วันที่ พุธ พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องสั้น ตอนที่ 8 (Part 3) : จุดอิ่มตัว


เรื่อง  ทางแยกสุดท้าย ! 10 ปี แห่งการทำงานประจำ

ตอนที่ 8  (Part 3)  : จุดอิ่มตัว

ในการจัดกิจกรรมครบรอบวันเกิดของบริษัท จะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่จะต้องจัดก่อนวันเสวนา1 สัปดาห์  นั่นคือ “การจัดการแข่งขันกอล์ฟ สร้างสัมพันธ์ไมตรีระหว่างหน่วยงานรัฐกับสื่อมวลชน” ซึ่งการจัดงานในแต่ละปี ทำให้บริษัทมีรายได้เข้ามามากในช่วงนั้น และ พนักงานตัวเล็กๆอย่างผมก็เลยได้รับ “อานิสงฆ์” ในส่วนนี้ไปด้วย นั่นคือ  “โบนัสปลายปี”

และจากจุดนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมหันมาสนใจกีฬากอล์ฟ ผมอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของบริษัทในครั้งนี้บ้าง ผมตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ปีหน้ายังไงๆผมจะต้องได้ลงเล่นบ้าง

ผมเริ่มหัดเล่นกอล์ฟอย่างจริงจัง ตอนนั้นคิดแค่ว่า คนที่เล่นกอล์ฟได้ มันจะเข้าสังคม “ไฮโซ ไฮซ้อ” ได้ง่าย เพราะสังคมของคนเล่นกอล์ฟส่วนใหญ่ เป็นสังคมมีอันจะกิน เงินทองเหลือใช้

ผมฝันไว้ว่าผมน่าจะได้คอนเน็คชั่นดีๆกับผู้ใหญ่ทางสังคมชั้นสูงอีกมาก และ ผมน่าจะต่อยอดกับท่านผู้ใหญ่เหล่านี้ได้ และ ที่สำคัญ “เล่นเป็นแล้วมันเท่ห์” ใครถามว่าอาทิตย์นี้ไปไหนเหรอ  อ๋อ !! ไปออกรอบครับ (ฟังดูดีอ่ะ)

ทุกๆวันหลังเลิกงาน ผมจะเข้าสนามไดร์ ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปซ้อมทำไมทุกวัน ช่วงนั้นผมหักโหมจนเกินไป ผมอยากจะเล่นให้เก่งเร็วๆ อยากจะตีให้ได้ไกลๆ  ซึ่งมันทำให้ผมเกิดอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ

ผมฝึกเล่นอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง  ความพยายามก็สิ้นสุดลง ผมเลิกเล่นครับ !! เพราะ “ไม่รู้ว่าจะเล่นไปทำไม เป้าหมายเรื่องหาคอนเนคชั่นตอนนี้มันไม่ใช่เลย” ผมเคยคิดเหมือนกันนะว่าจะเอาดีทางด้านนี้ แต่ผมมาคิดๆดูแล้ว ผมจะต้องหมดเงินไปเท่าไหร่ ? (ทั้งซ้อม,ทั้งจ้างโปร,ทั้งออกรอบ,ทั้งอุปกรณ์)

ผมไม่มีทุนทรัพย์มากขนาดนั้นหรอก  อีกอย่างร่างกายผมก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ผมตัวเล็กเกินไป จะตีให้ไกลๆเหมือนคนอื่นๆเขา ลืมไปได้เลยครับ เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว สุดท้าย ก็จำต้องขายทิ้งไป (แต่ผมก็บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ว่าจะต้องลงเล่นงานที่บริษัทจัดขึ้นมา ผมทำได้ครับ และ นั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้จับไม้กอล์ฟ)   

หลังจากผมทำงานที่นี่ได้ครบ 2 ปี  ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า ออฟฟิคมันเริ่มเล็กเกินไปสำหรับผมแล้ว มองทุกอย่างเล็กไปหมด (ไม่ใช่โต๊ะที่อยู่ตัวเล็กลงนะ แต่ผมคิดว่า ผมมีความสามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้) มันน่าจะถึง “จุดอิ่มตัว” ของผมแล้ว

ตอนนี้งานที่ผมทำเริ่มที่จะจำเจ ผมไม่ได้มีปัญหาในองค์กรใดๆทั้งสิ้น มีความสุขพอสมควร เจ้านายรักผม เพื่อนร่วมงานรักผม แต่ผมอยากจะเดินไปข้างหน้าอยากทำอะไรๆที่มากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง

เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว ผมก็เลยคิดว่า ผมจะลองมองหาหนทางใหม่ๆประสบการณ์ใหม่ๆที่จะให้ผมได้ออกไปเรียนรู้ได้มากกว่านี้ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีของผม (อีกครั้ง) ที่เย็นวันหนึ่งขณะที่ผมนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิค มีพี่ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันเปิดประตูเข้ามาที่ออฟฟิคผม แล้วถามว่า  

พี่คนนั้น >> ไปทำงานกับเขามั้ย (ตรงๆเลย) ผมคงมีชื่อเสียงในหมู่บ้านแถวนั้นอยู่บ้างถึงเรื่องการทำงาน

ผม >> ตอนนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าผมต้องอยู่ช่วยบริษัทให้จบโปรเจ็คงานราชการก่อน (มันจะจบในอีก 5 เดือนข้างหน้า) เพราะว่าผมเป็นคนดูแลทั้งหมด ถ้าผมทิ้งไปตอนนี้มันจะไม่เกิดผลดีต่อบริษัทนี้แน่

พี่คนนั้น >>  โอเค เขารอได้ และ ขอให้ผมช่วยหาคนให้เขาเพิ่มเติมอีก

ผม >> รับปากว่าจะดูให้ แต่ในใจคิด “ไม่มีหรอกใครที่จะทำงานอย่างผม” เพราะแต่ละคนก็มีการทำงานที่แตกต่างกันไป  ผมว่าผมขยันมากกว่าคนอื่น  (ซึ่งหลังจากนั้น 5 เดือนผมก็ได้มาทำงานที่บริษัทพี่คนนี้จริงๆตามสัญญา)

ในช่วงท้ายๆของการทำงานที่นี่เมื่อทุกอย่างและอะไรๆมันลงตัวแล้ว ผมเดินไปบอกนายผู้หญิงว่า “ผมจะขอลาบวช” แล้วหลังจากนั้น “ผมจะขอลาออก”

ต้นกล้า 28/05/57

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net