วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คูปองแลกกล่องทีวีดาวเทียม(2): "เพื่อมั่นคง-โครงข่ายช้า" รู้งี้ไม่ประมูล


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อ่านข้อเขียนของ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
(กสท.)ที่ใช้ Social Media ประเภททวิตเตอร์ @DrNateeDigital กับ Facebook/Natee Sukolrat อธิบายแนวทางการให้นำคูปองส่วนลดทีวีดิจิทัล ไปแลกกล่องทีวีดาวเทียมติดต่อกัน 2 วัน อ่านแล้วอดไม่ได้จริงๆ ต้องขอแย้งดังๆ แม้ยังเคารพนับถือในความมุ่งมั่นในการทำงานของอาจารย์นที มาตั้งแต่เป็นอนุกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ แต่ต้องขออนุญาตไม่เห็นด้วยทุกประเด็นที่จั่วหัวไว้ในตอนที่ 9 ความปลอดภัยในการสื่อสาร และตอนที่ 10 ทางเลือกการรับบริการฟรีทีวี

ข้อความจาก FB ดร.นที ว่าด้วยการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ตอนที่ 9 ความปลอดภัยในการสื่อสารและความมั่นคงของประเทศ

ดร.นที : องค์กรกำกับดูแลควรต้องคำนึงในการกำหนดแนวนโยบาย คือ ความรอบคอบในการสร้างความมั่นคงทางการสื่อสารของประเทศ กสท.ได้กำหนดให้สถานีส่งสัญญาณของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลต้องอยู่ในที่เดียวกัน เสา/อากาศเดียวกัน

เนื่องจากจำเป็นต้องคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถรับบริการโทรทัศน์ จากผู้ให้บริการทุกโครงข่ายด้วยคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ไม่เหมือนในยุคอนาล็อกที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีสายอากาศที่ต้องรับสัญญาณจากหลายทิศทาง เนื่องจากสถานีอยู่ในที่แตกต่างกัน การกำหนดให้ออกอากาศจากสถานีที่อยู่ในที่เดียวกัน ทำให้ประชาชนมีความสะดวก ติดตั้งสายอากาศหันไปทิศทางเดียวกัน

แม้ว่าจะมีการให้บริการ 6 โครงข่าย แต่ทุกโครงข่ายติดตั้งในที่เดียวกันเกิดผล แต่ก็เกิดความเสี่ยงในแง่ความมั่นคงในการให้บริการสื่อสารในกรณีที่มีอุบัติภัย หรือภัยจากภาวะสงคราม เมื่อสถานีส่งสัญญาณออกอากาศสถานีใดสถานีหนึ่งเกิดความเสียหาย ก็จะทำให้ไม่สามารถให้บริการโทรทัศน์ได้ทุกโครงข่าย

หลักการระบบสื่อสารจำเป็นต้องมีโครงข่ายสำรอง กรณีเกิดเหตุจำเป็นเกิดความเสียหายต้องสามารถใช้อีกโครงข่ายทดแทน ในกรณีโครงข่ายภาคพื้นดิน โครงข่ายดาวเทียม/เคเบิล สามารถทำหน้าเป็นโครงข่ายทดแทนและเป็นโครงข่ายเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคงต่อการสื่อสาร การให้บริการโทรทัศน์ของประเทศ แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ขอบอกว่างงมากกับการลากเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศในการสื่อสาร เพื่อเพิ่มน้ำหนักความชอบธรรมของคูปองส่วนลดทีวีดิจิทัลสามารถแลกกล่องทีวีดาวเทียม (DVB-S2) ได้ด้วย

เพราะในมุมมองความปลอดภัย และความมั่นคงในการสื่อสารของประเทศในกรณีเกิดภัยพิบัติและสงคราม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปยังผู้ชมทั่วประเทศ ผ่านกล่องทีวีดาวเทียมหรือกล่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน มองเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นว่าผู้บริโภคที่มีกล่องทีวีดาวเทียมที่ทำหน้าที่แค่รับสัญญาณโทรทัศน์เป็นปลายทางจะสามารถช่วยทำให้ประเทศมีความมั่นคงปลอดภัย ด้านการเสื่อสารได้อย่างไร

ในวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกประเภท รวมทั้งโทรทัศน์ดาวเทียม,โทรทัศน์อะนาล็อกและโทรทัศน์ดิจิทัลงดรายการปกติเพื่อเชื่อมสัญญาณจากช่อง 5 ช่องเดียว และคสช.ได้ส่งทหารไปอารักขาสถานีดาวเทียมไทยคมและสถานีโทรทัศน์ด้านข่าวทุกแห่ง ทำให้เป็นครั้งแรกที่โทรทัศน์ทุกช่องที่มีร่วม 300 ช่อง ถูกคณะรัฐประหารทำให้กลายเป็น "จอเดียว"

เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ที่ MCR สถานีส่งไทยคมสามารถสับสวิชต์ทีวีดาวเทียมไม่ให้ออกอากาศได้ตลอดเวลา ผู้บริโภคทางบ้านไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้ว่าอาจจะเบื่อฟังเพลงปลุกใจและสัญลักษณ์ 5 เหล่าทัพ

หากฝ่ายความมั่งคงมีความต้องการให้ประเทศไทยมีความปลอดภัย และความมั่นคงในการสื่อสารในภาวะสงคราม ควรจะลงทุนสร้างดาวเทียมสื่อสารดวงใหม่เพิ่มที่ทางการไทยมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ เพราะแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยถือว่าเป็นเจ้าของสัมปทานดาวเทียมไทยคม แต่น่าห่วงมากกว่าคือบริษัทไทยคมที่เป็นผู้รับสัมปทานบริหารดาวเทียมไทยคมอยู่ภายใต้อำนาจของบริษัทเทมาเส็กของสิงคโปร์ ที่เข้ามาซื้อหุ้นใหญ่จากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าโดยนิตินัยจะมีการถ่ายเทหุ้นผ่านบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้เป็นโฮลดิ้งคัมปะนีที่มีคนไทยหรือบริษัทไทยถือหุ้นใหญ่

ท่านประธานกสท.เองนั่นแหละที่ยืนยันนโยบายให้โครงข่ายทีวีดิจิทัล 6 ราย ใช้เสาส่งร่วมกันเพื่อประหยัดเงินลงทุน และทำให้ผู้บริโภคสะดวกขึ้น แต่คราวนี้ทำไมมาบอกว่ารวมกันทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ทำให้ต้องแจกคูปองไปแลกกล่องทีวีดาวเทียมด้วย ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วกสท.ควรจะเร่งให้โครงข่ายทีวีดิจิทัลลงทุนติดตั้งเครื่องส่งให้ครบทั้ง 39 เสาส่งเพื่อจะได้ลดความเสี่ยง "เสาส่งเดียว" แล้วออกแรงบังคับให้ทุกโครงข่ายเร่งมีระบบสำรองการเชื่อมโยง 39 เสา ส่งที่ปัจจุบันใช้สัญญาณดาวเทียมอย่างเดียว

โครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน มีความมั่นคงมากกว่าถือว่ามีความมั่นคงและปลอดภัยสูงสุด และลดความเสี่ยงโครงข่ายเดียวล่มทั้งหมดได้ กสท. ควรจะเร่งให้ผู้ถือใบอนุญาตโครงข่ายเชื่อมต่อกันด้วยไฟเบอร์ออฟติคทั้ง 39 สถานี และสถานีเสริม 114 สถานี ซึ่งแตกต่างจากการเชื่อมต่อกันด้วยสัญญาณดาวเทียมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่สุด หากสัญญาณล่มที่เสาหลักบนตึกใบหยก 2 แล้วทำให้อีก 38 เสาทั่วประเทศรับสัญญาณไม่ได้เลย

การเชื่อมโยงสถานีส่งด้วยไฟเบอร์ออฟติดจะสามารถลดความเสี่ยงโครงข่ายล่มทั้งหมด เพราะแต่ละเสาส่งมีเครื่องส่งที่สามารถออกอากาศได้อย่างเป็นอิสระ และยังเป็นการใช้ประโยชน์จากทีวีดิจิทัลได้มากขึ้น เช่น อินเตอร์แอคทีฟกับผู้ชมได้ , การแยกโปรแกรมออกอากาศแต่ละพื้นที่ให้แตกต่างกันตามความต้องการของท้องถิ่น, การกำหนดให้สปอตโฆษณาแตกต่างกันแต่ละสถานีส่ง ฯลฯ

การวางไฟเบอร์ออฟติดยังสามารถวางเส้นสำรองอีกเส้น หรือหลายเส้นหรือแบบวงกลมเพื่อให้เส้นไหนขาดสามารถใช้ทดแทนกันได้ไม่ยาก เรื่องความมั่นคง และปลอดภัยของโครงข่ายก็ไม่ได้เกี่ยวใดๆ เลยกับกล่องรับทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินหรือดาวเทียม

แต่การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม กลับมีความเสี่ยงสูงสุดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอวกาศที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่มีใครคาดการณ์ได้เลย แต่โครงข่ายภาคพื้นดินเมื่อรวมกับโครงข่ายทีวีดิจิทัลที่มีสถานีส่ง 39 แห่ง กล่าวได้ว่าแทบจะไม่มีทางเลยที่จะเกิดภาวะภัยพิบัติขนาดใหญ่เสียหายประเทศหรือภัยสงครามขนาดใหญ่ จนทำให้โครงข่ายทั้งระบบล่มสถานีส่งทั่วประเทศเสียหายจนไม่สามารถกู้คืนหรือใช้งานได้เลย

ส่วนตอนที่ 10 ว่าด้วยทางเลือกการรับบริการฟรีทีวี

ดร.นที : กสท./กสทช. ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่จะนำสู่ความสำเร็จในการกำหนดแนวนโยบายการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลโดยรอบคอบ ประสบการณ์จากหลายประเทศ อุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลมักเกิดจากการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินล่าช้า เกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุประการหนึ่งก็คือความล่าช้าของระบบดิจิทัลย่อมเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอนาล็อกเดิม

แม้ว่าประเทศไทย ผู้ประกอบกิจการอนาล็อกรายเดิม สนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้อย่างเต็มความสามารถในทุกขั้นตอน แต่ต้องระมัดระวังว่าผู้ประกอบกิจการบริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทุกโครงข่ายเป็นผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์อนาล็อกด้วย

ยังมีกรณีที่ผู้ประกอบกิจการบริการโครงข่ายบางรายเป็นหน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ อาจเกิดความล่าช้าจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นการสนับสนุนระบบดาวเทียม/เคเบิล ให้เป็นอีกทางเลือกก็เป็นการลดความเสี่ยงของผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทุกรายด้วย แม้ว่าในกรณีที่เกิดปัญหาการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินล่าช้า แต่ประชาชนก็ยังสามารถรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลผ่านช่องทางอื่น

ถ้าการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินเกิดความล่าช้า ประชาชนแลกกล่องดาวเทียมจะไม่เกิดผลดีต่อผู้บริการโครงข่ายดิจิทัลภาคพื้นดิน การกำหนดให้ประชาชนสามารถนำคูปองไปแลกอุปกรณ์ที่หลากหลาย ย่อมทำให้เกิดอำนาจต่อรอง เป็นผลดีต่อการเปลี่ยนผ่าน ครับ

อ่านข้อเขียนของดร.นทีแล้วผมเกิดอาการมึนงงมาก เนื้อหาถ้อยคำส่วนใหญ่แทบจะตรงกันข้ามกับที่เคยได้ยินมาก่อนการประมูลทีวีดิจิทัลที่กสท.เชิญชวน จนผู้ประกอบการมั่นใจเข้าแข่งประมูลเสนอราคาสูงมากกว่าราคาขั้นต่ำ 4-5 เท่าตัว สุดท้ายแล้วทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินจะต้องกลายเป็นทีวีหลักของประเทศแทนฟรีทีวีอนาล็อกและทีวีดาวเทียมหรือทีวีประเภทอื่นๆ จะค่อยๆ ลดความสำคัญลง

มาถึงวันนี้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนธุรกิจขายกล่องทีวีดาวเทียม หรือทีวีบอกรับสมาชิกอยู่ในอาการงงงวย สงสัยว่าทำไม พ.อ.ดร.นที ออกตัวแรงเหลือเกิน ผลักดันให้คูปองส่วนลดที่มาจากเงินประมูลทีวีดิจิทัลสามารถแลกกล่องทีวีดาวเทียมได้ด้วย ทั้งที่ยังมีเสียงคัดค้านอย่างมากและเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะฟ้องศาลปกครองให้ล่าช้าอีก และยังบอกเป้าหมายสุดท้ายของตัวเองด้วยว่าการเข้าถึงทีวีดิจิทัลกับทีวีแบบบอกรับสมาชิกหรือ Pay TV จะมีสัดส่วน 50/50 ถ้าบอกอย่างนี้ตั้งแต่ก่อนประมูลทีวีดิจิทัล คงไม่มีนักธุรกิจในวงการสื่อแห่กันไปซื้อซองประมูล แล้วเข้ามาแข่งเสนอราคากันแบบหมดหน้าตักแบบนี้

โดย อดิศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net