วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใครบอกว่าสิงคโปร์ ไม่มีคนจน?


          สิงคโปร์กำลังเป็นข่าวในเมืองไทยเพราะเรื่องให้ รองนายกฯ ชัยกุมาร ต้อนรับทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆ ที่มีเสียงเตือนจากรัฐมนตรีต่างประเทศไทยก่อนหน้านี้ 

           และเป็นข่าวเพราะ "เพื่อนทำกับเพื่อนอย่างนี้หรือ ?" กรณีที่ให้เทมาเซคซื้อหุ้นของชินคอร์ปจากตระกูลของทักษิณและรวมเอาสัมปทานดาวเทียม มือถือ และสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเข้าไปด้วย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางด้านความมั่นคง 

           บังเอิญเหมือนกันที่นิตยสาร "นิวสวีค" เล่มล่าสุด ตีพิมพ์บทวิเคราะห์เศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้ ที่ได้รับความชื่นชมมาตลอดว่ามีเศรษฐกิจดีเยี่ยม ถึงขั้นที่ประชาชนที่นั่นยอมให้รัฐบาลควบคุมทุกด้านของชีวิตส่วนตัว เพื่อแลกกับการที่ปากท้องอิ่มและความมีเสถียรภาพทางการเมือง 

           แต่นิวสวีคบอกว่า นั่นอาจจะเป็น "ภาพลวงตา" ที่มองจากข้างนอกก็ได้ เพราะสถิติล่าสุดบอกว่า คนสิงคโปร์ที่ยากจนร้อยละ 30 นั้น มีสถานภาพที่ย่ำแย่กว่าเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยซ้ำไป แต่ไม่เป็นข่าวเป็นคราวเท่าไร เพราะที่นั่นเขาไม่ยอมให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเหมือนในเมืองไทยวันนี้ 

          ภาพรวมเศรษฐกิจของสิงคโปร์ดูดีมาก เพราะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ปีละ 7.6 เปอร์เซ็นต์ และสามารถสร้างงานใหม่ในอัตราที่ประเทศตะวันตกหลายชาติยังต้องอิจฉา 

 แต่นิวสวีคบอกว่า ปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง คือ "ชาวบ้านทั่วไปโดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลาง ยังไม่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนจากความมั่งคั่งที่ว่านี้" 

           คนที่พูดไม่ใช่ฝ่ายค้าน (ที่ถูกล้อมกรอบจนไม่อาจจะแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา) หากแต่เป็นรองประธานของสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งสิงคโปร์ (Economic Society of Singapore) ที่ชื่อ เยียว ลำ เคียง ที่บอกว่า นี่คือ "ปรากฏการณ์รายได้จริงที่หดตัวลงและรายได้ขั้นต่ำที่ลดลง" สำหรับคนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของคนที่ถือว่ายากจนที่สุดของประเทศ" 

             เหตุผลหนึ่งก็เพราะ ผู้นำสิงคโปร์คิดว่าตัวเองเก่งกาจในเรื่องการสร้าง "ความสามารถในการแข่งขัน" กับประเทศอื่น และเอาใจนักลงทุนต่างชาติด้วยการลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจทั้งหลาย...ผลก็คือ จำเป็นต้องทำให้คนสิงคโปร์เองที่รับใช้ต่างชาติ ต้องยอมรับมาตรฐานของรายได้ที่ต่ำลง โดยเฉพาะระดับกรรมกรและผู้ใช้แรงงานอื่นๆ ทั้งหลาย 

           แปลว่า ช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจนของสิงคโปร์ก็กว้างขึ้น เพราะขยายขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ 

          ตัวเลขทางการแจ้งว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น คนสิงคโปร์ที่รวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ (ไม่นับรายได้อื่น เช่น กำไรจากการซื้อขายหุ้น หรือจากเงินปันผลที่เฉพาะคนมีสตางค์เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้)  แต่คนจนที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ กลับมีรายได้ลดลงร้อยละ 4.3

          ขณะเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ก็เอาใจธุรกิจด้วยการยอมให้นายจ้างลดเงินที่ต้องช่วยพนักงานในรูปแบบของกองทุนสะสม หรือ Central Provident Fund ซึ่งเป็นแหล่งเงินที่เอาไปช่วยเงินบำเหน็จบำนาญ ที่อยู่อาศัย ค่ารักษาโรคและการศึกษาของประชาชนด้วย 

 แปลว่านโยบายเอาใจธุรกิจและคนรวยของรัฐบาลสิงคโปร์กำลังทำให้ชนชั้นกลางและชั้นล่างกลายเป็นผู้เสียเปรียบในสังคม 

         ใครที่เคยชื่นชมว่าผู้นำสิงคโปร์สามารถทำให้ประชากรทั้งเกาะ 4.3 ล้านคน มีความสุขจนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนั้น เห็นทีจะต้องคิดใหม่แล้วกระมัง 

        

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net