป็นผู้ประกาศข่าวจริงๆ

...........................................................................

 

The Newsroom  เปิดเรื่องจากวิลแล้ว ค่อยๆส่งต่อไปถึงตัวละครอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนในการทำงาน 

ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง  ให้เรารู้จักตัวละครสำคัญๆ  ผ่านเหตุการณ์การทำงาน การใช้ชีวิต 

การเลือกที่จะนำเสนอข่าว การทบทวนตัวเอง  ท่ามกลางชีวิตส่วนตัวที่ยุ่งเหยิงของแต่ละคนไปด้วย

( เป็นซีรี่ส์ที่ไม่เคร่งเครียดอะไรมากนัก  แต่สนุกและน่าติดตาม รวมทั้งตั้งคำถามบ้างเป็นบางครั้งว่า

คนข่าวบ้านเรา เขาจะคิดแบบนี้บ้างไหมหนอ? )

 

บทเหมือนจะซับซ้อน แต่สามารถเล่าให้เข้าใจได้ไม่ยากจนเกิดไปแบบนี้ รวมทั้งมีแก๊ก มีลูกเล่นแพรวพราว  

มันคงยากเหมือนกันถ้าอยู่ในมือคนอื่น  แต่พอเป็นมือของอารอน ซอร์คิน  คนเขียนบทมือรางวัล

ที่เคยเขียนบทซีรี่ส์เรื่องดังอย่าง The West Wing ที่เกี่ยวกับทีมงานและการเลือกตั้ง การบริหารงานของปธน.สหรัฐอเมริกาแล้ว

10 ตอนติดฮิตต่อเนื่อง  ที่ดูรวดเดียวจบซีซั่นส์กันเลย..

ตรึงอิชั้นอยู่หมัดจริงๆนะจ๊ะอารอน..

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็คิดว่า กว่าจะเขียนบทออกมาแบบนี้ เขาต้องศึกษาทำการบ้านน่าดูเลยแหละ..

เพราะแต่ละวงการมันก็มีศัพท์เฉพาะ มีระบบการทำงาน วิธีการอะไรต่างๆที่แตกต่างกันออกไปเนอะ

 

เอาง่ายๆ.. นอกจากที่ยกมาทั้งกระบิข้างต้นแล้ว  เรื่องนึงที่ดูแล้วก็อึ้ง

คือ ให้ประธานฝ่ายข่าวของสถานีพูดกับผู้บริหารและนายทุนของช่อง เมื่อตอนที่วิลและทีมงานทำข่าว

เหมือนตั้งใจถลุงยุ้งข้าวของนายทุนช่องแบบเต็มที่  เพราะวิลซักถามละเอียดยิบ

ไม่ยอมปล่อยให้คนมาโกหกในรายการได้

ประธานฝ่ายข่าวคนนั้นให้เหตุผลว่า..

“ห้องข่าวกลายเป็นศาล เพราะผมเห็นว่าคนอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ต้องการทนายซักคน”

 

ลองมาคิดๆดู.. น่าสนใจเหมือนกันเนอะ

 

เพราะบางทีเราดูข่าว  เรารู้สึกเองรึเปล่าก็ไม่ทราบว่า เหมือนคนถามจะถามไม่สุด แล้วกั๊กๆ

เกรงใจ ครึ่งๆกลางๆ  บางคำตอบที่ตอบมา ก็รู้อยู่ว่า มันโกหก มันไม่จริง 

แต่ก็ปล่อยให้พูดพล่ามไปน้ำไหลไฟดับ แล้วก็จบไปแบบไม่ได้ความจริงที่ผู้คนควรรู้

ข่าวการเมืองเนี่ย ตัวดีเลย! 

 

นี่ถ้าคนอ่านข่าวลองทำตัวเป็นทนายให้คนดูบ้าง  คงมีอะไรเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย

(เพื่อศักดิ์ศรี บางทีก็กระทบกับชีวิตและรายได้บ้างไรบ้าง ..เสี่ยงเอาการ อันนี้เลยคิดว่าเป็นการวัดใจนะคะ)

 

 

คนที่รับบทประธานฝ่ายข่าวก็เป็นอีกคนที่ไม่เห็นมานานมากกกกกกกกกกกกกกกก

แซม วัตเตอร์สตัน ในบทชาลี สกินเนอร์  ประธานฝ่ายข่าวช่อง ACN คนที่ว่านี่เอง

ที่จริงเขาก็มีหนังเล่น  ละครทางทีวีไม่ได้ขาดนะคะ  แต่ส่วนตัวไม่ได้ดูและก็จำได้แต่หนังที่เขาเล่นและเราชอบอย่าง

The Killing Fields ที่แสดงเป็นนักข่าวเมื่อคราวต้องหนีออกจากเขมรให้ได้ก่อนเขมรแดงยึดเมืองได้หมดนั่นแล

มาเห็นเค้าอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องของข่าวอีก  แต่คราวนี้ตำแหน่งใหญ่โตเชียว..

 

 

เห็นเค้าอีกครั้งก็ดีใจ ประหนึ่งเจอญาติผู้ใหญ่ที่เรารัก  เพราะตอนถ่ายThe Killing Fields ในไทย

ซื้อหนังสือเบื้องหลังการถ่ายทำหนังเรื่องนี้มาอ่านแบบ..อินมากกกกกก..

หลายคนที่ได้ดู The Newsroom  ก็อาจจะชอบตัวละครหลากหลายต่างกันออกไป 

แต่ส่วนตัวชอบชาลี สกินเนอร์ที่สุด

................................................................................

 

ซีรี่ส์ดีๆแบบนี้ หากมีโอกาสลองดูกันเถอะค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น คนทำข่าว คนดูข่าว คนที่ชอบเป็นข่าว  คนที่นั่งๆนอนๆ คุมเชิงอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอข่าว..

โอ๊ย.เยอะ..

ดูแล้วไม่จำเป็นต้องเชื่อ.. ทริบิวท์อเมริกาไปหมด อันนั้นไม่ใช่นะคะ ไม่ได้คิดแบบนั้น

แต่คิดว่ามันน่าดู  เพราะหลายอย่างเรามักจะอ้าง จะบอกว่า มันเป็นสากล..มันเป็นเรื่องใครๆก็ทำ..

ความเป็นสากลนั้นมีหลายอย่าง ทั้งด้านดีและไม่ดี  ซึ่งในซีรี่ส์นี้เค้ามีครบ

 

 

จะมีซักกี่ประเทศที่ผลิตซีรีส์ออกมาด่าวงการสื่อในประเทศตัวเอง  ทั้งที่ข้ามช่อง (ฟ็อกซ์โดนไปเต็มๆ)

และที่น่าประทับใจคือ.. ด่าตัวเอง..  (แรงไปเนอะ.. วิจารณ์ตัวเอง..น่าจะเป็นคำนี้)

หายากนะคะ   แต่หาได้ใน The Newsroom 

 

เค้าเอง..ผู้ชมคนนึง ฮี่ๆๆ

 

โดย beckyblooms

 

กลับไปที่ www.oknation.net