วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชนชั้นนำไทย ไร้ยางอาย ข้อวิพากษ์ต่อกปปส ของ ศ.ดร เกษียร เตชะพีระ


เฟซบุ๊ก Kasian Tejapira ของศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  จำแนกความผิดผลาดทางการเมืองของกปปส. มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้

---------------------------------

ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวครึ่งปีที่ผ่านมาของกปปส.มีความผิดพลาดฉกรรจ์ที่บั่นทอนพลังสนับสนุนของประชาชน๔ประการ

๑) ปฏิเสธหลักการ "คนเท่ากัน" หรือความเสมอภาคทางการเมืองอันเป็นพื้นฐานของรัฐชาติประชาธิปไตยสมัยใหม่ (ไม่ว่าชาตินิยม, ประชาธิปไตย, หรือเสรีนิยม มีสมมุติฐานเริ่มต้นร่วมกันตรงหลักการนี้)

๒) ขัดขวางการเลือกตั้งด้วยกำลังพลการ ทั้งที่มันเป็นกระบวนวิธีให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยชอบและสันติวิธีและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่เป็นที่ยอมรับกันทุกอารยประเทศทั่วโลก

๓)ประกาศเจตนารมณ์จะตั้งตนเป็น"รัฏฐาธิปัตย์" อันเป็นการรวบริบเอาอำนาจรวมศูนย์สูงสุดเด็ดขาดเหนือร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินของผู้คนพลเมืองทั้งหมด ทำให้บุคคลกลุ่มฝ่ายต่าง ๆ ในชาติไม่เว้นแม้แต่ชนชั้นนำด้วยกันเองขุ่นเคืองในความอาจเอื้อมล่อแหลมต่อสถานะประมุขแห่งรัฐและหวาดระแวงขอบเขตของการใช้อำนาจนั้น

๔)พร้อมจะบังคับเอาเจตจำนงของตนและกลุ่มไปยัดเยียดให้คนอื่นทั้งชาติด้วยกำลังพลการโดยไม่ไยดีว่าคนอื่นจะมีเจตจำนงของตนเองโดยอิสระอย่างไร

(มาตรการเตรียมตัดน้ำตัดไฟของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจำนวนหนึ่งก็จัดอยู่ในข่ายนี้มาตรการทำนองนี้มีพลังกระทบกระเทือนเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและชีวิตปกติของสังคมมากและปกติมักจะใช้เพื่อต่อรองกับรัฐบาลเพื่อเรียกร้องค่าแรงสวัสดิการเฉพาะสาขารัฐวิสาหกิจการนำมันมาใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองล้วนๆ ในการล้มรัฐบาลทำให้เห็นชัดว่ากปปส.พร้อมทำให้คนอื่นและสาธารณชนเดือดร้อนเพื่อบังคับให้ยอมตามที่ตนต้องการทางการเมืองอันย่อมยิ่งบั่นทอนฐานความสมัครใจสนับสนุนหรือแม้แต่เป็นกลางของสังคมต่อกปปส.ให้แคบเล็กลงไปอีกคนจำนวนมากอาจเห็นด้วยกับเป้าหมายบางอย่างของกปปส.แต่รับไม่ได้กับวิธีการแบบนี้ที่ทำให้ตนเองและส่วนรวมเดือดร้อนเสียหาย)

ความผิดพลาด ๔ ประการดังกล่าวจะบั่นทอนไม่เฉพาะแต่การต่อสู้ของกปปส.เอง แต่ส่งผลสะเทือนกว้างไกลไปอีก ๒ ประการ

๑) ชนชั้นนำทางการเมืองของสังคมไทยจำนวนมากมายกว้างขวางอย่างไม่เคยมีมาก่อนได้ฉีกสัญญาประชาคมที่ตนทำไว้กับประชาชนลงอย่างเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลโดยผ่านการผลักดันร่วมมือกับกปปส.เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายของกปปส.

มาตราต่างๆของรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐประหารคปค.อำนวยการร่างเองและประชาชนลงประชามติยอมรับในภาวะกดดันกลับถูกชนชั้นนำทางการเมืองย่ำยีอย่างไม่ไยดี ตั้งแต่ตีความบิดเบือนไขว้เขว อ้างนำไปใช้อย่างผิด ๆ จนที่สุดถึงแก่พร้อมจะฉีกทำลายมาตราสำคัญ ๆ ลงเพื่อกระทำการผาดแผลงพิสดารนอกและเหนือรัฐธรรมนูญให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตน

ประชาชนได้เห็นธาตุแท้ของชนชั้นนำทางการเมืองว่าไม่เคารพหลักเกณฑ์กติกาใด ๆ กับประชาชนทั้งสิ้น แม้แต่ที่ตนบังคับร่างเอง หากแม้นต้องการให้ได้อำนาจมาโดยพลการไร้ยางอาย

แต่ที่น่าวิตกกว่านั้นคือ "สัญญาประชาคม" ที่ลึกซึ้ง ใหญ่โตและสำคัญกว่าซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มการปกครองระบอบใหม่ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ นั่นคือสัญญาประชาคมที่ตั้งอยู่บนการรอมชอมและดำรงอยู่ด้วยกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง [สถาบันกษัตริย์+ ประชาธิปไตย+รัฐธรรมนูญ] ที่เป็นฐานให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบมาในชั้นหลัง กลับกำลังถูกชนชั้นนำทางการเมืองเอาไปเป็นเดิมพันสุ่มเสี่ยงอย่างน่ากลัวอันตรายยิ่ง โดยพร้อมจะอ้างอิงอาศัยพระบารมีของสถาบันกษัตริย์ มาบั่นทอนทำลายระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญลง ด้วยการทูลเกล้าถวายฯชื่อนายกฯเถื่อนให้พระองค์ทรงแต่งตั้ง

เล็งเห็นมุ่งหวังแต่อำนาจประโยชน์เฉพาะหน้าระยะสั้น มิตระหนักว่าการทำลายสัญญาประชาคมประวัติศาสตร์ดังกล่าว เป็นการบ่อนทำลายฐานะของสถาบันกษัตริย์อย่างร้ายแรงที่สุด

๒) ในที่สุด หากปล่อยให้นายกฯเถื่อนถูกตั้งสำเร็จด้วยอำนาจเถื่อน (ผิดกฎหมาย, ใช้กำลังบังคับ, ประชาชนไม่ได้เลือก ไม่ใช่ของประชาชน) สิ่งที่เราจะได้คือระบอบปกครองเถื่อนหรือระบอบกรวย ๆ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหรือฝ่ายอื่น ๆ ย่อมจะสามารถใช้วิธีเถื่อน ๆ เดียวกันเลียนแบบล้มอำนาจรัฐได้เสมอในทำนอง "ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย"

สังคมการเมืองไทยจะอยู่ไม่ได้ภายใต้ระบอบเถื่อน ๆ กรวย ๆ นี้

หากจะถดถอยกลับสู่สภาวะธรรมชาติที่ "ใครกระบองใหญ่กว่า คนนั้นเอาอำนาจรัฐไป" อย่างรวดเร็ว ณ ที่นั่นจะไม่มีเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา ศิลปวิทยาการ และชีวิตปกติสุขใด ๆ และชีวิตคนไทยเราจะสั้นป่าเถื่อนไม่มั่นคงและทนทุกข์ทรมานเสียนี่กระไร

โดย ส่องสร้างสังคม

 

กลับไปที่ www.oknation.net