วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บริษัทยายักษ์ใหญ่ของอังกฤษติดสินบนเจ้าหน้าที่จีน


บริษัทยายักษ์ใหญ่ของอังกฤษติดสินบนเจ้าหน้าที่จีน

หลังจากที่สวี่จิ้นผิงขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีจีน นโยบายหนึ่งของเขาคือการรณรงค์ว่าด้วยการปราบปรามคอรัปชั่นซึ่งเป็นรากร้ายลึกที่ฝังอยู่ในสังคมจีน การรณรงค์นี้ได้ผลไปทั่วเพราะท่านผู้นำประกาศว่า “ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยหรือเจ้าหน้าที่ที่มีตำแหน่งสูงถ้ามีการคอรัปชั่นต้องจับตัวมาลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

 

ในขณะที่มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทางการจีนได้มีการตรวจสอบบริษัทเอกชนต่างๆทั้งบรัษัทจีนและบริษัทต่างชาติว่า มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการคอรัปชั่นติดสินบาทคาดสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการหรือไม่ และนี่ก็คือ บริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่อีกบริษัทหนึ่งที่มีส่วนในการทำให้สังคมจีนมัวหมอง

พนักงานของบริษัทขายยายักษ์ใหญ่อังกฤษ GlaxoSmithKline รวมทั้งนาย Mark Reilly อดีตผู้จัดการทั่วไปของบริษัทถูกตั้งข้อหาติดสินบนหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนสอบสวนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจมณฑลหูหนานตอนกลางของประเทศจีน แถลงว่า คดีได้โอนส่งไปให้อัยการที่เมืองฉางซา เมืองหลวงของมณฑล

คดีติดสินบนมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

นาย Mark Reilly ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อตั้งและดำเนินการ “ระบบเครือข่ายติดสินบนขนาดใหญ่” เกี่ยวข้องกับเงินเป็นจำนวนถึงหลายร้อยล้านหยวน นายเกาเฟิง ผู้อำนวยการของหน่วยปราบปรามอาชญกรรมเศรษฐกิจ กระทรวงมหาดไทย แถลงต่อที่ประชุม

นาย เกาเฟิง ระบุว่า นาย Mark Reilly ยังคงพำนักอยู่ในประเทศจีนแต่ไม่ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้เขาพำนักอยู่นะที่ไหน

สถานฑูตอังกฤษในเป่ยจิง แถลงเมื่อวานนี้ว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้ในกรณีนี้ ในขณะที่บริษัทยา GSK (GlaxoSmithKline) ออกเอกสารแถลงการณ์ว่า “ทางบริษัทจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ทางการจีนในคดีนี้”

นาย Mark Reilly มีส่วนร่วมในการติดสินบนที่เรียกว่า “Wonton Bribery” เพื่อทำให้ยอดขายเข้าเป้าสูงสุดตามที่บริษัทแม่ GSK ตั้งเป้าเอาไว้ นายเกาเฟิง แถลง และราคายาของบริษัทนี่ถูกทำให้สูงกว่าความเป็นจริงโดยการแจ้งค่าใช้จ่ายในการผลิตยาไว้สูงต่อกรมศุลกากรจีน

 

ทางตำรวจพบว่า บริษัทยา GSK ได้ขายยาของบริษัทในราคาที่สูงมากแพงกว่ายาของบริษัทที่ผลิตและขายในประเทศอื่นๆ บางครั้งแพงกว่ามากถึง 7 เท่า

นาย เกาเฟิง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ตราบใดที่บริษัทนี้ยังติดสินบนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ยาของบริษัทก็สามารถมียอดขายเพิ่มขึ้นไปได้เรื่อยๆ

ทางตำรวจยังแถลงว่า เจ้าหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมและการค้าได้รับสัญญาณเกี่ยวกับการสงสัยในการติดสินบนของบริษัทนี้ตั้งแต่ก่อนปี 2012 แต่นาย Mark Reilly และผู้บริหารคนอื่นอีกสองคน นายจางกั๊วเว่ย และนายจ้าวหงเยี้ยน ได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ทางการจีนที่เป่ยจิง และเซี่ยงไฮ้ เพื่อขัดขวางการสอบสวนในเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี การสอบสวนอย่างเป็นทางการได้มีการเปิดตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว นำโดยตำรวจจากเมืองฉางซา ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจแถลงว่า พนักงานบริษัทยา GSK ได้จ่ายเงินเป็นจำนวนทั้งหมดพอๆกับ 3 พันล้านหยวน หรือ 490 ล้าน USD ให้แก่บุคคลากรทางการแพทย์โดยการจัดการลับๆผ่านทางบริษัทท่องเที่ยว

ทางตำรวจได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า พนักงานของบริษัทยา GSK สี่คนที่ถูกจับกุมได้สารภาพในการติดสินบน

 

ในระหว่างที่นาย Mark Reilly ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ยอดขายของบริษัทยา GSK เพิ่มขึ้นถึง 77% เป็นเงิน 6.9 พันล้านหยวน สำนักข่าวซินหวารายงาน หลังจากที่มีประกาศสอบสวนในคดีนี้ ตำแหน่งของนาย Mark Reilly ถูกเปลี่ยนเป็นของนาย Herve Gisserot

บริษัท AstraZeneca บริษัทผลิตยาอันดับสองของต่างประเทศร่วมทุนระหว่างอังกฤษและสวิสเซอร์แลนด์ แถลงการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วว่า ตำรวจในนครเซี่ยงไฮ้ได้สอบสวนพนักงานขายคนหนึ่งของบริษัท แต่ทางบริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดต่อไปตั้งแต่คราวนั้น  

นักวิเคราะห์ซึ่งคุ้นเคยต่อระบบดูแลและประกันสุขภาพในประเทศจีน กล่าวว่า ระบบติดสินบนเป็นที่นิยมทั่วไปของบริษัทผลิตยาภายในประเทศ และโดยทั่วไปแพทย์และโรงพยาบาลยอมรับเงินค่าใช้จ่ายพิเศษจากคนไข้และบริษัทผู้จำหน่ายยา สินค้าทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มยอดเงินเดือนและครอบคุมช่องว่างของงบประมาณ ทางโรงพยาบาลยังหาเงินโดยการคิดราคาบวกราคาค่ายาแพงขึ้น และส่งเสริมหรือใช้วิธีการให้มีการใช้ยาแพงๆมากๆ

คดีของบริษัทผลิตยา GSK เป็นคดีทุจริตคอรัปชั่นที่อื้อฉาวที่ใหญ่ที่สุดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติในประเทศจีนตั้งแต่คดีของบริษัท Rio Tinto ในปี 2009 ซึ่งมีผลให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งสี่คนของบริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่สัญชาติ Anglo-Australian และผู้บริหารจีนสัญชาติออสเตรเลียต้องถูกตัดสินจำคุกทั้งหมดเป็นเวลาระหว่าง 7 ปี จนถึง 14 ปี

บริษัท GSK บริษัทผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ ดำเนินกิจการวิจัยทั่วโลก และมีศูนย์พัฒนาตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ และโรงงานผลิตยาอีกหกแห่งในประเทศจีน บริษัทได้ลงทุนไปมากกว่า 500 ล้านหยวนในประเทศจีน จากรายงานในเวปไซน์ของบริษัท

 

บริษัทยา GSK แถลงการณ์ในเอกสารที่เผยแพร่จากสำนักงานใหญ่ ณ.กรุงลอนดอน ว่า “เราจริงจังต่อข้อกล่าวหานี้

“พวกเขากำลังกังวลใจในบริษัทของเราอย่างลึกซึ้งและต่อต้านคุณค่าของบริษัท GSK เราต้องการไปถึงปณิธานอันแน่วแน่ซึ่งสามารถทำให้บริษัทดำเนินการต่อไปเพื่อมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและสวัสดิการของประเทศจีนและประชาชนชาวจีน”  

บริษัทยา GSK ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทจะตัดความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายการขายกับรายได้ของพนักงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องกิจกรรมการตลาดของบริษัทในประเทศจีน

คดีนี้ถือได้ว่าเป็นการยิงธนูเพื่อข่มขวัญบริษัทต่างชาติอื่นๆในประเทศจีน

นาย Kenneth Jarrett ประธานหอการค้าอเมริกาในเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นว่า “ผมไม่คิดว่าจะมีใครกลับไปวางใจในความพึงพอใจที่ทางบริษัทแถลง แต่ถ้ามีใครสักคน นั่นจะเป็นการปลุกให้บริษัทตื่นขึ้นมาอีกครั้ง”

นายจอห์น หวง นักกฎหมายประจำฌซี่ยงไฮ้สังกัด MWE China กล่าวว่า “คดีของบริษัทยา GSK เป็นที่สนใจของทุกๆคน รัฐบาลจีนต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู และผมคิดว่า คดีนี้จะมีผลกระทบเป็นระลอกๆ”

นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งชั้นดีที่บริษัทต่างชาติอาศัยช่องทางทุจริตร่วมกับเจ้าหน้าที่ไร้จรรยาบรรณหรือทุจริตคอรัปชั่นในการจ่ายสินบนเพื่อให้บริษัทหรือสินค้าของบริษัทตนครอบครองตลาด และผู้บริโภคต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าแพงเกินกว่าราคาความเป็นจริง

ประเทศจีนมีปัญหาในระบบดูแลและประกันสุขภาพของชาวจีน ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลแพง ค่ายาแพง โรงพยาบาลที่ให้การรักษามีไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากร รายได้ของบุคคลากรทางการแพทย์ต่ำในขณะที่ต้องทำงานเกินเวลา ทำให้มีการเปิดช่องว่างในการทุจริตและคอรัปชั่น และบริษัทยาและสินค้าทางการแพทย์อาศัยช่องว่างเหล่านี้ในการทำรายได้ให้แก่บริษัทตน จนชาวจีนทนไม่ไหวร้องเรียนกันเป็นอันมาก

เหตุการณ์แบบนี้ยังมีอยู่ทั่วไปในประเทศจีน แต่จุดที่ดีคือรัฐบาลจีนภายใต้การนำของสวี่จิ้นผิงลงมือมาปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นจริงจัง ถึงแม้ว่าจะปราบไม่หมด แต่ถือว่าได้ลงมือทำดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...

โดย Jui

 

กลับไปที่ www.oknation.net