วันที่ อังคาร มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟังความเท็จ..เรื่องแรงงานต่างด้าวหนีกลับประเทศ


 

แรงงานต่างด้าวที่พากันเดินทางกลับบ้าน หลังเข้าใจผิดกับข่าวลือที่แพร่สะพัดอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลายอาชีพ

สาเหตุหลักๆ น่าจะเป็นเพราะ …..

1.แรงงานต่างด้าว(ชาวกัมพูชา)ส่วนใหญ่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายจ้างก็จ้างงานโดยผิดกฎหมายแรงงานและละเมิดสิทธิมนุษยชน อาจจะร้ายแรงถึงขั้นการค้ามนุษย์
2. คสช.(ทหาร)เข้ายึดอำนาจ ได้มีคำสั่งกวดขันเรื่องแรงงานต่างด้าว ตามข้อ 1. แม้ คสช. ไม่ได้ออกคำสั่งปราบปรามแรงงานกัมพูชาก็ตาม
3. มีข่าวลือเรื่อง เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าตรวจค้นโกดัง โรงงาน ร้านค้า เรือประมง ฯลฯ ที่จ้างแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด
4. มีข่าวรถบรรทุกแรงงงานต่างด้าวพลิกคว่ำระหว่างการตรวจจับของ จนท.บ้านเมือง
5. มีข่าวลือว่า จนท.ทหารทำร้ายแรงงานต่างด้าว
6. แรงงงานต่างด้าวมักมีอุปนิสัยเชื่อข่าวลือที่บอกต่อๆ กันมาในกลุ่มคนงานด้วยกัน
7. มีข้อมูลจริงว่า "ตำรวจอาสารายหนึ่ง ใช้อาวุธปืนไล่ยิงรถบรรทุกคนงานที่เป็นแรงงงานต่างด้าวจนรถพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้แรงงานต่างด้าวเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง
8. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงแรงงานแก้ข่าวว่า แรงงานต่างด้าวต้องการกลับไปเพาะปลูกเพราะถึงฤดู เป็นต้น

 


 

โดยเฉพาะการแก้ข่าวจอง จนท.ที่เกี่ยวข้องฟังดูเหมือนจะแก้ตัวมากกว่าการรับมือเรื่องแรงงานต่างด้าวที่เข้ามา(ช่วย)ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศทั้งภาคการผลิต อุตสาหกรรมและขับเคลื่อนภาคการบริโภคในประเทศ  กลับสะท้อนว่าการเข้มงวดกวดขันเรื่องการใช้แรงงานต่างด้าวที่ผ่านมานั้นเป็นแบบขอไปที  มีแรงงานต่างด้าวเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย  อีกเกินครึ่งล้วนแต่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและมีการติดสินบนเจ้าหน้าที่พนักงาน จนทำให้เป็นช่องทางการทำมาหากินของ จนท.ตามแนวชายแดนและในเมือง

การแก้ข่าวจึงฟังดู"เหมือนจะดี" แต่..ไม่ดี

พอมาฟังข่าวจากแหล่งต่างๆ และโดยเฉพาะข่าวทีวีตอนเช้าๆที่เป็นที่ยอดนิยมของประชาชน(และแรงงานต่างด้าว)ซึ่งเสนอทุกแง่มุมเหมือนจงใจจะให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง(หรือบิดเบือน?) หรือจงใจให้คนงานเหล่านั้นได้ย้อนกลับไปทำเอกสารเข้าเมืองมาใหม่อย่างถูกต้อง

ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้พบเห็น จนกระทั่ง คสช.และจนท.ราชการต้องออกข่าววิงวอนให้อยู่ต่อ และ คสช.เองต้องออกมาปฏิเสธข่าวลือนั้น

คสช.แจงข่าวแรงงานต่างด้าว ขอตรวจสอบข่าวกัมพูชาเรียกแรงงานกลับ ลั่นไม่มีนโยบายไล่ล่า  (-เนชั่นสุดสัปดาห์ NationWeekend )

“เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทหารยังคงให้ความสำคัญกับงานด้านการรักษาความสงบดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ส่วนเรื่องแรงงานจึงยังไม่มีการดำเนินการใช้มาตรการด้านกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น”  พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 
  

 

อนึ่ง เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว (2556) รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เจ้ากระทรวงแรงงานมีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เคยอนุมัติให้แรงงานต่างด้าวชาวพม่า ลาว กัมพูชา จำนวนกว่า 2 แสนคน ที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ ทำงานในประเทศไทยต่อไปได้อีก 1 ปี เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

โดยผลการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2556 และวันที่ 9 เมษายน 2556 พบว่า จากข้อมูลเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 พบว่า นายจ้างยื่นแบบแจ้งความต้องการแรงงานต่างด้าว และบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา จำนวน 651,143 คน พม่า 462,162 คน ลาว 66,082 คน กัมพูชา 122,899 คน แรงงานที่ได้รับการปรับเปลี่ยนสถานะ และได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้อง จำนวน 358,908 คน คงเหลือแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้รับการตรวจลงตรา และยังไม่ได้ขออนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน จำนวน 292,235 คน พม่า 112,250 คน ลาว 62,896 คน กัมพูชา 117,089 คน

ปัญหาประเทศต้นทางเองซึ่งล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็ไม่ได้ตระหนักในเรื่องดำเนินการเอกสารประจำตัวของพลเมืองตนเองในการเดินทางออกนอกประเทศ

ดังนั้น แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา กว่า 6 แสนคน มีที่ต้องขออนุญาตทำงานกับกรมแรงงานกว่า 4 แสนคน(สันนิษฐานว่าจำนวนนี้คือกลุ่มที่เดินทางกลับประเทศในคราวนี้)และต้องการเข้ามาใหม่เพื่อหางานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการจัดระเบียบและเดินทางผ่านเขตแดนเข้ามาใหม่ คาดว่าจะมี เจ้าหน้าที่หลายคนรวยอู้ฟู่อีกมากเกินจะคณานับ 

 

อย่างไรก็ตาม  ความเกี่ยวโยงทางการเมืองและแรงงานต่างด้าว ก็มีบางสำนักข่าววิเคราะห์เหตุการณ์แรงงานต่างด้าวผละงานหนีกลับประเทศตนนั้น เกิดจาก "พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง" ที่เคยบริหารประเทศมาก่อนและเคยนำเอา "แรงงานต่างด้าว" เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง สันนิษฐานว่า เกี่ยวข้องกับการปล่อยข่าวลือว่า ตำรวจทหารจะบุกตรวจค้นแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด

 


 

มีข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งระบุว่า ประเทศไทยมีการใช้แรงงานต่างด้าว ส่วนใหญ่มาจากกัมพูชา ลาวและเมียนมาร์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “งานที่คนไทยเองไม่ทำ”  เช่น งานที่หนัก มีความเสี่ยง สกปรก  รวมถึงงานที่นายจ้างไม่ต้องการจ่ายค่าตอบแทนตามค่าแรงขั้นต่ำ (300 บาท/วัน) แต่กลับเป็นที่ต้องการของแรงงานต่างด้าวที่บ่ายหน้ามาหางานทำในประเทศไทยมากกว่า 2 ล้านคน

มีโรงงานบางแห่งยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะแก่เจ้าหน้าที่บางคนแล้วใช้แรงงานต่างด้าวซึ่งจ่ายค่าตอบแทนถูกกว่า และคิดคำนวณสุดท้ายก็ยังคุ้มกว่าจ้างแรงงานไทย “ไร้ฝีมือ” ทำงาน !!!


สมมุติว่า แรงงานกลุ่มนี้อยากกลับเข้ามาทำงานในไทยใหม่ ก็ยังต้องจ่ายใต้โต๊ะรายละ 3,000-10,000 บาทต่อราย ... แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ?


ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อการเดินทางกลับประเทศคราวนี้ ทำให้ลูกโป่งแฟบไปด้านหนึ่ง แต่อีกไม่นาน "ลูกโป่งจะป่องขึ้นอีกด้านหนึ่ง" 

การเอารัดเอาเปรียบมนุษย์ด้วยกัน....เกิดขึ้นได้ในทุกยุคสมัย คนที่รวยก็รวยกันไป  นี่จะเป็นเรื่องที่ คสช.ต้องกวดขันจัดระเบียบกันใหม่ด้วยหลังจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเสร็จแล้ว

 

 

 

อย่าให้....เรารับรู้เรื่องเหล่านี้ทีก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับแรงงานเหล่านี้ที เช่น รถกระบะบรรทุกแรงงานชาวกัมพูชาพลิกคว่ำตายเพราะการไล่จับของเจ้าหน้าที่หรือ รถคอนเทนเนอร์พลิกคว่ำทำให้คนงานพม่าตายหมดทั้งตู้คอนเทนเนอร์ หรือแรงงานต่างด้าวฆ่านายจ้าง แล้วก็แก้ปัญหาเป็นแบบไฟไหม้ฟาง

ล้วนเป็นเรื่องเก่า ..ซ้ำซาก !!

 

……………………………………

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net