วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทุ่งกะมัง ต้องกลับไปเยือนอีกกระมัง


ทุ่งกะมัง เป็นทุ่งที่เกิดจากการทำลายป่าของชาวบ้าน ที่ขึ้นไปบุกรุกป่าธรรมชาติเพื่อปลูกพืชและตั้งหลักแหล่ง จนผืนป่าถูกทำลาย สัตว์ป่าถูกล่า โดยเฉพาะกระซู่ ที่เป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายากมาก ได้ถูกล่าไปแล้วถึง 3 ตัว ในบริเวณทุ่งกะมัง เกิดเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2513 นำไปสู่การประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ในปีพ.ศ. 2515 พร้อมทั้งอพยพราษฎรออกจากเขตพื้นที่ไป สิ่งที่หลงเหลือคือทุ่งกว้างไม่เหลือเค้าสภาพของป่าทึบให้เห็นอีกต่อไป ความที่เป็นทุ่งโล่งมีภูเขาล้อมรอบมองดูเหมือนชามหรือกาละมัง จึงถูกขนานนามว่า "ทุ่งกะมัง"

 

สิ่งที่น่าสนใจของการมาเที่ยวทุ่งกะมังคือ  การชมเนื้อทรายอย่างใกล้ชิด

เนื้อทราย เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกกวางชนิดหนึ่ง มักหากินช่วงเช้า เย็น และกลางคืน มันมีสายตาที่ดีในความมืด ตาของเนื้อทรายสีดำและกลมโตใหญ่ จึงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีดวงตาสวยที่สุด แม่เนื้อทรายจะเลี้ยงลูกอย่างดีจนกระทั่งลูกโต ซึ่งมักพบว่าลูกที่โตแล้วยังติดตามแม่ตลอดเวลา

 

 

ทุ่งกะมังอยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

 

 

 ทุ่งกะมัง

เป็นที่ราบกว้างใหญ่ซึ่งประกอบด้วยทุ่งหญ้า ซึ่งเรียกว่า "หญ้าสะบัด" กว้างขวางเขียวขจี ล้อมรอบด้วยภูเขาในเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ อยู่ในเขตอำเภอคอนสาร ภูเขียว และเกษตรสมบูรณ์ เป็นโครงการในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าและนำสัตว์ป่าคืนถิ่น เพราะในบริเวณนั้นมีสัตว์ประเภท เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ ชุกชุม ได้มีการนำเอา ดินโป่งใส่ไว้เป็นจุดๆ ใกล้อ่างเก็บน้ำเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งนั้น สำหรับทุ่งหญ้าเขียวขจีนั้นก็เป็นอาหารของเก้งและกวางในฤดูร้อน บางครั้งมีไฟป่าพัดมาทำให้ต้นหญ้าถูกไฟป่าไหม้หมด แต่เมื่อถึงเวลาฝนตกลงมา ต้นหญ้าก็จะแตกต้นอ่อนขึ้นมาเขียวอีกครั้งเพื่อเป็นอาหารของสัตว์ต่อไปบนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ

 

 หากมองจากพระตำหนักที่ประทับ  ด้านหน้าจะเป็นทุ่งกะมังค่ะ

 

ดิฉันรู้สึกชอบที่นี่มาก แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวเพื่อมาพัก และมีโปรแกรมต้องเดินทางแบบกวาดให้หมด คงใช้เวลาแค่พักรับประทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาจากร้านสะดวกซื้อก่อนเข้ามายังที่นี่

 

การเข้าพักก็ไม่ยุ่งยากค่ะ วันที่มาถึงนักท่องเที่ยวแค่ 4-5 คน (นอกจากกลุ่มเรา)  หากวันนั้นจะพักแค่แจ้งความจำนงกับ จนท. สำหรับค่าบริการ ก็แล้วแต่เราจะจ่ายให้ค่ะ  แต่ก็สามารถจองที่พักล่วงหน้าก่อนมาได้นะคะ

อ้อ ลืมบอกที่นี่สัญญาณโทรศัพท์แทบจะไม่มี มีแค่จุดเดียว บริเวณที่ทำการ และรับได้เฉพาะ AIS ค่ะ (ไม่ได้โฆษณาให้นะคะ)

 

ชมบรรยากาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ก่อนที่จะเดินทางต่อสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวค่ะ

 โชคดีมากค่ะ กล้วยไม้ป่ากลุ่มนี้กำลังบานพอดีเลย

 

 

จุดชมวิวก่อนเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ มองเห็นภูเขาหัวตัดลูกนั้น ว่ากันว่าชื่อ ภูกระดึง

 

 

 

(ขออภัยกับการชมค่ะ ลงภาพยากจังคะ ท่านใดพอจะแนะนำได้ไหมคะ)

 อย่าลืมติดตามจะพาชมเขื่อนจุฬาภรณ์  สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า น้ำผุดทัพลาว และ อช.ตาดโตน ค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

 

โดย chanidapa_aew

 

กลับไปที่ www.oknation.net