วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชมประวัติศาสตร์การต่อสู้ เคียงคู่ธรรมชาติ ที่ "ภูหินร่องกล้า"


โดย ผู้จัดการออนไลน์

ลานหินปุ่ม
       ณ ผืนป่าอันกว้างใหญ่ของรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 191,875 ไร่ ผืนป่าแห่งนี้ได้แอบแฝงซ่อนกายสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของไทยเราเมื่อในครั้งอดีต คือ ภูหินร่องกล้า สถานที่เมื่ออดีตเป็นที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแพร่กระจายลัทธิคอมมิวนิสต์ไปสู่เขาค้อ ภูขัด และภูเมี่ยง จนเกิดเป็นปัญหาความมั่นคงทางการเมือง
       
       จนกระทั่งเมื่อสงครามยุติลงและได้มีการตัดเส้นทางผ่านใจกลางภูหินร่องกล้าและจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น เป็น อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แหล่งท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินขึ้นภูเที่ยวชมร่องรอยแห่งสมรภูมิรบเมื่อครั้งอดีต อย่างที่ "เที่ยวรอบทิศ" ได้มาในวันนี้เช่นเดียวกัน
       
       พอมาถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า "เที่ยวรอบทิศ" ไม่รอช้าเริ่มออกเดินทางไปตามเส้นทางสายประวัติศาสตร์กันทันที ตลอดสองข้างทางที่เดินเราไม่พบปลอกของกระสุนปืน หรือซากของลูกระเบิดที่เคยเกลื่อนเต็มไปหมด แต่เรากลับเห็นแต่ความงามของดอกไม้ป่านานาชนิดที่ขึ้นอยู่ริมสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นดอกเอนอ้าสีม่วงสดสวย เอื้องงาช้าง สร้างความเบิกบานใจดีกว่าเดินๆ แล้วเจอลูกระเบิดเป็นไหนๆ

ผาชูธง
       หลังจากเดินได้สักพัก เราก็มาถึงยังสำนักอำนาจรัฐ ที่ก่อตั้งโดยอดีตพคท. เมื่อปีพ.ศ. 2520 สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ทำการปกครองระดับท้องถิ่น มีการพิจารณาและลงโทษผู้ทำผิดกันที่นี่
       
       จากสำนักอำนาจรัฐถ้ามองตรงไปข้างหน้าจะเห็นธงแดงรูปค้อนเคียวถูกชักขึ้นอยู่บนยอดโบกไสวอยู่เห็นเด่นชัด ปักอยู่บนผาที่มีตำนานเล่าขานว่า เมื่อครั้งอดีตเมื่อฝ่ายพคท.รบชนะฝ่ายรัฐบาลก็จะนำธงนั้นชักขึ้นสู่ยอดเสาที่ผาแห่งนี้ เหมือนเป็นการประกาศให้โลกรับรู้ว่า "เรารบชนะอีกแล้ว" ผานี้จึงมีชื่อว่า ผาชูธง
       
       หลังจากที่เราเดินดูโน่น ดูนี่ ที่สำนักอำนาจรัฐกันจนทั่ว ก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายข้างหน้า ที่รออยู่บนภูผาสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ความสูง 1,300 เมตร เป็นลานผากว้างที่ถูกธรรมชาติรังสรรค์ความงดงามให้จนเกิดเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยเนินหินเล็ก หินน้อย ดูเหมือนปูดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปม ลานหินแห่งนี้ จึงมีชื่อเรียกว่า ลานหินปุ่ม ตามสภาพที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นความงามที่ธรรมชาติมีความสามารถมากในการสร้างงานศิลปะชิ้นนี้ขึ้นมาได้
       
       ที่ลานหินปุ่มนี้ด้วยที่เป็นลานกว้างเมื่อในอดีตพวกพคท.จึงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พักฟื้นของทหารป่าที่ได้รับบาดเจ็บการจากสู้รบกับรัฐบาล แต่ว่าปัจจุบันนี้ลานหินปุ่มกลับกลายเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะเมื่อมองไปเบื้องหน้าจะเห็นภาพภูเขาที่ขึ้นสลับซับซ้อนเขียวชอุ่ม แถมลมพัดเย็นสบาย พลอยพาเอาใจลอยไปตามสายลม
       
       จากลานหินปุ่ม "เที่ยวรอบทิศ" ก็จำต้องรีบเดินทางลงจากภูเพราะดูเวลาใกล้จะพลบค่ำแล้ว ทางขากลับที่เราเดินลงจากภูยังแอบแวะ สุสานนักรบ ที่เขาสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงความกล้าหาญชาญชัยของทหารทั้งสองฝ่ายที่เคยรบเคียงป่าเคียงไหล่กันเพื่อเอกราชของตนเมื่อครั้งอดีต แล้ว "เที่ยวรอบทิศ" ก็ขอยืนไว้อาลัยแสดงความเคารพถึงความเสียสละและกล้าหาญของทหารเหล่านั้น ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าออกจ้ำเดินจากภูหินร่องกล้าดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องราวแห่งความทรงจำของใครหลายๆ คน
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       การเดินทางไปภูหินร่องกล้าจากตัวเมืองพิษณุโลก โดยสารรถยนต์ไปตามเส้นทางพิษณุโลก - หล่มสัก ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร ถึงสามแยกบ้านแยง เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอนครไทย จากนั้นเดินทางต่อโดยรถสองแถว อีกประมาณ 31 กิโลเมตร จะถึงหน่วยบริการนักท่องเที่ยวและที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หรือจากเมืองเพชรบูรณ์ไปอำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า บ้านวังบาน บ้านโจ๊ะโหวะ จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ โทร. 0-2579-7223, 0-2579-5734 หรือที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โทร. 0-9827-5225

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net