วันที่ อังคาร มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปฏิรูปท้องถิ่น ยุค คสช.(ตอนที่ 1)


    หลังจากคณะ คสช.ได้ประกาศเข้ามายุติความขัดแย้ง และแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ จากผลสำรวจล่าสุด คะแนนนำโด่งของ หัวหน้า คสช.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชาชนมอบความคาดหว่างว่าควรเป็น "นายกรัฐมนตรี" มากที่สุดถึง 41 เปอร์เซนต์ขณะที่คนอื่นๆได้เพียงน้อยนิด แต่ถัดมาวันที่ 23 มิถุนายน สหภาพยุโรป (EU) ก็ประกาศ Tier 3 ลดความน่าเชื่อถือการค้าทนุษย์ ค้าทาสมาอยู่ระดับ 3 ตัดความสัมพันธ์ไม่สนับสนุน ไม่ต้อนรับอย่างเป็นจากคณะรัฐบาลไทย จาก คสช. ก็ไม่เดินทางมาประเทศไทยเช่นกัน และอาจจะไม่ลงนามเอฟทีเอกับไทยในอนาคต  ก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบในการด้านความน่าเชื่อถือ การค้าแปรรูปอาหารทะเลจากประเทศไทยเรา และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วๆปล่อยนักโทษการเมือง คืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน นั้นคือภาพของเรา 

    แต่หากจะมองลงมาถึงภาพย่อยๆ  ในประเทศเราเองถึงการปฏิรูปการเมืองของประเทศเราเอง และคำสัมภาษณ์ของ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบทบ. บอกว่า การพัฒนาประชาธิปไตย ควรพัฒนาในระดับท้องถิ่นเสียก่อน จึงไปพัฒนาประชาธิปไตยในระดับชาติ ทำให้มองเห็นว่างานนี้ถึงคราวที่ต้องปฏิรูปท้องถิ่น ในยุค คสช. เสียที ตั้งมีการก่อตั้ง สภาตำบล / อบต. ถือว่าการกระจายอำนาจฯชัดเจน จับต้องได้ แต่ก็มีปัญหามากมาย  อาจจะด้วยสาเหตุที่เกิดขึ้นมาโดยความไม่มีความตั้งใจอยากจะให้เกิดจากอำนาจเก่า "ระบบมหาดไทย" หรือการคลอดก่อนกำหนดของ"นักการเมือง"และ"นักวิชาการ"บางส่วน มันทำให้เกิดในท้องถิ่นอยู่ในขณะนี้แต่ก็มีผลดีมากมายในการกระจายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ได้รวดเร็ว ตรงจุด ตรงใจประชาชนได้เช่นกัน

     การเรียกส่วนต่างเปอร์เซนต์จากงานโครงการ หรืองบประมาณ การหาประโยชน์จากอนุมัติ อนุญาต หรือตลอดการเรียกสินบนจากความก้าวหน้าการบริหารบุคคลของฝ่ายประจำ "ข้าราชการท้องถิ่น"ทั้งจากฝ่ายมีอำนาจในท้องถิ่น หรือจากฝ่ายกำกับดูแล จึงเป็นเรื่องที่ถึงคราวจะต้องมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันการออกแบบโครงสร้างท้องถิ่น อบต. เทศบาล และ อบจ.นั้น จะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้อง แบ่งแยกชัดเจนระหว่างรัฐบาลกลาง กับรัฐบาลท้องถิ่น   หรือระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นด้วยกันเอง   ตลอดจนการแบ่งแยกงบประมาณไปดำเนินการก็เช่นเดียว ทั้งนี้ทุกฝ่ายจะต้องคำนึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก  

     ข้อเสนอในมุมมองง่าย ทำได้ทันที ระหว่าง อบต. เทศบาล และ อบจ. (ท้องถิ่น) กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ (ส่วนภูมิภาค) หรือ กระทรวง ทบวง กรม (ส่วนกลาง)  ควรแบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น จังหวัด และตำบล 

     ในระดับจังหวัด เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ มีหน้าที่เพียง 2-3 อย่าง เช่น สาธารณสุข กำจัดขยะ การศึกษาทางเลือกที่ 1 ให้มีการเลือกตั้ง ผู่ว่าราชการจังหวัดโดยตรง  ออกเสียงทั้งจังหวัด และให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเดิม ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ระดับ 11 เพื่อประสานกับส่วนกลาง ระดับตำบลก็เลือกเหมือนเดิม แต่แบ่งอำนาจชัดเจนระหว่างการเมือง กับข้าราชการประจำ 

     หรือทางเลือกที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งมาจากส่วนกลาง แต่ให้มีการเลือกตั้งผู้แทนระดับตำบลละ 1 คน(ประธานสภาฯ)เป็นผู้แทนประชาชนในการเป็นสภานิติบัญญัติ ไม่มีหน้าที่บริหาร แต่มีหน้าควบคุมการใช้งบประมาณ 

     ในระดับตำบล ในตำบล 1 จะต้องมี ท้องถิ่นเพียงแห่งเดียว ให้มีการเลือกตั้ง สภาตำบลเป็นสภานิติบัญญัติ มีการเสนอชื่อประธานสภาฯ 1 คน และให้ไปทำหน้าที่ สภาจังหวัด อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย(รับเบี้ยประชุมเป็นคราวๆไป) และให้มี ปลัดอบต. /ปลัดเทศบาลเป็นหัวหน้าข้าราชการประจำระดับตำบล บทบาทหน้าที่ จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับจังหวัด 

     คำถามต่อมา นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปอยู่ไหน ทำอะไร เอาไว้ในตอนที่ 2 จะลองๆมานำเสนอ ครับ

ปล. เป็นความคิดเห็นส่วนตัว วิจารณ์ได้นะครับ  

 

 

โดย ปลัดศักดิพงศ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net