วันที่ อังคาร มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Romantic Road…ถนนสวยทั้งสาย (แม่มด) ยกให้ป้ารุ


ค่ำวันหนึ่ง แม่มดได้รับหลังไมค์จากป้ารุ เธอว่าจะไปเที่ยวถนนสาย The Romantic Road กับเพื่อนๆในเดือนตุลาคม ขอข้อมูลหน่อยนะคะ แม่มด

ขออย่างนี้  มีหรือที่แม่มดจะไม่จัดให้  ดีเสียด้วยซ้ำไป แม่มดจะได้ถือโอกาสหลบเปลวแดดร้อนเข้าไปนั่งฝันเล่นในโกดังรูปสักครู่

แล้วแม่มดก็มาไตร่ตรองว่าจะให้ข้อมูลของถนนสายท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศเยอรมนี แถมยังมีระยะทางยาวเกิน ๓๖๐ กิโลเมตรได้อย่างไร ป้ารุกับสหายจึงจะเห็นภาพล่วงหน้าได้ชัดเจนว่าจะต้องไปเจอะเจออะไรบ้าง

อย่ากระนั้นเลย แม่มดวางเรื่องและภาพลงบางโอเคเลยดีกว่า  นะคะ ป้ารุ เพื่อนๆคนอื่นๆจะได้รู้แจ้งเห็นจริงไปกับเราด้วย

 

การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเยอรมนีสะดวกสบายและมีความปลอดภัยสูงมากค่ะและแม้ว่าราคาจะไม่ย่อมเยาแต่เราก็ทำให้ไม่แพงเกินไปได้ระดับหนึ่ง (ถ้าเราทำการบ้านมาดีๆ) นะคะ

ถนนท่องเที่ยวสายโรแมนติกวางตัวอยู่บนทางหลวงแผ่นดินสาย B25 และ B17 โดยเริ่มต้นที่เมือง Wuerzburg และไปสิ้นสุดที่ Fuessen  คือถนนทั้งสายอยู่ในแคว้นบาเยิร์น (Bayern) หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อบาวาเรียไงคะ

หากจะเช่ารถขับเที่ยวเอง แม่มดบอกได้ว่าราคาค่าเช่ารถในประเทศนี้ต่ำกว่าประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป แถมเยอรมนียังไม่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้ทางด่วน (Autobahn) อีกด้วย แต่ราคาน้ำมันแพงเอาเรื่องนะคะ ที่สำคัญคือกฎหมายจราจรและการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดมาก ผู้ใช้รถใช้ถนนเองก็ถือหลักเกณฑ์เคร่งครัด ทั้งคนเยอรมันก็เป็นคนตรงประเภทยอมหัก ไม่ยอมงอ ดังนั้นหากเพื่อนๆไม่เชี่ยวชาญการขับรถและรู้กฎหมายเยอรมันกระจ่างแจ้งจริงๆ แม่มดไม่แนะนำให้ขับรถเที่ยวเองนะคะ

การเดินทางโดยรถไฟเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ รถไฟเยอรมันรวดเร็ว ตรงเวลาและสะอาดเฉียบแต่ก็แพงระยับเหมือนกัน (คุณภาพชีวิตมีราคาของมันเสมอค่ะ)  อย่างไรก็ตาม เราอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้บ้างโดยการใช้ตั๋ว Bayern-Ticket แบบต่างๆ ประเด็นนี้มีรายละเอียดมากมาย  เพื่อนๆที่สนใจ เชิญสอบถามมาได้นะคะ

ในความเห็นของแม่มด การเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางสายโรแมนติกสำหรับคนเดินทางจากแดนไกลที่สะดวกที่สุดคือการซื้อบริการรถโดยสารประจำทางเพื่อการท่องเที่ยวซึ่งให้บริการระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม โดยมีรถบัสนั่งสบายออกจากทั้งต้นทางและปลายทางคือที่ Frankfurt (ซึ่งอยู่ในแคว้น Hessen) และที่เมือง Fuessen เวลา ๐๘.๐๐ น. และมีรถเที่ยวพิเศษออกจากมิวนิคเวลา ๑๐.๓๕ น.

รถโดยสารจะจอดให้โอกาสคนเดินทางได้ชมเมืองสวยเป็นระยะๆนะคะ  ยิ่งกว่านั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถวางโปรแกรมการเดินทางได้ด้วยตัวเองว่าจะซื้อตั๋วไปถึงจุดไหนหรือจะวางแผนการเดินทางบนถนนทั้งสายโดยมีการหยุดชมเมืองที่ตนเองสนใจ อาจพักค้างคืนแล้วจึงเดินทางต่อหรือไม่ก็ได้ หน่วยงานที่ให้บริการการวางแผนการเดินทางและสำรองที่พักคือ Touring Tours&Travel GmbH ค่ะ

พูดถึงที่พัก แม่มดมีประสบการณ์ว่าโรงแรมระดับ ๔-๕ ดาว ไม่มีที่ใดงดงามและให้บริการดีเลิศเท่าโรงแรมในบ้านเรา แต่ถ้าเป็นที่พักระดับเรียบง่ายที่เพียงแต่จะต้องสะอาด เงียบสงบและปลอดภัย ที่พักในประเทศเยอรมนี เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพกันแล้ว มีราคาย่อมเยากว่าที่พักในเมืองไทยนะคะ

แหม แม่มดก็ลืมถามป้ารุว่าจะบินเข้าเยอรมนีที่แฟรงค์เฟิร์ตหรือมิวนิค เอาเป็นว่าเราเริ่มเดินทางจากแฟรงค์เฟิร์ตก็แล้วกัน

 

 ถ้าเราใช้บริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว รถจะเลี้ยวแว้บเข้าไปจอดที่เมืองแวร์ทไฮม์ (Wertheim) ก่อนเป็นที่แรก  แวร์ทไฮม์เป็นเมืองเล็กๆน่ารักที่มีปราสาทเป็นของตัวเองตามแบบเมืองเยอรมันส่วนใหญ่แต่น่าเสียดายที่คนทั่วไปรู้จักเมืองนี้ตรงศูนย์การค้าประเภท Outlet ของเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกเท่านั้น (เพราะในวันสุดสัปดาห์จะมีรถบริการพาผู้คนจากแฟรงค์เฟิร์ตไปช้อปปิ้งที่นั่นโดยเสียค่าโดยสารเพียง ๑๐ ยูโร)

 

Wertheim

เมือง Wertheim ไม่ขี้เหร่นะคะ

Wertheim Outlet Center มีของแพงๆขาย ประเภทที่ลดราคาแล้ว ก็ยังแพงค่ะ

 

Wuerzburg

จุดเริ่มต้นของถนนท่องเที่ยวสาย The Romantic Road อยู่ที่เมือง Wuerzburg ซึ่งอยู่ห่างจากแฟรงค์เฟิร์ตเพียง ๑๑๐ กม.

การทิ้งระเบิดถล่มเมืองในวันที่ ๑๖ มีนาคม ค.ศ.๑๙๔๕ กินเวลาเพียง ๒๐ นาทีแต่ได้ทำลายเมืองอันงามวิจิตรแห่งนี้ให้กลายเป็นซากปรักหักพังไปถึง ๙ ใน ๑๐ ส่วน  ในเวลานั้น ไม่มีใครกล้าคิดฝันว่าเวืร์ซบูร์กจะมีวันฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นแหล่งผลิตไวน์ขาวคุณภาพเยี่ยมและเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาจากทั่วโลกพำนักอยู่ถึง ๒๐๐๐๐ คน

รางวัลจากความวิริยะที่ชาวเยอรมันบูรณะบ้านเกิดให้งดงามดังเดิมเหมือนดังว่าระเบิดร้ายแรงจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไม่เคยมากล้ำกรายทำให้เขตเมืองเก่าของเวืร์ซบูร์กได้รับการยกย่องจาก UN ว่าเป็นเมืองมรดกโลก

แต่แท้จริงแล้ว มีเมืองเก่าในประเทศเยอรมนีมากมายที่ถูกทำลายย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ได้รับการบูรณะอย่างประณีตบรรจงจนกลับมางดงามอย่างไม่มีที่ติดังเดิมเช่น Frankfurt, Ulm, Dresden……

 

Rothenburg

โรเท็นบูร์ก (Rothenburg  o.d. Tauber) บนฝั่งแม่น้ำเทาเบอร์เป็นเมืองพิเศษอย่างยิ่งเชียวค่ะเพราะเป็นจุดตัดของถนนท่องเที่ยว ๒ สาย สายหนึ่งจากเหนือลงใต้คือ The Romantic Road ของป้ารุกับอีกสายหนึ่งจากตะวันตกไปสู่ตะวันออกคือ The Castle Road ที่พาดผ่านกลางประเทศเยอรมนีจากเมือง Manheim แล้วเลาะเลี้ยวไปจนถึงนคร Prague ของสาธารณรัฐเชค

 เมืองนี้เป็น a must see  นะคะ เป็นเขตปลอดยานยนต์ที่มีบรรยากาศเหมือนว่าวันเวลาได้หยุดนิ่งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๗  โรเท็นบูร์กมีกำแพงเมืองที่สมบูรณ์เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวจะเดินชมเมืองบนถนนหรือบนกำแพงเมืองก็ได้ค่ะ

 

Dinkelbuehl

เมืองเล็กๆแห่งนี้สวยงามและมีบุคลิกของเมืองเก่าในยุคกลางอย่างชัดเจนแต่ไม่มีชื่อเสียงเหมือนโรเท็นบูร์กทั้งๆที่อยู่ห่างกันนิดเดียว  แม่มดไม่ทราบสาเหตุว่าทำไม แต่การเดินเล่นที่ดิงเคลบืลสงบและสบายกว่าที่โรเท็นบูร์กซึ่งนักท่องเที่ยวแทบจะเดินชนกัน  กำแพงเมืองของที่นี่มีความยาวถึง ๒.๕ กม.และมีเชิงเทินถึง ๑๘ แห่งค่ะ

 

Noerdlingen

เนิร์ดลิงเง็นเป็นเมืองประเภทจิ๋วแต่แจ๋วค่ะ จุดขายของเมืองนี้คือกำแพงเมืองกลมดิกที่ยังคงอยู่ดีมีสุข แข็งแรง ล้อมรอบเขตเมืองเก่าไว้ได้ครบถ้วน ไม่บุบสลายไปเลยแม้แต่น้อย วิธีชมเนิร์ดลิงเง็นจึงง่ายดาย คือเราสามารถเดินบนกำแพงเมืองไปได้จนรอบเมืองเลยค่ะ

 

Augsburg

แม่มดรู้จักเมือง Augsburg ดีมากๆเพราะเคยอยู่ที่นี่มานานถึง ๘ ปีก่อนที่จะย้ายบ้านไปอยู่ Amsterdam เอากส์บูร์กเป็นเมืองเก่าจัดเกิน ๒๐๐๐ ปีนะคะเพราะได้รับการสถาปนาจากจักรพรรดิ์ Augustus แห่งอาณาจักรโรมัน

แล้วเมืองนี้ก็เป็นเมืองพ่อโมสาร์ท คือคุณเลโอโพลด์ (Leopold Mozart)  บิดาของหนุ่ม Wolfgang Amadeus นั้นเกิดที่เมืองเอากส์บูร์ก แต่คุณลูกไปเกิดที่ Salzburg เพราะคุณพ่อย้ายไปทำงานที่นั่น  ออสเตรียเขาเลยคุยได้ว่าโมสาร์ทเป็นออสเตรียนไงคะ

Fuggerei

Fuggerei เป็นชื่อของหมู่บ้านสังคมสงเคราะห์แห่งแรกของโลกซึ่งได้รับการก่อตั้งขึ้นที่เมืองเอากส์บูร์กและยังคงดำเนินกิจการอยู่จนถึงทุกวันนี้  อภิมหาเศรษฐีที่ทรงอิทธิพลและร่ำรวยระดับที่เป็นเจ้าหนี้ขององค์จักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ชื่อคุณ Fugger เป็นผู้สร้าง Fuggerei ขึ้นมาเมื่อค.ศ.๑๕๑๖

นอกจากนี้ คุณฟุกเกอร์ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดลัทธิทุนนิยมยุคใหม่และเป็น The King – Maker แห่งยุคสมัยคือกษัตริย์ยุโรปที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ต้องได้รับการสนับสนุนจากคุณฟุกเกอร์ มิฉะนั้น....ปิ๋ว

เงินคืออำนาจจริงๆ 

เอ เราจะชอบหรือจะชังคุณฟุกเกอร์ดีละเนี่ย

 

Landsberg

Landsberg am Lech คือเมืองลันด์สแบร์กซึ่งมีที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Lech เมืองนี้รุ่งเรืองขึ้นมาจากการที่อยู่บนเส้นทางค้าเกลือซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของชาวยุโรปในยุคกลางขนาดที่เขาเรียกเกลือว่าทองคำขาวเชียวล่ะค่ะ

 

แหล่งท่องเที่ยวจากนี้ไปอยู๋ในเขตเทือกเขาแอลป์ จึงเป็นสถานที่น่าชมของทั้งถนนท่องเที่ยวสาย The Romantic Road และ The German Alpine Road ที่ไล่ละมาจาก Lindau บนทะเลสาบ Bodensee (Lake Constance) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนีจนจรดชายแดนออสเตรียทางด้านตะวันออก  เพื่อนๆที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวสายเลียบเชิงเขาแอลป์ แวะไปดูงานที่แม่มดเขียนไว้เมื่อ ๒ ปีก่อนได้นะคะที่

http://www.oknation.net/blog/March/2012/04/07/entry-1   เรื่องรักที่ (ไม่) ผ่านเลย : The German Alpine Road

 

Wieskirche

โบสถ์วีสเป็นโบสถ์ศิลปะรอคโคโคที่อยู่กลางทุ่งหญ้าเชิงเขาแอลป์   ถือเป็นโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ของผู้แสวงบุญเนื่องจากมีเรื่องเล่าว่า รูปสลักไม้ของพระเยซูถูกตรึงกางเขนมีน้ำพระเนตรหลั่งออกมาในค.ศ.๑๗๓๘

อ้อ แม่มดลืมบอกเพื่อนๆว่าผู้คนส่วนใหญ่ในบาวาเรียนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิกนะคะ

แม่มดได้ชมโบสถ์ทั้งภายนอกและภายในแต่ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ความงดงามเพราะแม่มดไม่ชอบการตกแต่งที่อลังการ์จนหาที่ว่างบนเพดานไม่ได้ของศิลปะรอคโคโค

 แต่โบสถ์แห่งนี้ก็ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกของ UN เช่นกันซึ่งแม่มดไม่ทราบว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาคืออะไร ชาวเยอรมันเองออกจะ “เฉยๆ” กับเรื่องแบบนี้ทั้งๆที่ประเทศเยอรมนีมีโบราณสถานที่ได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลกถึงเกือบ ๔๐ แห่ง  เขาว่าเขาดูแลสมบัติของเขาเองได้ ไม่เห็นต้องให้ Unicef เข้ามายุ่งเกี่ยว

 

Oberammergau

โอเบอร์อัมเมอร์เกาเป็นหมู่บ้านเล็กๆในเทือกเขาแอลป์ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะการละคร คือทุกๆ ๑๐ ปีจะมีการแสดงละครที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระประวัติของพระเยซูขึ้นที่นี่ แต่แม้สำหรับผู้ที่ไม่ได้สนใจในเรื่องราวของคริสต์ศาสนา หมู่บ้านในเขตภูเขาก็ยังน่าเที่ยวชมด้วยบ้านเรือนแถบนี้ได้รับการก่อสร้างด้วยไม้สนและมีการตกแต่งผนังด้านนอกด้วยภาพวาดซึ่งเนื้อหาของภาพมักจะเกี่ยวเนื่องกับพระผู้เป็นเจ้าหรือชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน

 

Schwangau

ชวานเกาก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆเชิงเขาแอลป์อีกนั่นแหละค่ะ ป้ารุ แต่มีชื่อเสียงมาก (อีกแล้ว)  ใครมาเยอรมนีต้องไปหมู่บ้านนี้ให้ได้ ก็เพราะเขาเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein) ที่เป็นต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดีสนีย์แลนด์  ชาวเยอรมันช่างเก็บสถิติ ช่างวิจัย เขาศึกษามาแล้วนะคะว่าปราสาทแห่งนี้เป็น “แบบ” ที่ได้รับการถ่ายภาพมากที่สุดในประเทศเยอรมนีแต่แม่มดว่าปราสาทโฮเฮ็นชวานเกา (Hohenschwangau) ที่อยู่ใกล้ๆกันก็สวยนะคะ  การตกแต่งภายในงามเรียบๆไม่เฟอะฟะดีด้วยค่ะ

 

Fuessen

ฟืสเซ็น (Fuessen) เป็นเมืองสวย ทิวทัศน์งาม พวกโรมันเห็นคุณค่าของบริเวณนี้มาเป็นพันปีแล้วค่ะ แม่มดว่าป้ารุต้องชอบเมืองนี้แต่อาจจะไม่ชอบชื่อ คริ คริ

คำว่า Fuessen แปลว่าเท้าหลายข้างค่ะ ฝรั่งไม่มีเรื่องถือสากับอวัยวะส่วนนี้เหมือนคนที่รับวัฒนธรรมความเชื่อมาจากอินเดียอย่างพวกเรา

 

ตกลง ป้ารุเปลี่ยนใจไหมคะ

ยังอยากไปเที่ยว The Romantic Road อยู่หรือเปล่าคะ

 

AIR

 Johann Sebastian Bach             Composer

David Garrett                               Violinist

 

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net