วันที่ พุธ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

+ บันทึกของคนตัวเป็นๆ + ( ภาพที่อยู่่ก้นใจ) เปิดกรุประสานรัก สาย ข.


 

 

 

lumboo lumboo's Slidely by Slidely Slideshow

    สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆชาวบลอกทุกท่าน  กระทู้นี้ตั้งใจเขียนเป็นบันทึกของคนตัวเป็นๆ  ตัวเป็นๆที่โลดแล่นอยู่ในโลกนี้จริงๆ

และเขียนกระทู้นี้ด้วยจิตใจที่อยากจะบอกว่า  ขอคารวะถึงผู้ชายทุกท่านในโลกนี้  ที่สั๊กวันหนึ่ง ที่คุณมีโอกาสที่จะเป็น

พ่อคนหรือขณะนี้  ที่เป็นพ่อคนแล้ว   ภาพของความเป็นพ่อ  จะเป็นภาพที่ฝังเข้าไปในหัวใจของคนเป็นลูก  ซึ่งบางที

คนเป็นพ่อ   อาจจะนึกไม่นึกทีเดียว  หรืออาจจะลืมไป  ว่า พ่อ คือ  พ่อแบบของลูก............

คำว่า   พ่อ...  พ่อไม่ต้องสอนให้ลูกรักหรอก  แต่ จงทำให้ลูกดู

ภาพย้อนอดีตหลายสิบปีทีเดียว   ตั้งใจนำมาแลกมาแชร์  ว่า  ผู้ชายคนหนึ่งสมัยก่อนในสายตาของครู

อาจจะมีอะไร  อาจะมีอะไรที่เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนใจ  แก่ผู้ชายรุ่นหลัง  มีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

กรุณาอ่านให้จบนะคะ

 

 

    กระดาษแผ่นนี้  หลวงปู่ท่านพุทธทาส  ได้เขียนให้ครู  ตั้งแต่ พ.ศ. 2519   กี่ปีมาแล้ว  ลองคำนวณดูนะคะ

วันนี้  จึงเป็นวันดีสำหรับครู  และมีอะไรหลายๆอย่าง  ชวนให้ครูเขียนกระทู้นี

 

       พ่อของครู  คือ เด็กผู้ชายที่นั่งขวามือ แถวสอง  หัวโตๆกว่าเพื่อน  พ่อเป็นลูกชาวนา  อาชีพดั้งเดิม

ของคนไทย

แถมปู่เป็นผู้ใหญ่บ้าน  อีกตำแหน่งหนึ่ง  พ่อเป็นเด็กบ้านนอก เมื่อสมัย หกสิบเจ็ดสิบปีมาแล้ว

ที่ เรียนดีมาก  เรียนดี  และได้เข้าไปเรียนในกทม  จนเป็นนักเรียนติดบอร์ด

  และนี่อีกเหตุผลหนึ่งลึกๆในใจครู  ที่ได้ตั้งนามแฝง ว่า

รวงข้าวล้อลม   นั่นหมายถึง  อาชีพชาวนา  รวงข้าว กำลังจะถูกความเจริญของเทคโนโลยีกลืนไป

หรือเปล่า

เป็นสิ่งที่ชาวไทย  หลายคนอาจจะมองข้ามจุดนี้ไปแล้วก็ได้

 

..ภาพนี้  เป็นภาพของพ่อและแม่  เมื่อ ปี พ.ศ. 2497 - 2499 ( จากที่แม่เล่าให้ฟัง ) ซึ่งขณะนั้น พ่อและแม่ ทำงานที่

โรงพยาบาลเสนารักษ์ ( โรงพยาบาลพระมงกุฏในสมัยนี้ )  พ่อได้ยศทหารโดยอัตโนมัติ  หลังจากนั้น  พ่อมีความจำเป็นต้อง

เดินทางไปเป็นหมอบ้านนอก  ตามคำขอร้องของ ย่าและปู่ ซึ่งขณะนั้นหมอ ณ  ที่นั่นไม่มีสักคนเดียว  พ่อจึงเป็นหมอคนแรก

ของอำเภอนั้น

จำได้ว่า   พ่อเล่าให้ฟังว่า

 "   ลูก    พ่อไม่ต้องคิดมากว่าทำไมต้องทำ  แค่ย่าและปู่บอกว่า  ให้กลับมาทำงานที่บ้าน  เพราะที่นี่ยังไม่มีหมอเลย

      พ่อก็กลับ  เพราะคิดว่า  คำพูดของพ่อและแม่  คือสิ่งที่ประเสริฐสำหรับลูก  เสมอ "

 

        ภาพด้านบนนี้  คือ  ภาพทำพิธีโกนผมไฟ  แม่เล่าว่า  พ่อเป็นคนทำคลอดให้ครูด้วยมือพ่อเอง  ด้วยใจมุ่งมั่นที่

คิดว่าเป็นลูกผู้ชาย  และเตรียมฉลองกับเพื่อนฝูงกันเต็มที่  คนสมัยนั้นยังไม่มีอุลตราซาวส์  และในเวลาต่อมาหลังจากครู

จำความได้แล้ว  พ่อเล่าแบบเรื่องสนุกสนาน  ของการที่พ่อทำคลอดมาแล้ว  พอรู้ว่าเป็นผู้หญิง  เลยวางลงบนเบาะอย่าง

หมดใจ  แต่เล่าด้วยอารมณ์ดี  มีมุขให้โปฮากันมากมาย  ทำให้ครู ก็แอบภูมิใจ  ดีใจลึกๆ  ว่า  เกิดมาจากมือพ่อ  มือแรก

ที่จับออกมาจากท้องแม่คือ  มือพ่อ...... มาระยะหลัง  พ่อจะเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า    พ่อนี่หล่ะ คือเป็นคนที่เอาลูกออกมาจาก

ท้องแม่และ  เป็นมือ  ที่บันดาล  และบันดล  อะไรต่างๆ  อีกมากมายให้แก่่  ครู

กรุณาอ่านให้จบนะคะ

...

..

   ภาพด้านบน   คือ  สถานที่เที่ยวของครู   เมื่อเวลาพ่อและแม่ไปไหน  ในสถานที่พ่อและแม่ต้องการให้ครูได้ซึมซับ

เรื่องราวดีๆ    พ่อและแม่จะพาไป   ครูก็ไป  เพราะถูกพาไปเรื่อยๆ   จนนึกว่า  ที่นี่คือที่เที่ยว

...........................................................................................................................................................................

    คำว่า  พ่อ  ดูเหมือนสั้น ๆ  แต่ลึกนะคะ  จำความได้ว่า  พ่อคือลูกผู้ชายที่ครบเครื่องจริงๆ เมื่อสมัยพ่อยังหนุ่มๆ  ทั้ง  สุรา

  นารีพาชี  อย่างที่เค้าว่ากัน แต่พ่อยังเป็นพ่อที่อยู่ในกรอบ  เป็นสามีที่อยู่ในกรอบ  คือรักครอบครัว  วางแม่ไว้บนหิ้ง  วางลูก

ให้อยู่ในกรอบของการเป็นคนดี   จนมาถึงระยะหนึ่งของวัยกลางคนของพ่อ  อาจจะเป็นเพราะพ่อเบื่อรสคาวโลกีย์   ของความ

เป็นอยู่แบบ

มนุษย์ดิบ      พ่อตัดสินใจ บวช

เป็น สมณเพศ  เป็นเวลาหลายเดือนทีเดียว  ที่  สวนโมกขพลาราม  อำเภอไชยา   จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

จนถึงเวลาสึก  พ่อแทบจะไม่อยากสึกเลย

     นับตั้งแต่นั้นมา  พ่อจะไปฟังธรรมที่ท่านพุทธทาสเทศน์  ทุกวันเสาร์  ปวารณาตัว เป็นหมอประจำตัวท่านพุทธทาส  และ

รักษาดูแลพระทุกรูปในสวนโมกขพราม  ฟรี  และทุกครั้งที่พ่อเข้าไปในสวนโมกข์ พ่อจะพาครอบครัว  คือลูกและภรรยาไปด้วย

ถ้าเป็นวันหยุด  หรือช่วงปิดเทอม   ด้วยความที่ครู เดินตามพ่อเข้าสวนโมกข์ บ่อยมาก  หลวงปู่ท่านพุทธทาส  จึงให้

ร้องเพลงธรรม  ฝึกพูดธรรม  ก่อนที่ท่านจะเทศน์  ให้บุคคลที่มาฟังธรรมฟัง  เป็นประจำ  และภาพด้านบน 

คือภาพที่หลวงปู่

ให้เล่นละครอิงคุณธรรม  ที่ค่ายลูกเสือธรรมบุตร เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว

   สีแรก  สีของความเป็นคนมีคุณธรรม  ค่อยๆซึมลงสู่ครู  โดยครูแทบไม่รู้ตัวหรอก  รู้แค่ว่า  ไปตามพ่อ

  ทำตามที่หลวงปู่ท่านพุทธทาส   บอก  เพราะท่านไม่ได้สั่งให้ทำเชิงบังคับ  แต่ท่านชวนคุย  เร้าใจให้อยากทำ 

ซึ่งยากที่บรรยายด้วย

คำพูดว่าท่านกระตุ้นเร้าใจอย่างไร   ทราบแค่ว่า   ทำด้วยความเต็มใจ  หลวงปู่ท่านไม่เคยเรียนจิตวิทยาที่ไหน

หรอก  แต่เมื่อทบทวนย้อนเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว   ทึ่งในตัวท่านมาก  ที่ท่านใช้จิตวิทยา

ในการอบรมเด็ก  ปฏิบัติต่เด็กตัวเล็กๆ  เช่นครู  ได้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง  คือคิดในใจเสมอว่า  นี่หล่ะหนา

ที่เค้าเรียกว่า   ปราชญ์ของโลก  คือ  เชี่ยวทุกเรื่องจริงๆ  ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนมา

    และนี่อีกสิ่งหนึ่ง  ที่พ่อสอนครูโดยครูไม่รู้ตัว  พ่อชวนฝรั่งที่มาทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งเกี่ยวพันกับที่ำงานของพ่อ

มาอยู่ที่บ้าน   ปัจจุบันนี้   ฝรั่งคนนี้  น่าจะอายุ  เกือบเจ็ดสิบปีแล้วนะ  ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่  ฝรั่งท่านนี้มากินนอน

อยู่ที่บ้านครู  ประมาณ  สองถึงสามปี   อยู่กันจน  คุ้นเคย  แทบจะเป็นลูกชายพ่อคนหนึ่ง  ฝรั่งท่านนี้เอ็นดูครู

มาก   พยายามสอนศัพท์ภาษาอังกฤษ  กับครูวันละคำสองคำ  ด้วยการสนทนาในบ้านจริงๆ  ในชีวิตแต่ละวัน

ที่สำคัญ  สอนให้เล่นหมากรุกฝรั่ง  สอนเป็นภาษาอังกฤษ  เวลาเล่นด้วยก็ใช้  ภาษาอังกฤษ  คำที่ครูจำได้แม่น

คือ    very good      chest    please  again    .............สรรพนามที่ท่านเรียกครู  คือ  bamboo  ซึ่งแปลว่า

ไม้ไผ่   พ่อไม่เคยเคร่งเครียดว่าลูกต้องเรียนเก่ง  พ่อบอกว่า  ตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้ดี  กลับมาทบทวนวันละ

เล็กวันละน้อย   แล้วก็ใช้ชีวิตประจำวัน  แบบใช้ทักษะชีวิตในการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้านอื่นๆ  ควบคู่ไปด้วย

เมื่อ  ครูมาเป็นครู   ครูก็เลยมีความคิดว่า    ใช่เลย  พ่อนี่หล่ะครู   ของครูจริงๆ

 

 

 

       ภาพนี้  ถ่ายร่วมกันในพี่ในน้อง  กับ ปู่ละออง  แสงเดช  ซึ่ง เป็น  สส. จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ในสมัยนั้น  เนื่องจาก

ท่านเป็นเกลอของปู่  และสถานที่นี้  คือที่สังสรรค์เฮฮา  ปาร์ตี้ของพ่อ  ตอนพ่อหนุ่มๆ  ที่นี่  เนื่องจากท่านเป็น  สส จึงมีพรรค

พวก  บริวาร  มากพอควร   พ่อมักจะพาครูไปด้วยเสมอ   ด้วยเหตุผลของพ่อ  คือ  ได้เห็นโลกทุกด้าน  และรู้เท่าทัน

และจะได้ปรับตัวตามสถานการณ์ที่ควรจะเป็นได้ถูกต้อง   พ่อไม่เคยสอนด้วยคำพูด  แต่พ่อให้เจอเหตุการณ์จริง

และเข้าใจสถานการณ์จริง

..

 

..

   ภาพนี้   เป็นภาพที่ครูประทับใจมาก  วันที่พ่อสึกจากสมณเพศ  แม้ภาพจะได้รับการถ่ายที่ไม่ชัดนัก

แต่เป็นภาพที่ค้างอยู่ในความทรงจำของครู   ภาพมุมสวยๆในหัวใจของครู

 

      สถานที่เที่ยวของพวกเราอีกที่หนึ่งที่พ่อชอบพาไปในช่วงปิดเทอม   คือ  ตามเสด็จ   ภาพด้านบน  คือภาพที่พ่อพา

พวกเราตามเสด็จ  หม่อมเจ้าวิภาวดี   รังสิต    ครูมีความสุขมาก   ประการที่หนึ่ง ได้ไปกับพ่อ  ประการที่สอง  ได้ไปทำอะไร

บางสิ่งบางอย่างเช่น  ช่วยเค้าแจกข้าว ของ แก่ชาวบ้าน   ทำโดยที่ไม่มีใครบังคับ  ไม่มีใครดุด่า  ทำตามที่ผู้ใหญ่เค้าทำ 

ทำผิดทำถูก  เค้าก็แนะนำดีๆ  เพราะมองว่า  เราเป็นเด็กเค้าเอ็นดู   ถึงเวลากินก็กินกับเจ้าหน้าที่เค้า  เพราะพ่อต้องทานกับ

เจ้านายส่วนพระองค์  แต่ทุกครั้งที่ไปกับพ่อ  มีความสุขมาก  เพราะเจอแต่คนที่มีความสุข  เมื่อเค้าเห็นเจ้า  เค้ายิ้มแย้ม 

ยกมือไหว้ท่วมหัว   ก้มลงกราบ   ภาพที่เราเห็น   เราเลยปลื้ม  และเป็นสุขใจไปด้วย

..

..

      สองภาพด้านบนนี้   คือ  พ่อ  และชีวิตประจำวันที่พ่อแวะเวียนอยูในสวนโมกข์   ทุกครั้งที่ไปกับพ่อ  จะรู้สึก

เย็น  สบายใจ  เพราะธรรมชาติรอบข้าง  ร่มเย็น  และสงบ  จึงมีความรู้สึกว่า   บ้านหลังนี้ที่พอพามาเที่ยวใหญ่และ

กว้าง    และร่มเย็น   พ่อไม่เคยบังคับใครให้นั่งฟังธรรม  หรือ  นั่งยกมือไหว้ตลอด   การไปอยู่ในสวนโมกข์ของพวกเรา

จึง  ไปอยู่อย่างสบายๆ   จะนั่งคุย  จะนั่งเล่นไปบ้างก็ไม่เป็นไร   ยกเว้นบางเวลา  ที่เค้ามีพิธีการจริงๆ  พ่อจะบอกว่า

คนเรา  ต้องรู้จัก  กาละเทศะ  ใช้ธรรมเนียมปฏิบัติตามผู้อื่น   ในสิ่งที่ควรจะเป็น   

แต่หารู้ไม่ว่า    ยี่สิบ  สามสิบปี  ที่พ่อ  พาเข้าไปบ่อยๆ   มันแทรกซึมก้นใจแล้ว   แม้ระยะหลัง  ไม่มีพ่อและแม่พาไป

ลูกนกน้อยของพ่อ  ก็เริ่มบินแสวงหา  ความสงบด้วยตนเอง

 

..   ภาพนี้  คือ  ภาพที่ทรงคุณค่าของพวกเราสีีดรุณี   สีคนพี่น้อง  ที่เราไปเยี่ยมท่านอาจารย์สัญญา  ธรรมศักดิ์

ต้องเรียกว่า  ท่านเป็นเสมือนญาติผู้ใหญที่เคารพของครอบครัวเราท่านหนึ่ง  เพราะสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่  ท่านจะต้องไป

สวนโมกข์  อย่างน้อย ปีละครั้ง  สองครั้ง  และไปอยู่ครั้งละหลายวัน   จนเป็นที่เคารพนับถือ  ของครอบครัวเรามากทีเดียว

 

        และ  อีกภาพหนึ่ง   ต้องเรียกว่า  ภาพนี้เกิดขึ้นได้เพราะพ่อ   หลังจากครูแต่งงานได้หนึ่งวัน  พ่อให้ไปกราบคารวะ

หลวงปู่ท่านพุทธทาส    ท่านได้ให้โอวาท  คำว่า   สรมรส   ท่านขยายความจำได้ว่า  ประมาณหนึ่งชั่วโมงได้  โดยท่านได้

ให้โอวาทว่า  คำว่า  สมรส  หมายถึง  คนสองคนต่างพ่อ  ต่างแม่  มาอยู่ด้วยกัน  ควรตรองกันแล้ว  ว่า  รสเสมอกันนั่น

หมายถึงทัศนคติ ใกล้เคียงกัน  ชอบหรือไม่ชอบอะไรคล้ายๆกัน   นิสัยใจคอใกล้เคียงกัน    แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนี้

   ต่างฝ่ายต่างก็ต้องพยายาม  ปรับตัว  ให้รสใกล้เคียงกัน   เสมอกัน   จึงจะอยู่กันได้อย่างยืนยาว   ท่านพูดยก

ตัวอย่างมากมาย  และเป็นตัวอย่างที่เราสองคน  ฟังแล้ว  แทบนั่งอมยิ้ม  ในความรู้จริงของท่าน

..

 

     จำได้ว่า  พอจำความได้   แม่ได้ส่ง  สมุดเล่มนี้ให้ครู   สมุดที่ครูรักสุดสุดชีวิต   เรื่องราวและภาพต่างๆ

ที่ฝังอยู่ในควาทรงจำ  จึงถูกบรรจุลงในสมุดเล่มนี้  ซึ่งมีลายมือของแม่อยู่หลายหน้าทีเดียว

ไม่มีครูคนใดหรอกค่ะ  ที่จะเก่งมากกว่า   พ่อแม่ของเรา    คนรุ่นหลัง    ลองทบทวนชีวิตให้ดีๆ

แล้ว.....จะนึกได้ว่า    ชีวิตนี้   คนที่ใจจริงกับเรามากที่สุดคือใคร  และคนที่รักเรามากที่สุดคือใคร....

 

...................................................................................................................................

 

เรื่องราว   จาก  บันทึกของคนตัวเป็นๆ   ก็คงจะจบลงเท่านี้

ก่อนจะจบ   ขอคำเสนอแนะ    สั๊กนิ๊ดสั๊กหน่อยจากท่าน   ก็ยังดีนะคะ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%86/732050646816092?ref=hl&ref_type=bookmark

...

 

       ภาพนี้ทรงคุณค่ามากที่สุด  คือภาพพ่อสมัยเรียนลูกเสือ  เพื่อนของพ่อให้มา  ครูเก็บไว้ที่กระเป๋า

เงินของครู  เปิดทุกครั้ง  ก็เห็น......

 

   .ใครจะช่วยเชียร์   ช่วยโหวต   ก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ   ขอให้ผู้โหวต  ประสบสุขสำเร็จ

ดังที่หวัง   โชคดีมีพร  เช่นกันค่ะ ท่านสามารถคลิ๊กโหวตได้ที่นี่ค่ะ 

โดย รวงข้าวล้อลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net