วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชีวิตเป็นปรากฏการณ์หนึ่งเท่านั้นเอง


ชีวิตเป็นปรากฏการณ์หนึ่งเท่านั้นเอง

“ชีวิต” เป็นปรากฏการณ์อันแสนอัศจรรย์ 
ยิ่งเรื่อง “ชีวิตมนุษย์” ก็ยิ่งสุดแสนจะอัศจรรย์
น่าเสียดายที่มนุษย์เกือบจะทุกคน เกิดมา แก่ ป่วย แล้วตายไปโดยยังไม่เข้าใจสัจธรรมของชีวิตมนุษย์
“ชีวิตเป็นปรากฏการณ์แสนอัศจรรย์”
ข้าพเจ้าลุ่มหลงสงสัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่า “ชีวิตคืออะไร ?” “ชีวิตมาจากไหน จะไปไหน แล้วชีวิตหนึ่งของตัวเราจะมีความหมายอย่างไร ? “ นี่เด็กอายุสิบสามสิบสี่ปี.....คิดบ้าขนาดนั้น
ข้าพเจ้าจึงชอบวิชาชีววิทยาเป็นพิเศษ หวังว่ามันจะตอบข้อสงสัยของตนได้
แต่ข้อมูลความรู้ทางชีววิทยาและแพทยศาสตร์อันมหาศาลที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัยแพทย์ที่เซี่ยงไฮ้เพียงด้านเดียว ก็ไม่อาจไขปริศนาเรื่องชีวิตได้
จนต้องเจาะไปหาความรู้จากวิชาฟิสิคส์เกี่ยวกับเรื่องควันตัมและจักรวาล จนพบรายงานว่าในอวกาศมีอินทรียโมเลกุล !
การประกอบตัวของอินทรียโมเลกุลพัฒนาเป็นชีวโมเลกุลเป็นปรากฏการณ์อันยากแสนยาก...........แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
การพัฒนาจากชีวโมเลกุลเกิดเป็น “ชีวิต” นั้นยิ่งยากกว่านั้นอีกล้านล้านเท่า แต่มันก็ปรากฏขึ้นแล้ว
ซ้ำหนักยังสามารถพัฒนาจนเป็นมนุษย์ขึ้นอีก !
ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงต้องยกเป็นเรื่องของ GOD !
แต่ถ้ามองอย่างฟิสิคส์ สรรพสิ่งล้วนเหมือนกันตรงที่ประกอบขึ้นจากอณู- อนุอนุภาค , อนุภาค รวมกันเป็นอะตอม , อะตอมประกอบกันด้วยรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป เกิดเป็น ธาตุต่าง ๆ , ธาตุต่าง ๆ ประกอบกันขึ้นเป็นโมเลกุล โมเลกุลเชิงเดี่ยวไปจนถึงเชิงซ้อน , พัฒนาเป็นอินทรีย์สาร แล้วพัฒนาเป็นชีวโมเลกุลเชิงซ้อนอันเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ โปรตีน ไขมัน ฯลฯ 
ชีวโมเลกุลเชิงซ้อนประเภท “ไลโปโปรตีน” เป็นสิ่งห่อหุ้มชีวโมเลกุลเชิงซ้อนอื่น ๆ ให้สามารถพัฒนาเป็นชีวิตเซลล์ (cell)ขึ้นได้.....อย่างบังเอิญหนึ่งในล้านล้านล้าน
ชีวิตรวมถึงชีวิตมนุษย์ด้วย เป็นแค่ปรากฏการณ์ชั่วคราวเท่านั้น เกิดแล้วดับ เกิดจากอณูรวมตัวกัน แล้วดับแตกตัวกลับเป็นอณูอีก
และแม้แต่ "อณู" ก็ไม่เที่ยงแท้
ระหว่าง "อณู" กับ "พลังงาน" แปรเปลี่ยนสู่กันและกันอยู่ตลอดเวลา
ปรากฏการณ์ในจักรวาลทุกอย่าง ต้งแต่เเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด จนถึงเรื่องที่ง่ายที่สุด เกิดจากกระบวนการแปรเปลี่ยนระหว่าง อณูกับพลังงานเท่านั้นเอง
มองอย่างนี้มิใช่มองอย่างกลไก ว่าชีวิตมนุษย์เป็นเครื่องจักร
การดำรงอยู่ชั่วคราวของชีวิตนั้น มิใช่การทำงานอย่างเครื่องจักรกล ชีวิตมีระบบทำงานและต้องใช้พลังงานเช่นเดียวกับเครื่องจักร ปัจจุบันมีคำโฆษณายอดฮิตเกี่ยวกับสุขภาพคือคำว่า “อนุมูลอิสระ” ดวงอาทิตย์เกิดการสันดาปตลอดเวลา ชีวิตก็เกิดการสันดาปสร้างพลังงานให้ชีวิตใช้ พร้อม ๆ กับมี “อนุมูลอิสระ” เกิดขึ้น ชีวิตแก่ลงนับแต่แต่จุดปฏิสนธิ แล้วเกิดการสันดาป(เผาไหม้)ในเซลล์ ดวงอาทิตย์ที่ใหญ่โตมโหฬาร สันดาปไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยก็ดับ กลายเป็นก้อนเหล็กก้อนหนึ่ง ชีวิตสันดาปไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ดับ คือจบชีวิต........ 
เครื่องจักรไม่มีจิตใจ ส่วนชีวิตทุกชีวิตมี “ธาตุรู้” หรือวิญญาณ (วิญญาณตัวนี้ไม่ใช่ Soul นะ) สำหรับมนุษย์นั้นมีพัฒนาสูงถึงขั้นมี “จิต”
“จิต” คือปรากฏการณ์ทางชีวภาพอันอัศจรรย์สุดยอด !
จิตตั้งอยู่บนรากฐานทางชีวภาพ หมด “ชีวะ” จิตก็หมด มองชีวิตอย่างนี้ “การเดินทางของชีวิต”และ “ความงามของชีวิต” หรือ “ความอัปลักษณ์ของชีวิต” ฯลฯ ก็หมดความหมายไป ไม่ต้องห่วงว่า “ตายแล้วไปไหน” (อยากให้อ่านเรื่อง “ปฏิจจสมุปบาท” ของ พุทธทาสภิกขุ)
แต่มันยากที่คนจะเข้าใจ “ปรมัตถ์สัจจะ” ทุกศาสดาจึงต้องสอนเรื่อง “สมมุติสัจจะ” ด้วย นั่นคือตั้งระบบศีลธรรมขึ้นมา ผู้ครองเรือนไม่จำเป็นต้องเข้าถึงปรมัตถ์สัจจะก็ได้ ขอแค่ทำตามฆราวาสธรรม หรือข้อ ห้ามในศาสนาอื่น ๆ ก็จะสามารถทำให้สังคมส่วนรวมเป็นสุขสันติได้ 
ใครจะเข้าใจชีวิตในระดับใด ก็ตามแต่บารมีของแต่ละคนเถิด เราล้วนร่วมทุกข์กัน ต่างคนต่างมีทุกข์มากแล้ว อย่าไปสร้างทุกข์ต่อคนอื่นเลย 
(เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร ALL นานมาแล้ว)

โดย ทองแถม-นาถจำนง

 

กลับไปที่ www.oknation.net