วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนึ่งจุดแดง... แต้มผากล้วยไม้


 

ก่อนปวารณาตัวเป็นนักดูนก ผมเคยเป็นนักดูกล้วยไม้มาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่สนใจกล้วยไม้มานานกว่า 20 ปีอย่างบ้าคลั่งเช่นผม ทั้งเพาะเลี้ยง ทั้งบุกเข้าไปชมตามป่าเขา หลังบ้านนั้นเต็มไปด้วยราชินีไม้ป่าหลากหลายสายพันธุ์ แต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว หลังจากออกทริปดูนกครั้งแรก ผมก็สนใจกิจกรรมใหม่อย่างบ้าคลั่ง

        ไม่ใช่ซิ...ไม่อาจเรียกว่ากิจกรรม แต่มันเป็นความสุขต่างหาก

         อย่างไรก็ตาม ความที่เคยเรียนรู้วิชาไอเด็นกล้วยไม้มาบ้าง ทำให้เวลาเข้าป่าเข้าดง นอกจากดูนกตามสุ่มทุมพุ่มไม้แล้ว ก็ยังมองหากล้วยไม้ควบคู่กันไปด้วย

        วิธีการดูกล้วยไม้อย่างง่ายที่สุด คือ ต้องไปดูในช่วงฤดูผลิดอก (กล้วยไม้ป่าไทยไม่ได้ให้ดอกทั้งปี ส่วนใหญาฃ่ 90% ออกดอกตามฤดูกาล) สีสันความสวยงามของช่อดอก เป็นจุดสังเกตุที่ให้ความแตกต่างกับสีเขียวของป่า ประเภทมองปุ๊บ เห็นปั๊บ ก็ว่าได้ ยกเว้นกล้วยไม้ที่มีดอกขนาดจิ๋ว ต้องใช้ความละเอียดและประสบการณ์มากๆ

       แล้ววันหนึ่ง...ผมก็เจอเข้ากับสัญลักษณ์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ผากล้วยไม้" เมื่อเดินทางไปที่นี่ในช่วงที่กล้วยไม้พื้นถิ่นชนิดนี้ออกดอกพอดี ดอกของมันเป็นสีแดง เติบโตอยู่ในแปลงสาธิต ข้างหน่วยฯพิทักษ์ป่า แทบไม่มีใครสังเกตุเห็น เหมือนเป็นจุดเล็กๆท่ามกลางแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์

        จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่องในวันนี้... หนึ่งจุดแดง แต้มผากล้วยไม้ !


       ป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยว...ระวังช้างป่า  

        เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูร้อนกับฤดูฝน อากาศที่เคยร้อนมากๆ เริ่มคลี่คลายลง ด้วยท้องฟ้าเบื้องบนโปรยปรายพิรุณลงมาบ้างแล้ว ป่าดงพงไพรอ้าแขนต้อนรับสายฝนอย่างยินดีปรีดา คาดหวังถึงความเขียวเขียวชะอุ่มพุ่มไสวในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า

        สำหรับนักดูนกแล้ว การออกทริปสัญจรรอนแรมในช่วงดังกล่าว แม้แทบไม่ปรากฎโฉมหน้าของนกอพยพ เนื่องจากส่วนใหญ่ได้เดินทางอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมที่อยู่ทางตอนกลางและตอนเหนือของเอเชียเกือบหมดแล้ว แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษของนกประจำถิ่นที่ลูกน้อยเริ่มปีกกล้าขาแข็ง ออกจากรวงรังมาผจญภัยในโลกกว้าง เคียงข้างกับพ่อ-แม่ของมัน

         ไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดไหนอยู่ตัวเดียวตลอดชีวิต.... เมื่อถึงช่วงโตเต็มวัย นกแต่ละชนิดจึงมีความพร้อมตามสัญชาติญาณสำหรับจับคู่ผสมพันธุ์ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่มีอาหารสมบูรณ์พอสำหรับเลี้ยงดูลูกนกให้รอดชีวิต

         นกส่วนใหญ่มักวางไข่ในช่วงปลายฤดูแล้งไปจนถึงกลางฤดูฝน เพื่อให้ลูกนกเจริญเติบโตขึ้นมาในช่วงที่มีอาหารสมบูรณ์


       นกปรอดเหลืองหัวจุก / Black-crested Bulbul ชนิดย่อย johnsoni


 นกปรอดคอลาย / Stripe-throated Bulbul  

 นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ / Puff-throated Bulbul 


       นกปรอดเล็กตาขาว / Grey-eyed Bulbul

         หลังจากขับรถออกจากเมืองกรุงตั้งแต่เช้ามืด เรามาถึงเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือผืนป่าดงพญาเย็นในห้วงอดีต แวะสอบถามเรื่องดินฟ้าอากาศจากเจ้าหน้าที่บริเวนด่านเนินยายหอม ประตูสู่เขาใหญ่ทางฝั่ง จ.ปราจีนบุรี ก็ได้รับคำตอบว่า "ฝนเพิ่งตกเมื่อคืนนี้เองครับ ก่อนหน้านี้ไม่ตกเลย"

        "ข้ามากับฝน(อีกแล้วหรือนี่) คืนนี้กางเต้นท์นอนที่ผากล้วยไม้ ฝนจะตกหนักอีกไหมหนอ" ผมรำพึงขึ้นในใจ

         ระยะหลังไม่ทราบเป็นอะไร ทริปดูนก 3-4 ทริปที่ผ่านมา ผมเจอกับฝนตลอด กระทั่งยามหน้าแล้งแดดเปรี้ยงๆบนยอดพะเนินทุ่ง ฝนยังตกเสียป่าเปียกแฉะไปทั้งผืน ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกินจริงๆ อย่างไรก็ตาม

        ผมนั้นถือคติ "ไม่เข้าถ้ำเสือมีหรือจะได้ลูกเสือ ไม่เข้าป่าเข้าพง มีหรือจะได้ดูนก " ฟ้าฝนแม้กระหน่ำลงมา แต่กลับเพิ่มรสชาติชีวิตนักดูนกได้เป็นอย่างดี


 นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า / Blue-winged Leafbird


 นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ / Laced Woodpecker,เพศเมีย

 นกเขียวคราม / Asian Fairy Bluebird ,เพศเมีย

     นกพญาไฟใหญ่ / Scarlet Minivet ,เพศผู้  

         ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าเนินยายหอมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว จำได้ดีถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น รถติดยาวตั้งแต่ปากทางเข้าเขาใหญ่ทางฝั่งปราจีนบุรีไปจนถึงปากทางเข้าอีกฝั่งหนึ่งทางอำเภอปากช่องของโคราช เพราะฝูงคนเลี่ยงขบวนรถติดจากถนนมิตรภาพ มาใช้ทางตัดผ่านป่าเขาใหญ่ เพื่อมุ่งสู่จังหวัดต่างๆในอิสาน

        มีข้อมูลว่า ในช่วง 28-30 ธ.ค. 2556 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีนักท่องเที่ยว 54,089 คน ยานพาหนะทุกประเภท รวม 16,689 คัน มีรายได้จากค่าผ่านประตูประมาณ 2 ล้านบาท จำนวนเงินสูงแต่คุณค่าสูญหาย สำหรับคนที่ขึ้น-ลงผืนป่าแห่งนี้บ่อยครั้งตลอดช่วงที่ผ่านมา ย่อมมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่เสื่อมโทรมลง

        นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศของเขาใหญ่ที่มีถนนผ่าเอาป่าผืนใหญ่ให้แตกออกจากกันเหมือน"ป่าอกแตก"ยังไงยังงั้น


พญากระรอกดำ / Black giant squirrel 

       กระรอกหลากสี / Variable Squirrel

น้ำตกเหวนรก เป็นจุดแรกที่เราแวะดูนก คงไม่ผิดนักที่เราจะพูดว่านี่คือมุดหมายแรกในฐานะแหล่งดูนก หากท่านขึ้นสู่เขาใหญ่จากด่านเนินย่านหอม และเป็นจุดแรกๆที่ต้องพักแข้งขาที่ใช้เหยียบเกียร์เหยียบเบรคมานานหลายชั่วโมงหลังทะยานออกจากเมืองกรุง

         ผมถอนหายใจเมื่อนำรถเข้าจอดเทียบท่า เลยช่วงเช้ามาแล้วระยะหนึ่ง ผู้คนยังบางตา แต่คงอีกไม่นาน ประชากรมนุษย์จะเพิ่มจำนวนขึ้นด้วยอัตราทวีคูณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เช่นนี้ ระหว่างเดินตามเทรลไปยังตัวน้ำตก ไก่ฟ้าหลังขาว (Silver Pheasant) โผล่มาให้ได้เห็นบริเวณป่าริมทางเดิน

         หลังจากนั้น ก็ไปต่อที่จุดชมเขาเขียว ขึ้นสู่ผาเดียวดาย ตีกลับมาค่ายกองแก้ว มุ่งต่อหอดูสัตว์หนองผักชี จนสุดท้ายไปปักหลักที่ลานกางเต้นท์ผากล้วยไม้ หลังจากเลือกทำเลนอน และกางเต้นท์เสร็จสรรพ ก็ไปเตร็ดเตร่ดูนกยามเย็นได้ชั่วคราว ไม่เลวทีเดียว แม้นกอพยพกลับไปหมดแล้ว แต่นกประจำถิ่นซึ่งทั้งหมดเคยพบเห็นแล้ว ก็สร้างสีสันได้ไม่น้อยทีเดียว

        เวลาโพล้เพล้จึงกลับมานั่งล้อมวงทานข้าวเย็น เข้านอนในเวลาไม่ดึกนัก เก็บแรงเก็บพลังเอาไว้เดินดูนกยามตะวันโผล่มาเยี่ยมผืนป่าในรุ่งอรุณวันใหม่

       ก่อนหัวถึงหมอน ผมนึกว่าคืนนี้รอดแล้ว ไม่เจอฝนแน่นอน ที่ไหนได้ราวเที่ยงคืน ฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว วลีที่ว่า"ข้ามากับฝน" ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์


 นกขุนทอง / Common Hill Myna 


 นกแก๊ก / Oriental Pied Hornbill

        บริเวณโดยรอบลานกางเตน์ผากล้วยไม้ ถือเป็นจุดดูนกที่โอเคทีเดียวสำหรับในอาณาบริเวณของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักดูนกทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า ในแต่ละปี จะมีนกหายากมาเยือนผากล้วยไม้ปีละตัวสองตัว 

        บริเวณที่มีโอกาสเจอนกมากหน้าหลายตาของผากล้วยไม้ ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงกับห้องน้ำทั้ง 2 ด้านนั่นแหละครับ ไม่ใช่เพราะว่า นกชอบดมกลิ่นอะไรบางอย่างนะ แต่ห้องน้ำค่อนข้างอยู่ห่างไกลชุมชน โดยเฉพาะห้องน้ำที่ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงานหน่วยพิทักษ์ป่าฯนั้น นกค่อนข้างดีมากทีเดียว 

         หากว่าเดินไปเจอต้นไทรที่ตกลูกดกเข้า ก็หาที่พรางตัว คอยเฝ้าดูบรรดานกทั้งหลายมาตั้งวงปาร์ตี้กินลูกไทรกันได้เลย

        เส้นทางเดินป่าผากล้วยไม้-เหวสุวัต เป็นจุดเหมาะอีกแห่งหนึ่ง เส้นทางนี้เลียบไปตามห้วยลำตะคองเริ่มจากจุดพักแรมผากล้วยไม้ ไปสิ้นสุดที่น้ำตกเหวสุวัต รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

        เดินดูนกได้สะดวกใช้ได้ครับ แม้ทางเดินเทคอนกรีตเริ่มผุผังไปตามกาลเวลา แต่ก้าวย่างแต่ละก้าวก็ไม่ลำบากลำบนอะไรมากนัก ตลอดทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ร่มครึ้ม มีเสียงนกแก๊กร้องให้ได้ยินเสมอ ช่วยให้มองหาตัวได้ไม่ยาก ริมห้วยมักพบนกยางเขียว

        บนต้นไม้มีนกที่พบเห็นได้เป็นประจำอย่าง นกปรอดเล็กตาขาว นกจาบคาเคราน้ำเงิน นกขุนแผนอกสีส้ม นกกะรางคอดำ นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ

        ถ้าเป็นช่วงฤดูอพยพ ก็มีโอกาสพบนกอพยพได้หลากหลายชนิดเช่นกัน โดยเฉพาะพวกนกจับแมลงต่างๆ


นกโพระดกหูเขียว / Green-eared Barbet 

 Moustached Barbet /นกโพระดกคอสีฟ้าเคราดำ

       นกโพระดกหน้าผากดำ / Blue-eared Barbet

         หนังสือแหล่งดูนกทั่วไทยของรุ่งโรจน์ จุกมงคล ให้ข้อมูลว่า ตามป่าริมทางที่ขนานไปกับลำห้วย มีนกให้ชมกันหลายชนิด เช่น นกจับแมลงหัวเทา และนกกระจ้อยคอขาว ชนิดโดดเด่นสะดุดตาที่สุดคือ นกติ๊ดสุลต่าน กับหงอนสีเหลืองสด

       นกกางเขนน้ำหลังเทาเคยพบได้ง่ายตามเส้นทางนี้ ได้ยินเสียงร้อง"ติ๊ง-ติ๊ง-ติ๊ง" แหลมใสราวกับเคาะระฆังแก้ว ให้หยุดรอดูตามโขดหินกลางลำห้วยได้เลย ส่วนโขดหินขนาดใหญ่บริเวณน้ำตกผากล้วยไม้ เป็นถิ่นอาศัยของนกเอี้ยงถ้ำ ชอบบินผ่านม่านน้ำตกออกมาจากซอกหินทางด้านล่าง ดูแล้วน่าสนุกดี


"หวายแดงเขาใหญ่" 

พูดถึงน้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลาง เกิดจากห้วยลำตะคองเช่นกัน ชื่อของน้ำตกแห่งนี้ มาจากหน้าผาของน้ำตกมี "หวายแดงเขาใหญ่" Renanthera coccinea Lour ขึ้นเกาะอยู่มากมาย

        หวายแดงเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือขึ้นตามซอกหิน ลำต้นยาว ใบ รูปขอบ ขนาน กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเว้า ดอก ออกเป็นช่อ แตกแขนง จากซอกใบ ดอกสีแดงเข้ม ขนาดบานเต็มที่กว้าง 3.5 ซม. กลีบปากมีขนาดเล็ก ปลายกลีบเป็นติ่งแหลม พบตามแนวชายป่าดงดิบ ที่ระดับความสูงประมาณ 500-1,400 เมตร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก



        "หวายแดงเขาใหญ่" เป็นกล้วยไม้ป่าไทยที่สวยงาม และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้ ในฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่หวายแดงผลิดอกออกช่อยาว บานสะพรั่ง เป็นสีแดงทั้งหน้าผา เดินไปชมกันได้ครับ อยู่ห่างจากลานกางเต้นท์ผากล้วยไม้ในราว 1 กิโลเมตรเท่านั้น

       ทริปนี้ ผมไม่ได้เดินเข้าไปชมหวายแดงถึงน้ำตกผากล้วยไม้ ได้แต่นำภาพจากแปลงปลูกสาธิตฯ หน้าปากทางเข้าเทรลผากล้วยไม้มาฝากกัน ไม่อยากจะบอกว่า ในห้วยลำตะคองที่ไหลเอื่อยเฉื่อยขนานไปกับเทรลศึกษาธรรมชาติดังกล่าว มีจระเข้ 2 ตัวอาศัยอยู่ ผมเคยเห็นเมื่อ 3-4 ปีก่อน บัดนี้ก็คงตัวใหญ่ไม่เบาทีเดียว

        บอกตามตรงครับว่าผมคงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในชีวิต หากมีเรื่องให้ต้องเข้าไปเดินเล่นแถวนั้น


 

Smooth Country - Rough Whiskey, longer version

Martin Tallstrom 

 

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net