วันที่ อังคาร มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เตือนภัยผู้ปกครองส่งลูกไปเรียนอังกฤษอาจถูก 18 มงกุฎตุ๋น


 

                                 18 มงกุฎแสบตุ๋นเงินล้านผู้ปกครองว่าพาลูกไปเรียนประเทศอังกฤษได้

          ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางเนตรทราย วงค์อุปราช บริษัทอีเวนท์  บ้านเลขที่ 119 / 54 หมู่บ้านสุภาลัย วิว ถนนรัตนาธิเบศร์ 18 จ.นนทบุรี พร้อมผู้เสียหายอีกจำนวนหลายคน ว่า ถูกนายชัยพร สกุลพนารักษ์ อายุ 46 ปี อ้างว่าเป็นดร.และเป้นอาจารย์สอนพิเศษมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง หลอกลวงว่าสามารถนำบุตร ธิดา ไปเรียนหลักสูตรภาคฤดูร้อน ที่ประเทศอังกฤษ ได้ก่อนที่จะมีผู้เสียหายจำนวนกว่า 20 รายตกเป็นเหยื่อโอนเงินไปให้จำนวนนับล้านบาทก่อนที่จะเชิดเงินหลบหนีไป จึงได้เข้ามาแจ้งความ สภ.เมืองนนทบุรีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวนายชัยพรในข้อหาฉ้อโกง

          นางเนตรทราย กล่าวว่า นายชัยพร ผู้ต้องหารายนี้รู้จักกันกับอาจารย์ทีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่บุตรของตนเรียนอยู่ และนายชัยพร บอกว่าสามารถนำเด็กนักเรียนไปเรียนเข้าแคมป์ที่อังกฤษได้ โดยตนกับอาจารย์ที่รู้จักกันก็เคยส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศอยู่แล้ว จึงตัดสินใจจะให้ลูกไปเรียน และสาเหตุที่เชื่อใจก็คือคิดว่าอาจารย์ในโรงเรียนก็ไปด้วยอีกทั้งนายชัยพรก็อ้างตัวว่าเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปกร นครปฐม  และจบปริญญาเอกด้วย จึงทำให้ตนเชื่อถือ

          "อาจารย์ที่รู้จักฉันบอกว่าเป็นเพื่อนกับนายชัยพร ซึ่งเขาอ้างว่าชื่อ ดต.ปีเตอร์ หรือนายชัยพร เป็นเพื่อนสนิทกันในช่วงเรียนปริญญาโท และก็เคยทำธุรกิจแบบนี้มาแล้วจึงเข้าใจว่าเขาเคยพาโรงเรียนนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งจึงไม่น่ามีปัญหา ฉันจึงเกิดความเชื่อถือ อีกทั้งยังมีอาจารย์ในโรงเรียนเดียวกันก็จะส่งลูกสาวไปด้วย 1 คน และทราบว่ามีผู้ปกครองอีกจำนวนมากในจ.นครปฐมก็จะส่งลูกไปเข้าโครงการนี้ด้วยและ ฉันก็ชวนญาติพี่น้องเข้าร่วมโครงการด้วยหลายคน" นางเนตรทราย กล่าว

          นางเนตรทราย กล่าวด้วยว่า ติดต่อกับนายชัยพรตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 และติดต่อทางโทรศัพท์ ทางไลน์ เมล์ โดยนายชัยพรก็ส่งโปรแกรมมาให้ดู เป็นโปรแกรมของการเรียน มีความน่าเชื่อถือมาก โดยนายชัยพรบอกว่าจะเดินทางไปเมืองคริสตัน ประเทศอังกฤษในเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนและหลังจากนั้นจะพาไปสนามเชลชี  โดยให้โอนเงินมาภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2556 เพราะเป็นราคาพิเศษ ตนก็ได้โอนเงินเข้าไปให้ 127000 บาทเป็นราคาต่อหัวต่อคน  นอกจากนี้เพื่อนๆของตนก็โอนเงินไปให้ บางคนมีลูก 2 คน โอนเงินไป 2 แสนกว่าบาท จนกระทั่งถึงเดือนเมษายนก็ยังไม่ได้

          " ฉันและเพื่อนๆที่จะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศช่วงซัมเมอร์รู้ตัวว่าเราโดนหลอกประมาณเดือนเมษายนเพราะว่าฉันสอบถามว่าลูกฉันและเพื่อนๆจะได้ไปเมื่อไหร่ เขาก็บอกว่ายังไม่ได้ ทั้งที่ปกติแล้วบริษัทที่จะพาไปต่างประเทศจะต้องมีการบีฟเด็กจะต้องเตรียมตัว ทำวีซ่า แล้วก็ต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะเดินทางไปด้วย ในเวลามีปัญหา ซึ่งฉันก็โทรศัพท์ติดต่อถามเขาไป เขาก็อ้างโน่นอ้างนี่ บอกว่าต้องเข้าผ่าตัดคอพูดไม่ได้ พอเราถามว่าจะไปเมื่อไหร่ เขาก็ปิดโทรศัพท์ จึงรู้ว่าฉันกับเพื่อนๆคงโดนหลอกแล้ว จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง" นางเนตรทราย กล่าว

           

          นางเนตรทราย กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกไม่ดีในเรื่องนี้ คนๆนี้จะเป็นภัยสังคม เอาความรักของผู้ปกครองที่จะสร้างประสบการณ์ให้ลูก ที่จะสร้างอนาคตให้ลูก เก็บหอมลอมลิตเงินมา บางคนอาจจะไปกู้เงินยืมด้วยซ้ำ เพื่ออยากจะสร้างอนาคตให้เด็ก แต่เขามาทำแบบนี้ ถ้าเขาลอยนวลไปเขาก็ต้องไปหลอกลวงคนอื่นอีกถือว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่น่าสงสารเด็กและผู้ปกครอง

          ขณะที่ นางจรรยา รวมธรรม นักธุรกิจ เหยื่ออีกรายบอกว่า ตนเสียเงินไป 2 แสนกว่าบาทเพื่อส่งลูกม.5 ม.6 ไปเรียนที่อังกฤษ ก็ไม่คิดว่าจะถูกหลอกเพราะเชื่อใจเขาแท้ๆ

          อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศักดิ์รพี วดีศิริศักดิ์ บรรณาธิการเซ็ปไซต์เอดดูโซน เว็ปการศึกษาอันดับ 1 ของประเทศ กล่าวเตือนภัยว่าในการส่งลูกเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศนั้นทางผู้ปกครองควรที่จะศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อนที่จะไปเรียนอันดับแรกควรศึกษาสถานที่ ที่พักและความปลอดภัยให้ดีเพราะที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลอกลวงเงินผุ้ปกครองแล้วไม่ได้นำเด็กไปเรียน หรือไม่พอเด็กเดินทางไปก็ถูกลอยแพ ไม่ได้เรียนหรือถูกละเมิดทางเพศดังนั้นจึงอยากให้ผุ้ปกครองตรวจสอบระยะเวลาสถานที่ให้แน่ชัดก่อนที่จะตัดสินใจให้ลูกไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งก็มีบริษัทหรือเอกชนที่ทำถูกต้องตามกฎหมายสามารถที่จะตรวจสอบได้ 

          ทางด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี รักษาการผู้กำกับสภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า พนักงานสอบสวนรับแจ้งความเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา และได้สอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะเรียกนายชัยพร มาสอบสวนเนื่องจากเข้าข่ายผิดข้อหาคดีฉ้อโกง หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะออกหมายจับทันทีเพราะทราบว่ามีผู้เสียหายมีหลายคนและแจ้งความหลายท้องที่

                                                               /////////////////////////

 

โดย อ๊อดสารคาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net