วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลิขิตฟ้าชะตาชีวิต เรื่องสั้นขนาดยาว


       ทันทีที่ผมทราบข่าวว่าเธอแยกทางกับสามี
ผมบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ว่า ดีใจหรือเสียใจ
มันอยู่ในส่วนลึกเกินไป ที่จะเห็นภาพอารมณ์ให้เด่นชัดในตอนนี้ ฝ่ามัวไปหมดระหว่างความดีใจกับความเสียใจ
แต่ไม่รู้อะไร ดลใจให้ผมต้องเขียนใบลางานหลายวัน ไปเพื่อเรื่องนี้..

อันที่จริงเธอกับผมเคยเป็นคู่ชีวิตกันมาก่อน รักกันมาก เราแต่งงานกัน
ผ่านไปสิบปี เรามีลูกสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม วัยกำลังน่ารักด้วยกันสองคน
สิบปีนั้น เหมือนต้นไม้กำลังเติบโตงอกงาม มีอนาคตที่สดใส มีความฝันทอประกายแสงเจิดจ้ารอคอยอยู่ ชีวิตดูงดงามเกินกว่าคนทั้งหมดในโลกก็ไม่ผิด เรามีครอบครัวที่ค่อนข้างมีความสุขดีพร้อมทุกอย่าง
กระทั่งเธอยังเคยได้รับรางวัล แม่ตัวอย่างในโรงเรียนของลูกสาวเราอีกด้วย

แต่เหมือนดั่งสัจธรรมแห่งชีวิตที่ขึงไว้บนฟากฟ้า

ให้คนได้แหงนมองเป็นสิ่งปลอบใจ

ในยามที่ชีวิตยอมจำนนต่อโชคชะตา

ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน 

ใช่แล้ว มันช่างใช่ยิ่งกว่าใช่ เมื่อพ่อค้าที่ดิน มาซื้อเธอไปจากผม ที่ว่าซื้อนั้น ไม่ได้หมายถึงเอาเงินซื้อ แต่ก็ไม่รู้เขาเอาอะไรซื้อ เขาจึงได้ใจเธอไปจากผมอย่างหน้าตาเฉย ทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบนั้นไม่เจอ

เริ่มแรกนั้น เราไปติดต่อซื้อที่ดินจากเขา เดิมทีผมเป็นธุระในการติดต่อกับเขาเอง ทั้งพูดคุยกันทางโทรศัพท์ และไปดูที่ดินที่เขาเสนอมากับเขาตามสถานที่ต่างๆ
แต่พักหลังๆมา ผมมีงานยุ่งมาก ไม่อาจปลีกตัวไปเหมือนอย่างเคยได้ ผมจึงได้ให้ภรรยาของผม ณ ตอนนั้น ไปเป็นธุระเดินเรื่องกับเขาแทนผม โดยไม่ได้เอ่ะใจอะไรกับความเป็นพ่อค้าปากหวานของเขา และด้วยความที่ไว้เนื้อเชื่อใจที่ผมมีต่อภรรยาแสนรักแสนซื่อของผม จึงไม่ได้คิดระแวงอะไรในเรื่องนี้

ไม่รู้สองคนนั้น ไปคุยอะไร ไปทำอะไรกันบ้าง ในยามที่ลับตาผมเช่นนั้น ถ้ารู้ได้ผมคงอาจไม่ได้ครองชีวิตยืนอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้

ในวันที่เธอจากผมไปนั้น ผมดูไร้ค่าเหมือนเปลือกหอย ที่ถูกทอดทิ้งอยู่โดดเดี่ยวบนสันดอนทราย กลางทะเลไกล ทั้งน้ำตาไหล ทั้งแค้น ฟูมฟายอยู่เป็นเดือน
กว่าจะทำใจให้ดีขึ้นได้ ผมก็เกือบเสียคนไปเหมือนกัน ดีว่าตัวเองนั้นเคยบวชเรียนมาก่อน จึงมีสติยั้งคิดบ้าง

ช่วงนั้นเป็นห่วงลูกก็เป็นห่วง กลัวว่าเขาจะร้องไห้หาพ่อ ในยามที่ไม่เห็นหน้าผม คิดถึงเขาก็คิดถึง แต่พอคิดไปว่า คนมันไม่รู้จักพอ ไปซ่ะให้มันสาสมแก่ใจคน ก็พอทำใจให้ทุเลาจากความเจ็บปวดลงได้ แต่พอคิดไปถึงภาพเราเคยหวานชื่น เห็นเส้นผมหลงเหลืออยู่ตามพื้น กระป๋องแป้ง เครื่องสำอาง เห็นเสื้อผ้าที่นอนหมอนมุ้งที่เธอเคยใช้ และเห็นตุ๊กตาเก่าของเล่นลูกๆน้ำตาผมก็หลั่งไหลอาบหน้าไม่ยอมหยุด จนผมต้องตัดสินใจขายบ้านหลังนั้นทิ้งแบบถูกๆ เอาเงินไปเช่าบ้านสงบๆแถบชานเมืองอาศัยอยู่เป็นที่ฟื้นฟูจิตใจจากความซอกซ้ำ..ในครั้งนั้น......

โดย ดินสอดำบ่าวภูสวาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net