วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 8 (พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเวียดนาม)


                     

  

The National Museum of Vietnamese History

                    (ต่อจากดอนที่แล้ว) เวลา 8.00 น.วันที่ 27 มกราคม 2557 เราทุกคนพร้อมกันที่หน้าโรงแรม ซึ่งรถบัส มารออยู่ก่อนแล้ว วันนี้เรามีโปรแกรมดูงานที่พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม หอวรรณกรรม ดูตลาดดงซวน (Dong Xuan)เศรษฐกิจการค้าย่านถนน 36 สายเก่าฮานอย และชมละครหุ่นกระบอกน้ำ รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะแต่ละโปรแกรม ล้วนอยู่ในสถานที่ที่อยากไปเยือนมาแล้วทั้งสิ้น

 

ทะเลสาบคืนดาบ อันงดงาม

ฝีมือการขับมอเตอร์ไซค์ นักซิ่ง เด็กแว๊นเมืองไทย ชิดซ้ายเลย

 

                    เมื่อรถแล่นออก เราก็เห็นวิวฝั่งขวา ที่เป็นทะเลสาบคืนดาบสวยงาม มองไปไกลเห็นตึกระฟ้าที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม คงเป็นย่านเศรษฐกิจ และเป็นย่านที่เราต้องไปเยือนในวันนี้

                    กรุงฮานอยก็เหมือนเมืองใหญ่ๆทั่วๆไป ที่การจารจรติดขัดไปทั่ว แตกต่างก็ประเภทของพาหนะที่ส่วนใหญ่จะเป็นมอเตอร์ไซค์ ส่วนแท็กซี่ จะเป็นอีโก้คาร์เล็กๆ กะทัดรัดเหมาะกับสภาพถนนเมืองเก่า ที่ถนนค่อนข้างแคบแค่ 2 ช่องจราจร อาคารสถานที่ราชการส่วนใหญ่เป็นสถาปัตย์ยุโรป เพราะเคยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสถึง 80 ปี
                   เช่นเคยเมื่อรถบัสจอด ที่ส่วนใหญ่มักจอดไม่ตรงกับสถานที่ พวกเราก็ต้องลงเดินเป็นขบวนแถวยาว เวลาข้ามถนนก็วัดดวงกับมอเตอร์ไซค์ที่ซิ่งหวาดเสียว ตามแบบฉบับเวียดนามจริงๆ ประกอบกับแยกไฟแดง ทางข้ามม้าลายแทบไม่เห็น เล่นเอาเหงื่อออก แม้อุณหภูมิจะต่ำกว่าบ้านเรา

 

 

มีแกนอาวุธด้วย

จนท.พิพิธภัณฑ์ชาวเวียดนาม บรรยายด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว

แต่คุณเรียน แปลภาาาไทย ได้ คล่องแคล่วกว่า ^_^


                   ในที่สุดเราก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติเวียดนาม ซึ่งเมื่อเข้าไป คุณเรียนก็ได้แนะนำให้รู้จักกับ พนักงานพิพิธภัณฑ์ฯที่จะเป็นผู้เล่าและพาเราเดินชมทั่วพิพิธภัณฑ์ แต่เขาจะเล่าเป็นภาษาอังกฤษ และคุณเรียนก็แปลให้ฟังอีกที เล่นเอาเหนื่ยไปตามๆกัน มีหลาบช่วงหลายตอนที่น่าสนใจ สรุปได้ว่า เวียดนามเป็นชาติที่อารยธรรมเก่าแก่มากกว่า 2,000 ปี ถูกรุกรานจากจีนมาตลอด ถูกครอบงำทั้งภาษาและวัฒนธรรม ชาวเวียดนามต้องจับอาวุธลุกขึ้นมาสู้ ขับไล่ผู้บุกรุกตลอดประวัติศาสตร์เช่นกัน 1,000 ปีสำหรับจีน เกือบทุกราชวงศ์ 80 ปี สำหรับจ้าวอาณานิคมฝรั่งเศส จนกระทั่งอเมริกันมาแทรกแซงแบ่งแยกในยุคสงครามเย็น
                   สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม The National Museum of Vietnamese History ชาวเวียดนามเรียกว่า Bao Tang Lich ตั้งอยู่หลังโรงละครฮานอย เป็นอาคารการแสดงนิทรรศการขนาด 2 ชั้น เดิมนั้น ที่นี่เป็นสถาบันวิจัยในยุคการปกครองของฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม แต่ภายหลังได้มีการปรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเวียดนาม ตั้งแต่ยุคก่อนประวิติศาสตร์ ยุคที่ถูกที่ถูกปกครองโดยจีน ยุคล่าอาณานิคมจนถึงสมัยสงครามโลก มีการแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคต่างๆ ลัทธิความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น เครื่องกลองสำริด เงินตราในยุคต่างๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องแต่งกาย พระพุทธรูปและสิ่งปูนปั้นที่แสดงถึงความเชื่อที่มีมา
                  เขาเปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นจันทร์แรกของเดือน) โดยเปิด 2 ช่วงคือ เช้า 08.00 - 12.00น. และบ่ายเวลา 13.30 - 17.00 ค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่ 20,000 ด่อง เด็ก 10,000 ด่อง และมีค่าธรรมเนียมกรณีต้องการถ่ายภาพ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30,000 ด่อง และกล้องถ่ายภาพนิ่ง 15,000 ด่อง
                   หลังจากใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ทำให้เราเข้าใจถึงที่มาของคนเวียดนาม ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใดในโลฏ คงเป็นกุศโลบายของรัฐบาลเวียดนามที่ต้องการให้คนเวียดนามมีความภูมิใจในตัวตน มีความนิยมชาติ หรือชาตินิยมอย่างเข้มข้น เพื่อเป็นเครื่องสำคัญในการสร้างแนวร่วมสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐอย่างเป็นเอกภาพและมีพลัง  

                  การที่คนเวียดนามเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ จากการต่อสู้กับมหาอำนาจต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราช การสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้คนของเขา อุทิศตน ขยันขันแข็งเสียสละ ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้ชาติกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ดั่งที่บรรพบุรุษของชาติเคยเสียสละชีพ หลั่งเลือดสร้างมันขึ้นมา ควบคู่กับการพัฒนาตนเอง โดยให้ควาสำคัญกับการศึกษา เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่น เรื่องภาษาต่างประเทศ จากที่ผู้เขียนได้พบเห็น เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ฯตัวเล็กๆ สามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ถึง 4 ภาษา คือ อังกฤษ ฝรั่งเศษ เยอรมันและสเปน ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว การที่เขาวางรากฐานการศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศ ในการเตรียมพร้อม เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ถือว่าเขาสอบผ่านเลยทีเดียว มองเขาแล้วย้อนมองเรา ยังไม่สายเกินไปที่จะขับเคลื่อน โดยเฉพาะระดับนโยบาย ผู้เขียนว่าควรชัดเจนและต่อเนื่องในแนวทาง เราคงไม่ถูกกล่าวหาว่า ล้าหลังกว่าเขาแน่นอน

                  ต่อจากนั้น คณะฯเราก็เดินเท้าไปยัง พิพิธภัณฑ์สงคราม ซึ่งเป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ เพราะเป็นที่รวบรวมภาพและบันทึกประวัติศาสตร์ในการต่อสู้ของชาวเวียดนาม ทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งได้รับเอกราช มีอิสรภาพในปัจจุบัน โปรดติดตาม..ตอนต่อไป

 

 

ทุกคนตะลึงในประวัติศาสตร์เวียดนาม

ขนาดคุณกิ่งกาญจน์ยังฟังจนเคลิ้ม

 

พิพิธภัณฑ์เขาตกแต่งได้ดีมาก

แสดงหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ขวางสำหรับ ต่อสู้กับกองทัพเรือของศัตรู(มองโกล)ที่มารุกราน

มะกร..

 

คุณกิ่งกาญจน์ เจ้าของกิ่งกาญจน์ทัวร์ กำลังจะนำไปพิพิธภัณฑ์สงคราม ที่อยู่ติดกัน

ก้าวสุ่อาเซียน ด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน

ศณีรา.. รายงาน

เอ็นทรี่แนะนำ

 1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

 2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

 3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)

4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

 5.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 5 (ฮาลองเบย์,ถ้ำสวรรค์)

6.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย6 (โดนต้ม ยังสนุก)

7.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย 7 (ฮานอย ทะเลสาบคืนดาบ)

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net