วันที่ พุธ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การชุมนุมต้านอาจไม่ใช่ความวุ่นวาย


ภายหลังการประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศโดย คสช.ได้ ๑ วัน  ก็เป็นไปตามคาดคือมีการชุมนุมย่อย ๆ ตามจุดชุมชนพลุกพล่านสองสามจุดเพื่อประกาศเจตนารมย์ไม่เอาด้วยกับการยึดอำนาจ

- เจตนารมย์ที่ประหนึ่งเป็น “ทัศนคติเฉพาะตน” หรือเฉพาะกลุ่ม ว่าไม่เห็นด้วยที่ต้องใช้วิธียึดอำนาจ นี้ใช้คำรวบ ๆ ว่า รัฐประหาร เพราะคำว่ารัฐประหารในประสบการณ์รับรู้ของผู้คน และในตำรา มันส่งนัยยะในแง่ลบว่าคณะบุคคลที่มีอาวุธเข้ามาสวาปามผลประโยชน์ชาติไปเป็นสิทธิ์ของคณะนั้นอย่างสิ้นเชิง

เป็นเจตนาที่จงใจมองข้ามสถานะดั้งเดิมของการยึดอำนาจ ที่เป็นเครื่องมือกลไกอันหนึ่งในการสางไพ่  จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการจงใช้ใช้คำและกิจกรรมอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่เนื่องด้วยผลประโยชน์ของใครคณะใดคณะหนึ่งอื่นออกไปเหมือนกัน

- ยิ่งใช้ป้ายประกาศจำนวนร้อยละ ๙๐ เป็นภาษาอังกฤษ ถ้อยคำสั้น ๆ เน้นที่คำว่า Coup ยิ่งส่อเจตนาว่าเป็นกลอุบายชั้นเชิงหรือ แท็คติคของผู้ปรารถนาอำนาจ หวังระดมผู้รับข่าวสารจากวงนอก นอกไปถึงประเทศอื่น ๆ โน่น ให้รวมหัวกันชี้หน้าตำหนิติเตียนให้กลายเป็นพลังกดดันขึ้นมา นี่ก็ละม้ายนิยายเรื่อง คำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ ซึ่งในนิยายเรื่องดังกล่าว พลังกดดันประหนึ่งคำพิพากษาจากสังคมรอบตัวนั้นเป็นมิจฉา เริ่มมาจากอคติของบุคคล

- การจัดชุมนุมสมัยนี้จะเล็กจะใหญ่ล้วนมีค่าใช้จ่าย แม้เท่าที่เห็นจะเน้นใช้วัสดุง่าย ๆ เช่นกระดาษขนาด เอ๔ เอ๓ เขียนด้วยปากกาเคมีเป็นลายมือลวก ๆ ใช้โทรโข่งแทนรถติดเครื่องขยายเสียง เป็นรูปแบบที่ต้องการความคล่องตัวในการมารวมตัว แยกย้าย รวมตัวใหม่  (ว่าที่จริงรูปแบบนี้ก็เริ่มมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่พวก “ยึดวอลล์สตรีท”)  กับมีครั้งหนึ่ง ทำแบบ “ทันด่วน” โดยคนที่แฝงปะปนเข้าไปฟังแถลงผลงานประจำปีตามกฎหมายกำหนดของรัฐบาลอภิสิทธ์  ได้เขียนข้อความบนกระดาษ เอ๔ ว่า “ดีแต่กู้” เดินชูให้กล้องผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (ขี้เกียจจะเอ่ยชื่อคนผู้นั้นอีกแล้ว)... แต่ต่อมาไม่ยักกะชูป้าย “แต่กูกู้ยิ่งกว่า

กิจกรรมการชุมนุมแบบนี้นับว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มาก ถ้า .............

อำนาจของบ้านเมืองตอนนี้เข้าไปจัดการอย่างสร้างสรรค์

ดัดแปลงปรับปรุงชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าไปเสวนาด้วยเลย .... อย่าเหนื่อยใช้โทรโข่ง mouth piece อยู่เลย  นี่จัดโต๊ะนั่งให้พร้อมไมโครโฟน  ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ว่ามา เอาเนื้อ ๆ นะ จริงใจด้วย ไม่เอาแบบท่องจำมาแค่สี่ห้าประโยค แล้วก็เฟ้ค ๆ fake ๆ แล้วก็ขอนิดนึง ว่าตรงไหนผมไม่ชัดเจน ผมขอซักไซ้ เช่น คิดว่ายึดอำนาจอย่างนี้ เขาทำเพื่อใคร หวังอะไร  มันได้เป็นอย่างที่คุณก่นด่าออกโทรโข่งหรือยัง คิดว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดหรือ เพราะอะไรถึงเชื่ออย่างนั้น ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ จนท.มวลชนสัมพันธ์ซักไซ้เอง และถือสิทธิ์เป็นเอกเทศในการเป็นผู้ซักไซ้ ถือว่าเก็บข้อมูลรับฟังความคิดเห็นไปประมวลเป็นประโยชน์ในการปฏิรูป แต่นักข่าวไม่ว่าในประเทศนอกประเทศไม่ต้องมายุ่งในการซักถาม เพราะพวกนี้มักลากเข้าหาทัศนคติส่วนตัวของตน ชงให้เป็นประเด็นที่ไม่น่าเป็นประเด็น ไม่ฟังกรอบของคนอื่น จะเอาแต่กรอบของตัวเองลงไปยัดใส่ สมใจแล้วก็ประโคมให้เป็นข่าว ผลลัพธ์ไม่สร้างสรรค์ (ดูอย่างวันที่ประยุทธรับพระพรมราชโองการแล้วแถลงเจตนารมณ์สิ  พอถึงคำถามที่สองที่สาม ประยุทธบอกว่าย้อนกลับไปคำถามที่ ๑ ตอบไปแล้วในคำถามที่ ๑ .... แต่คนข่าวใช้นิสัย aggressive แบบสื่อฝรั่ง โอ๊ยผมไม่ได้ถามวน ผมจะเจาะ ผมจะเจาะ “เมื่อไหร่ เมื่อไหร่ นายกฯน่ะ เมื่อไหร่” ......... เพราะชุดข้อมูลว่า -นายกฯแบบไหน เมื่อไหร่ จากปากประยุทธ- มันจะเป็นประเด็นใหม่ในสังคมขึ้นมา ผลจะดีหรือร้าย ผมไม่เกี่ยว ผมแค่ทำหน้าที่และทำจบแล้ว..ฮ่วย)

กิจกรรมรับฟังความเห็นแบบนี้ จังหวะเหมาะ ก็ชวนพี่สมศักดิ์ เจียม ขึ้นโต๊ะเลย พูดจบก็ซักเลย เป็นได้แค่ไหน อย่างไร กี่ปี ถ้ามีแนวอื่นที่ให้ผลอย่างเดียวกัน จะเห็นด้วยมั้ย (แนวความคิดของสมศักดิ์ กับนิติราษฎร์ บางประเด็นก็ถูกต้องตามที่พวกเขาร่ำเรียนมาตามขนบฝรั่ง และ “เชื่อ” ตามขนบฝรั่งนั้น)

เอ้อ แล้วคุณน้าอวดนม โบราณวัตถุนี่ ที่บ้านเขาดูกันเบื่อแล้วรึครัช ....

อ่า แล้วพวกคุณชุดนี้ ตกลงว่าจะมา หาเรื่อง จีบทหารรักษาการณ์รึครัช ....

ฯลฯ

 

วันนี้ เฟอะฟะน่าดูเลยเรา อีเว้นท์แบบนี้นานไป ๆ ก็จะถูกบิด_เบือนเชือนแช  ว่าที่จริงแล้วถ้าจะเข้าไปจัดการให้เป็นแบบรับฟังความเห็นที่ว่าก็เป็นการบิดรูป(ให้มาเป็นประโยชน์)อย่างหนึ่ง

 

 

 
 

โดย driftworm

 

กลับไปที่ www.oknation.net