วันที่ พุธ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศาลอนุมัติหมายจับสาทิตย์-ถาวร พร้อม30กปปส.


 สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ

         น่าเห็นใจแกนนำ 'กปปส.' อย่างสุดซึ้ง เพราะด้วยความรักชาติ ไม่ต้องการให้บ้านเมืองต้องตกอยู่ในอุ้งมือโจรปล้นเมืองทักษิณ

สู้อุตส่าห์ยอมเหนื่อยยากอย่างที่สุดเกินกว่าครึ่งปีมาแล้ว แล้วยังต้องถูกโจรมันกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต คือ ข้อหา

กบฏเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตาม แกนนำทุกคนยอมมอบตัวเพื่อต่อสู้คดีทางศาลยุติธรรม แต่ต้องหลังจากการกู้ชาติจากมือโจรประสพผลสำเร็จ

แล้ว ซึ่งแน่นอน ทุกคนที่ถูกกล่าวหาอย่างสารเลวอย่างที่สุดจะต้องฟ้องกลับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ด้วยข้อหาหนักเช่นกัน ซึ่งหมายถึงจะ

เกิดการขับเคี่ยวกันในสนามยุติธรรมที่จะต้องยืดเยื้ออีกนานนั่นเอง.

 

 

 

แนวหน้า


วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557, 16.10 น.

**

 


14 พ.ค.57 เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 14 พฤษภาคม นายทอมฉัน บุญไสย์ อยู่บ้านเลขที่ 40/225 หมู่ 2 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 หอบร่างที่มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง พร้อมใบรับรองแพทย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วันชัย แก้วจินดา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ธรรมศาลา เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ที่เข้ามารุมทำร้ายร่างกาย หลังจากกลุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ดังกล่าวได้มาร่วมชุมนุมบริเวณถนนอักษะ โดยเหตุทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นบริเวณหน้า สน.ธรรมศาลา ในช่วงเวลา 02.45 น.วันเดียวกัน

**

นายทอมฉัน กล่าวว่า ได้มาปฏิบัติหน้าที่ถ่ายภาพทำข่าวม็อบเสื้อแดงเป็นปกติประจำทุกวัน จากนั้น ก็มีกลุ่มผู้ร่วมชุนนุมโทรศัพท์มาร้องทุกข์ที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ว่าไม่ได้รับค่าจ้างจากนายหน้าที่รับว่าจ้างมาตามที่ได้ตกลงกันไว้ จากนั้นทางหัวหน้าข่าวได้ประสานมายังตนให้เข้ามาทำข่าวที่ สน.ธรรมศาลา ต่อมาในช่วงเกิดเหตุตนเดินทางมาถึง สน.ดังกล่าว จากนั้นตนก็นำกล้องวีดีโอ ออกมาถ่ายภาพทำข่าวกลุ่มแท็กซี่ที่รออยู่หน้า สน.แต่กลุ่มแท็กซี่ประมาณ 20 คน ก็เข้ามาบุกทำร้ายชกต่อยตนหลายสิบครั้ง

นายทอมฉัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังถูกบังคับให้ลบภาพที่บันทึกไว้ออกทั้งหมด ซึ่งตนก็ยอมทำตามไม่ได้ขัดข้อง แต่เนื่องจากเกิดความล่าช้าไม่ทันใจกลุ่มคนดังกล่าว จึงใช้กำลัง นำเอาม้วนเทปบันทึกภาพไป ซึ่งระหว่างนั้น ก็ถูกทุบถูกต่อยตลอดเวลา ก่อนจะมีผู้หญิงคนหนึ่ง ตนคิดว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกับแท็กซี่ตะโกนว่า อย่าทำร้ายสื่อมวลชน จากนั้น กลุ่มแท็กซี่จึงหยุดและนำม้วนเทปติดมือไปด้วย แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ไปตามเอากลับคืนมาให้ จนช่วงเช้า จึงไปตรวจร่างกายที่ รพ.ธนบุรี 2 ก่อนเข้าแจ้งความดังกล่าว

"อยากขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมทุกม็อบ อย่าทำร้ายสื่อมวลชนทุกแขนงอีกเลย โดยเฉพาะสื่อในภาคสนาม เพราะเนื่องจากสื่อเหล่านี้ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะนำข่าวออกไปเผยแพร่ เพราะกระบวนการถ่ายทอดไปยังประชาชนนั้นขึ้นอยู่กับทางสถานีหรือสำนักข่าวนั้นๆ" นายทอมฉัน กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วันชัย กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการส่งข้อมูลไปยังฝ่ายสืบสวนและนำกล้องวงจรปิดที่หน้า สน.ธรรมศาลา มาตรวจสอบเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี สำหรับการกระทำดังกล่าวนั้นเข้าข่ายความผิดในข้อหา ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ สำหรับคดีที่มีคนมาแจ้งความว่าไม่ได้รับค่าจ้างจากการชุมนุมนั้นมีประมาณ 30 ราย

...................................

แนวหน้า

ศาลอนุมัติหมายจับ'สาทิตย์-ถาวร' พร้อม30กปปส.-ยกคำร้อง13คน

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557, 16.46 น.

**

14 พ.ค.57 ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 16.15 น. ศาลอ่านคำสั่งที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ผู้ต้องหาที่ 2 และแกนนำกปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏและความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมายที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ก่อนอ่านคำสั่ง ศาลได้ชี้แจงว่า การพิจารณา ศาลได้ตรวจสอบก่อนว่า ผู้ที่ถูกออกหมายจับมีคดีในชั้นศาล และได้มีการฝากขังเรียบร้อยแล้วหรือไม่ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามทางไต่สวนได้ความว่าที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 43 คนนั้น อนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 30 คน คือ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดัย นายถาวร เสนเนียม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ นายอุทัย ยอดมณี พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ภิรมย์ภักดี นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายเสรี วงษ์มณฑา นายกิตติศักดิ์ ปรกติ นายถนอม อ่อนเกตุพล พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ นายสาธิต เซกัล นายคมสัน ทองศิริ นายมั่นแม่น กะการดี นายประกอบกิจ อินทร์ทอง นายนัสเซอร์ ยีหมะ นายพานสุวรรณ ณ แก้ว น.ส.รังสิมา รอดรัศมี นางทยา ทีปสุวรรณ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี และพล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ เพื่อนำตัวมาฟ้องคดี โดยให้หมายเหตุไว้ในหมายจับด้วยว่า “เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับได้เพียงเท่าที่จำเป็นในการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น”

ส่วนผู้ต้องหาอีก 13 ราย ประกอบด้วยว่าที่เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ นายสุริยะใส กตะศิลา นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายกิตติชัย ใสสะอาด นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ และนายสำราญ รอดเพชร

ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.973/2556 คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ในคดีบุกยึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรรภูมิ เมื่อปี 2551 ของศาลอาญา ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณา ถือได้ว่าผู้ต้องหาดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลอาญาแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยดังกล่าวหลบหนีระหว่างการปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาย่อมมีอำนาจที่จะบังคับให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลในคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องไว้แล้วเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จึงไม่จำต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 13 คนเพื่อนำตัวมาฟ้องคดี ให้ยกคำร้องในส่วนนี้

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net