วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึก..7เดือนได้เวลาแขวนนกหวีดและรองเท้าผ้าใบ กับพักใจถึงๆเสียที


 

มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในระหว่างทาง พลิกผันไปตามสถานการณ์ ทั้งภาพแห่งความประทับใจ ความผูกพันระหว่างมวลมหาประชาชน ที่มีต่อลุงกำนัน ความมุ่งมั่น การเสียสละ การต่อสู้ที่มีแต่นกหวีดและรองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ กับเสียงเพลง‘สู้ไม่ถอย’  มวลชนเอาใจช่วยอยู่ หลอมมัดรวมใจเข้าไว้ด้วยกัน ภาพของการผู้คนยื่นเงินบริจาคลุงกำนันตลอดเส้นทางที่ก้าวเดิน เป็นสิ่งที่สร้างขวัญและกำลังใจให้ลุงกำนันและกลุ่มกปปส. ได้ยืนหยัดต่อสู้มาได้อย่างยาวนานร่วม 7 เดือน แม้จะถูกการใช้อำนาจรัฐที่เอนเอียง รวมไปถึงลอบทำร้ายยิง M79 และอาวุธสงคราม ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ30ราย บาดเจ็บกว่า 700 คน ก็ตาม  การนำมวลมหาประชาชนของกำนันสุเทพและบรรดาแกนนำ ที่ผมมีส่วนเล็กๆที่เข้าร่วมขบวนการ ด้วยความคิดและ ต้องการที่จะเห็นการปฏิรูปสังคมและการเมืองที่ดีกว่าเดิม และนี่บันทึกร้อยเรียงเส้นทางและเหตุการณ์...กำนันสุเทพกับมวลมหาประชาชน  ผ่านพาดหัวข่าว นสพ คมชัดลึก

เมื่อ...ประธานสภาสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  บรรจุวาระเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บนิรโทษกรรมในวันที่31/10/56 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ มีการลงมติเสียงข้างมากแก้ไขเนื้อหาพ.ร.บ.นิรโทษกรรม(28/10/56) ต่างจากฉบับร่างเดิมของวรชัย เหมมะ สส.สมุทรปราการ หรือที่เรียกพ.ร.บ.เหมาเข่งสุดซอย  คำประกาศระดมพล ‘เป่านกหวีด’ ของสุเทพ เทือกสุบรรณและพลพรรคประชาธิปัตย์ ก็อุบัติขึ้น โดยนัดชุมนุมกันที่สามเสน 31/10/56...และนั่นคือปฐมบทการต่อสู้ที่แปรเปลี่ยนจากการคัดค้านพ.ร.บ..สุดซอย มาเป็นการเซตซีโร่ระบอบทักษิณและเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง จนเกิดปรากฏการณ์มวลมหาประชาชนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

                                                                  พาดหัวข่าว 1-15 /11/56

สุเทพ นำมวลชนออกเดินครั้งแรกจากสามเสน(4/11/56) และตัดสินใจปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรองรับเครือข่ายและผู้ชุมนุมที่ออกมาคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลักหลับสุดซอย’ จำนวนมากขึ้น ทำให้พรรคเพื่อไทยยอมถอนร่างพ.ร.บ.ที่ค้างอยู่ในสภา 6 ฉบับออก รวมไปถึงกดดันส.ว.จำยอม โหวตคว่ำวาระ1 พ.ร.บสุดซอย (11/11/56)  สุเทพและเพื่อนส.ส.ประชาธิปัตย์อีก8คน ลาออกจาการเป็น ส.ส.เพื่อไม่ต้องกังวลสถานภาพผูกมัดกับพรรคประชาธิปัตย์ ยกระดับการต่อสู้ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และโค่นระบอบทักษิณ

                                                                   พาดหัวข่าว  16-30 /11/56

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการแก้รธน.ที่มาส.ว.มิชอบ พรรคเพื่อไทยแถลงไม่ยอมรับอำนาจ เกิดปรากฎการณ์ ‘วันมวลมหาประชาชน คนไทยใจเกินล้าน’  ต่อเนื่องด้วยแผนเดินดาวกระจาย  ยึดกระทรวงการคลัง-ต่างประเทศ และปักหลัก เปิดเวทีเพิ่มที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ประกาศตั้งกลุ่มกปปส.( คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ People's Democratic Reform Committee, PDRC ,29/11/56)โดยมี  สุเทพเป็นเลขาธิการ เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชน

                                                                    พาดหัวข่าว  1-15 /12/56

นปช.ชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ เกิดเหตุปะทะยิงเดือดข้ามคืนกับนศ.ที่รามคำแหง ทหารต้องนำกำลังไปช่วยให้นศ.ออกมา รวมไปถึงมวลชนบุกรื้อแนวแบริเออร์บริเวณทำเนียบรัฐบาล ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาสกัดกั้น  ก่อนที่สงบพักชั่วคราวร่วมจัดงานวันเฉลิมพระชนม์พรรษา พรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ สส.ลาออก (8/12/56) สอดรับกับที่ สุเทพ ประกาศกร้าว เป่านกหวีดครั้งสุดท้าย ระดมมวลชนลุกฮือเดินขบวน 'ถนนทุกสายมุ่งสู่ทำเนียบ’  (9/12/56) จนนายกฯยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภาในช่วงเช้าของวันที่ 9 เพื่อสกัดมวลชน แต่ก็ไม่ได้ผล ประชาชนหลั่งไหลต่อเนื่องเป็นสายธารทุกสารทิศ มุ่งสู่ทำเนียบ พร้อมเสียงนกหวีดเป่าร้องดังกึกก้องไปทั่ว  

                                                                   พาดหัวข่าว  16-31 /12/56

พรรคประชาธิปัตย์บอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง สุเทพหรือลุงกำนันของมวลมหาประชาชน ออกเดินสายเชิญชวนมวลชน โดยตลอดทาง มีคนเฝ้ารอบริจาคและเป่านกหวีดให้กำลังใจ  มวลมหาประชาชนมาตามนัด  ‘สะดวกที่ไหนชุมนุมที่นั่น’  ทั้ง 5เวที ที่เกาะแนวรถไฟฟ้า (22/12/56)  กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.)  นำมวลชนเพื่อขัดขวางการจับสลากหมายเลขของพรรคการเมืองทีสนามกีฬาไทย-ญี่ปุน (26/12/56) เกิดความวุ่นวายบานปลาย  มีผู้ชุมนุมและตำรวจเสียชีวิต  เกิดภาพไอ้โม่งชุดดำอยู่บนตึกและตำรวจไล่ทุบรถผู้ชุมนุมด้วยความโกรธแค้น  กกต.ขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลปฏิเสธบอกไม่มีอำนาจ ส่วนกปปส.พักรบจัดกิจกรรม  ‘ฉลองปีใหม่’

                                                                     พาดหัวข่าว  1-15/1/57

การรับสมัครสส แบ่งเขต  ส่วนใหญ่เรียบร้อย เว้นแต่ที่ภาคใต้ มีมวลชน กปปส.ขัดขวางทำให้ไม่มีผู้สมัครใน 8 จังหวัด 28เขต (เป็นมูลเหตุให้ศาลรธน.ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะในเวลาต่อมา)  กำนันสุเทพยกระดับการชุมนุมด้วยแผน  ‘SHUT DOWN BANGKOK  RESTART THAILAND ,13 JAN  2014’  ยุบเวทีราชดำเนิน และตั้งเวทีทั่วกรุง7จุด เพื่อกดดันให้ปู ยิ่งลักษณ์ลาออกจากนายกฯรักษาการและต้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ในอีกด้านก็มีมวลชนกลุ่มเสื้อขาวจุดเทียน สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง

                                                                   พาดหัวข่าว  16-31/1/57

สถานการณ์ส่อเค้ารุนแรง มีมือมืดสุมไฟ ป่วนการชุมนุมทั้งยิง M79 ปาประทัดยักษ์ ลอบยิงการด์ของผู้ชุมนุม หนักสุดขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุม ในระหว่างที่กำนันสุเทพเดินแถวบรรทัดทอง (17/1/57) มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก  รวมไปถึงขว้างระบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (19/1/57) มีภาพจับคนขว้างระเบิดชัดเจน  รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (21/1/57)  ตั้งเฉลิม อยู่บำรุงเป็น ผบ ศรส. โดยที่เหล่าทัพไม่ร่วมเป็นกรรมการ  นายกฯปู ยังคงเดินหน้า แม้ศาลรธน.ชี้เลื่อนเลือกตั้งได้ เพราะมั่นใจถ้าผ่านการเลือกตั้ง ก็มีความชอบธรรมและอำนาจกลับมาอยู่ในฝ่ายตน  ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 26/1/57 มีการลอบยิงแกนนำสุทิน ธราทิน ที่นำมวลชนคัดค้านการเลือกตั้งอย่างโจ่งแจ้ง ที่หน้าวัดศรีเอี่ยม  

                                                                     พาดหัวข่าว  1-14/2/57

‘มือปืนป็อบคอรน์’ ชายนิรนาม สวมบทไอ้โม่ง ยิงสกัดกั้นในการปะทะเดือดที่แยกหลักสี่ (1/2/57) เป็นฮีโร่ในใจ ของมวลชนกลุ่มกปปส ลุงกำนันสุเทพปรับหมาก ลดการเผชิญหน้า ไม่ขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันที่2กุมภาพันธ์  รณรงค์ NO VOTE  จัดกิจกรรม "วันปิคนิคแห่งชาติ" ส่งผลให้คนมาใช้สิทธิ์ประมาณ 46% ,บัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนน  28%  สะท้อนให้เห็นว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้  รัฐบาลปูติดกับดักเลือกตั้ง เป็นหนี้ชาวนาเรื่องจำนำข้าว 1.3แสนล้าน

 

                                                                     พาดหัวข่าว  15-28/2/57

ศรส.ปฏิบัติการ ‘ คืนความสุขให้คนกรุงเทพ’(18/2/57) ยึดคืนพื้นที่ มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คนร้ายป่วนหนักลอบปาระเบิดผู้ชุมนุมที่ ตราด(22/2) และยิง M79 ที่หน้า BIG C ราชประสงค์(23/2) มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ คนที่ไม่ใช่ผู้ชุมนุมหลายคน รวมไปถึงเกิดกระแสคนแห่ถอนเงินธนาคารออมสิน(17/2) เพราะไม่วางใจรัฐบาลปูจะขอกู้ไปจ่ายจำนำข้าว สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกความคิด  ลุงกำนันปรับหมาก ยอมเสียหน้าและ ไม่ต้องการเสียมวลชนคนกรุงเทพที่อึดอัดปัญหาการจราจร  คืนพื้นที่ชัตดาน์กรุงเทพ ยุบ 4เวที ไปรวมตั้งเวทีภายในสวนลุมพินีที่มีรั้วรอบขอบชิด ดูแลความปลอดภัยได้ดีกว่า 

                                                                    พาดหัวข่าว  1-15/3/57

‘ดิฉันขอตายในสนามประชาธิปไตย ดีกว่าปล่อยให้ใครมาทำลายระบอบประชาธิปไตยของเรา’

ทำให้รับรู้ว่าการเจรจา(ลับ)ที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างเชื่อในจุดยืนของตน คนเสื้อแดงเริ่มโหมกระแส ความคิดแบ่งแยกดินแดง จัดตั้งกองกำลังของตัวเอง บิ๊กตู่ ประยุทธ์ จันทรโอชา ออกโรงเล่นบทเข้มปรามเสื้อแดงก่อนที่จะบานปลายเอาไม่อยู่  ขณะที่กลุ่มกปปส. ผู้ชุมนุมอ่อนล้าเพลียแรง ทุนรอนหดหาย เพราะชุมนุมมายาวนานกว่า4เดือน ได้แต่จัดสัมนาวางแผนเรื่องปฏิรูป และออกทำกิจกรรมบ้างประปราย

                                                                    พาดหัวข่าว  16-31/3/57

ศาลรธน.วินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่2 กุมภาพันธ์ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (21/3/57)  สิ่งที่พรรคเพื่อไทยหวังที่จะกลับเข้ามาสู่เส้นทางอำนาจ ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่  ส่วนอีกทางมวลมหาประชาชน กลุ่ม กปปส  ที่ดูแผ่วหงอยเหงา กลับมา คึกคักทันที มีการเคลื่อนพล เดินขบวนจากสวนลุมสู่ลานพระบรมรูป (29/3)  ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ร.5และพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7  ที่หน้ารัฐสภา พร้อมประกาศเจตนารมณ์ ”เราจะไม่ยอมให้สภาแห่งนี้เปิดทำการได้อีกจนกว่าจะปฏิรูปการเมืองให้เรียบร้อย”

                                                                     พาดหัวข่าว  1-30/4/57

สถานการณ์ กลุ่มกปปส .ตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่สวนลุม  มีจัดกิจกรรมฉลองสงกรานต์ และความเชื่อใน “ ทฤษฎีมะม่วงหล่น หรือการใช้ความอดทนที่ยาวนานคือรอให้ผลไม้หล่นมาเอง” ของ ธีรยุทธ บุญมี  นั้นใกล้เป็นจริงมากขึ้น ในอีกทางแกนนำ กลุ่ม นปช  เสียหน้า เสียรังวัดพอควร คนเสื้อแดงมาชุมนุมที่ถนนอักษะ(5/4/57)ต่ำกว่าเป้ามาก มีกลุ่มคนพยายามหาคนกลางมาเจรจาเพื่อหาทางออกแก้ไขปัญหา รวมไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเมื่อได้ยินคำว่า ‘อย่ามาสะเออะ’ จากคนคุ้นเคย กำนันสุเทพ ถึงกับเข่าอ่อน หมดทางไปเลย

“ไม่ว่าใครก็ตามอย่าบังอาจตั้งตัวเป็นคนกลางมาเจรจา ไม่ว่าจะเป็นคนที่เขารู้จัก เคยทำงานด้วยหรือสนิทสนมกันมาก่อนก็ตาม ก็อย่ามาสะเออะ”

                                                                 พาดหัวข่าว  1-22/5/57

ภายหลังที่ ศาลรธน. วินิจฉัยยิ่งลักษณ์และรมต.9คน ในชุดที่โยกย้ายถวิลสิ้นสภาพ(7/5) และ ปปช ชี้มูลถอดถอนนายกฯปู ปล่อยโกงจำนำข้าว(8/5/57) กำนันสุเทพ ที่ชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน 6เดือนกว่า   ขยับเดินขบวนครั้งสุดท้าย นำมวลมหาประชาชน ย้ายออกจากสวนลุมไปปักหลักทำเนียบ(12/5)  ตั้งเวทีที่ราชดำเนิน (UN) เพื่อรอวันประกาศชัยชนะ  พร้อมเดินเกมรุกเรียกร้องวุฒิสมาชิก และประมุข 3 ศาล ให้เร่งดำเนินการตั้งนายกคนใหม่ เพราะถือว่าฝ่ายบริหารสิ้นสภาพแล้ว  บริหารประเทศ  คนร้ายลอบยิงM79 และกราดยิงM16  ใส่ผู้ชุมนุมแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีคนเสียชีวิต 3คนและบาดเจ็บนับสิบ เสมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย ทำให้บิ๊กตู่ต้องขยับทัพ และประกาศใช้กฎอัยการศึกในเวลาต่อมา (19/5) ใช้อำนาจเรียกแกนนำกปปส นปช ตัวแทนรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์  กกต และวุฒิสมาชิก เข้าประชุม  เจรจา ค้นหาทางออกแก้ไขปัญหา สุดท้ายทุกฝ่ายต่างติดยึดในจุดยืน...จึงเป็นที่มาของประโยคสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์  “อย่างนั้นตั้งแต่นาทีนี้ผมตัดสินใจยึดอำนาจการปกครอง”

และ...เมื่อสิ้นเสียงพล.อ.ประยุทธ์  นั่นย่อมหมายถึง ได้เวลาที่จะต้องแขวนนกหวีด  เก็บซักรองเท้าผ้าใบ และใจ(เคย)ถึงๆ เสียที  เก็บภาพและเรื่องราวตลอดระยะเวลาเกือบเจ็ดเดือนไว้ในความทรงจำ พร้อมคาดหวังที่จะเห็นสังคมสงบสุข  เกิดการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนดีขึ้นกว่าเห็นเช่นในปัจจุบัน    

 

โดย Dekthep

 

กลับไปที่ www.oknation.net