วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลัมโบกินี่ชนขาดครึ่งคันคนขับรอด ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ : อาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ


เกิดเหตุระทึกขวัญเมื่อรถซุปเปอร์คาร์หรู 'Lamborghini Gallardo Spyder' ซิ่งฝ่าสายฝนจนเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุทำให้ตัวรถขาดครึ่งออกเป็นสองท่อน!! 


อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อรถยนต์ซูปเปอร์คาร์หรู 'ลัมโบกินี่ กายอาร์โด้' รุ่นสไปเดอร์ ประสบอุบัติเหตุจนตัวรถขาดออกเป็นสองท่อน โดยส่วนท้ายของตัวรถซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไว้นั้น พบเป็นซากอยู่กลางถนน ขณะที่ส่วนหน้าและห้องโดยสารถูกเหวี่ยงลงพงหญ้าข้างทาง เคราะห์ดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

คลิกชมภาพต่อไป

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่รถซุปเปอร์คาร์หรูราคาแพง ประสบอุบัติเหตุจนทำให้ตัวถังขาดครึ่งสองท่อน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีคลิปวีดีโอรถ Lamborghini Aventador ในประเทศอังกฤษ ที่ชนเข้ากับรถที่สวนมาอย่างจัง จนตัวถังขาดออกเป็นสองท่อนและกระเด็นห่างออกไปไกลหลายสิบเมตร 

คลิกชมภาพต่อไป

ส่วนสาเหตุที่รถซุปเปอร์คาร์มูลค่าหลายสิบล้านบาท ประสบอุบัติเหตุจนทำให้ตัวรถขาดครึ่งได้นั้น สื่อเมืองนอกหลายสำนักระบุว่าเป็นการตั้งใจออกแบบของวิศวกร เพื่อช่วยลดแรงกระแทกไปยังห้องโดยสารจนอาจทำอันตรายต่อผู้ขับขี่ ซึ่งก็ยังคงเป็นที่กังขาของประชาชนผู้พบเห็นอยู่ดี

คลิกชมภาพต่อไป

ขับรถด้วยความไม่ประมาทและใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมดีที่สุด

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

 

ที่มา sanook.com หน่วยกู้ภัยจังหวัดพิษณุโลก และเพจ RKU News

 

ความเห็นของอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูรถยนต์คนหนึ่งของบ้านเราครับ


อยากเขียนเฉยๆ ไม่อยากบอกใคร เพราะเขียนมั่วๆไปตามประสา

นี่แหละสังคมไทย

สังคมไทยแต่ไหนแต่ไรมาเป็นสังคมที่ผู้คนหลงงมงายกับความเชื่อตามคำบอกเล่า มากกว่าที่จะคิดด้วยเหตุผลหรือด้วยความรู้ที่ตนเองมี ก่อนที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องใด ข่าวลือเรื่องต่างๆจึงแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว และมีผู้คนเชื่อถือจำนวนมากในสังคมไทย เจ้าพ่อเจ้าแม่คนทรงเจ้าเข้าผีสัตว์ประหลาดต่างเพศผิวพันธุ์ และพืชพิศดารจึงมีผู้คนกราบไหว้ด้วยความศรัทธาตลอดมา


ล่าสุดเมื่อมีข่าวรถยนต์สปอร์ตหรูหราราคาแพงยี่ห้อลัมโบร์กินี่เกิดอุบัติเหตุ ถึงขั้นที่ตัวรถขาดออกจากกันเป็นสองท่อนหัวไปทางท่อนท้ายไปทาง แต่ผู้ที่ทำหน้าที่ขับขี่กลับมีชีวิตรอดปลอดภัยชนิดไร้ร่องรอยขีดข่วน เท่านั้นเองสังคมไทยก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันระงมไปทั้งถิ่นขวานทอง บ้างก็ออกมาบอกว่าเป็นเพราะคนขับรถคล้องพระดังหลวงพ่อดี บ้างก็ออกมาบอกว่าเป็นเพราะรถดี ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นหรือรถอื่นราคาถูกกว่านี้คงตายไปแล้ว บ้างก็หลุดประเด็นไปด่าคนขับว่า ขับด้วยความเร็วตั้งสองร้อยกิโลเมตรถ้าชนกับคนอื่นจะว่ายังไง มากมายหลากหลายเรื่องจนไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร และจะหาเหตุผลอะไรมาประกอบการหาวิธีการแก้ไขและป้องกัน


รถยนต์ตั้งแต่คันแรกที่เริ่มผลิตออกจำหน่ายในโลกนี้ ล้วนมีส่วนตัวถังหรือห้องโดยสารและกระบะบรรทุกวางอยู่บนแชสซีย์ด้วยกันทั้งนั้น แชสซีย์คือเหล็กแบบรางซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทรงคล้ายอักษรภาษาอังกฤษ ตัว H หรือ C วางคู่ขนานกันจากกันชนหน้าไปจนจรดกันชนท้าย ทั้งนี้เพื่อความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่ทำให้บรรทุกของได้น้ำหนักมาก และมีความทนทานห้องโดยสารไม่โก่งโค้งงอ เมื่อต้องวิ่งไปเข้าที่ทุรกันดารสูงๆต่ำๆมีหลุมมีบ่อลึกๆ


หลังจากนั้นเมื่อมีการแบ่งประเภทรถยนต์ออกตามการใช้งาน โดยมีรถยนต์ที่ใช้เพื่อการบรรทุกของหนักและรถยนต์ที่ใช้สำหรับผู้คนทั่วไปหรือรถเก๋งเกิดขึ้น วิศวกรยานยนต์ก็เริ่มคิดได้ว่า รถเก๋งควรจะมีความนุ่มนวลของห้องโดยสารมากกว่าที่จะแข็งกระด้างนั่งไปบนทางขรุขระหัวสั่นหัวคลอนกระเด็นไปชนหลังคา

Number of boxes in the car

ช่วงคริศตศตวรรษที่ ๑๙ ราวปี ๑๙๗๐ จึงมีการคิดประดิษฐ์รถเก๋งที่ไม่มีโครงแชสซีย์ออกมา โดยมีการแบ่งตัวห้องโดยสารออกเป็นสามส่วน และให้ชื่อโครงสร้างตัวรถแบบนี้ว่าเป็นแบบ Three Boxes หรือโครงสร้างตัวถังแบบสามกล่อง โดยกล่องที่หนึ่งหมายถึงส่วนที่เป็นห้องเครื่องยนต์ กล่องที่สองมีความสูงและความใหญ่โตรวมทั้งความแข็งแกร่งมากที่สุดคือห้องโดยสาร กล่องสุดท้ายหรือกล่องที่สามคือกล่องที่เป็นห้องเก็บของด้านท้ายรถ

แนวคิดก็คือหากมีการชนหรือกระแทกอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่ด้านหน้า กล่องที่หนึ่งหรือห้องเครื่องยนต์จะแยกตัวทิ้งลงไปกับพื้น เพื่อไม่ให้แรงกระแทกมีการดันเข้ามาทำให้ห้องโดยสารเสียหาย หากโดนชนด้านท้ายกล่องที่สามหรือห้องเก็บของท้ายรถ ก็จะถูกทำลายแยกตัวออกจากห้องโดยสารเช่นกัน หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือถูกชนแบบอัดก๊อบปี้จากด้านหน้าและด้านหลัง กล่องที่หนึ่งและกล่องที่สามจะแยกตัวออกไป เพื่อไม่ให้กล่องกลางหรือห้องโดยสารได้รับแรงอัดจนเสียรูปทรง ทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องโดยสารบาดเจ็บหรือตายไปด้วย

เหตุผลเพราะว่าวิศกวรยานยนต์เห็นว่า รถยนต์เสียหายก็สามารถซ่อมได้หรือซื้อใหม่ได้ แต่หากชีวิตของผู้คนต้องบาดเจ็บล้มตายก็ยากที่จะซ่อมใหม่หรือไม่สามารถทำให้กลับคืนมาดังเดิมได้ หรือเท่ากับว่ายอมเสียเครื่องมือคือรถยนต์แต่ไม่ยอมเสียคนนั่นเอง

แนวคิดดังกล่าวเมื่อมาอยู่กับสังคมที่มีแต่จินตนาการและข่าวลือ ก็กลายเป็นว่ารถยนต์รุ่นนั้นยี่ห้อนั้นไม่แข็งแรง เพียงแค่ถูกชนหน่อยเดียวด้านหน้ายุบตัวร่วงลงไปกับพื้นเสียแล้ว จึงมีการเอาแป๊บเเหล็กมาดามจากหัวจรดท้ายแทนแชสซีย์ที่ถูกเลิกไปด้วยคิดว่าจะทำให้แข็งแรงขึ้น แต่เมื่อเกิดการชนขึ้นมาแป๊บเหล็กที่เอามาดามนั้น กลับกลายเป็นตัวที่ดันให้ห้องโดยสารโก่งงอขึ้นมา จนคนที่นั่งอยู่ภายในได้รับบาดเจ็บหรือตายไป จากการเสียรูปทรงของห้องโดยสารโดยไม่รู้ตัว แม้แต่รถปิ๊คอัพที่ต่อมาผลิตขึ้นจากประเทศไทย และต้องส่งไปจำหน่ายทั่วโลก ก็ต้องผลิตภายใต้แนวคิดคล้ายกัน

เพราะมิฉะนั้นจะไม่สามารถผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของหลายประเทศ จึงต้องมีการออกแบบโครงสรร้างของแชสซีย์ใหม่ ให้มีความแข็งแกร่งต่างกัน ในทำนองเดียวกันกับรถเก๋งแบบสามกล่อง ก็จะถูกโจมตีอย่างไร้เหตุผลว่าเป็นรถปิ๊คอัพที่มีแชสซีย์เล็กและไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้ายในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์โลกเป็นอย่างยิ่ง

ในกรณีรถลัมโบร์กินี่ ที่เกิดขึ้นมาและผู้ขับขี่ปลอดภัยโดยที่รถขาดออกจากกันเป็นสองหรือสามท่อน ก็เพราะรถถูกผลิตขึ้นมาภายใต้แนวคิดแบบสามกล่องนี้เอง ไม่ได้มีหลวงพ่อวัดไหนออกมาช่วยตามที่มีผู้คนมโนกันไปทั้งนั้น
รถยนต์เก๋งทั่วไปเรียกว่าสามกล่องหรือ Three Boxes รถยนต์เก๋งแบบท้ายตัดเรียกว่า สองกล่อง หรือ Two Boxes แต่รถยนต์แบบหน้าตัดท้ายตัด แบบรถยนต์ นิสสัน คิวบ์ ไม่ได้ถูกเรียกว่า กล่องเดียวหรือ One Box นะครับ แต่ถูกเรียกว่า Cubic หรือ Dice ซึ่งแปลว่าลูกเต๋า หรือ Bread ซึ่งแปลว่าขนมปังตามรูปทรงของรถ ดังนั้นถ้าจะเรียกก็จงเรียกกันให้ถูกต้องด้วยนะครับ............

เรื่องนี้เขียนขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียนที่มีความรู้ไม่มากนัก จงพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ส่วนท่านใดจะเอาข้อความไปอ้างอิง ได้โปรดทราบว่าศัพท์หลายคำผู้เขียนบัญญัติขึ้นมาเอง ระวังนักวิชาการเขาจะไม่เชื่อ และผู้ที่อ่านแล้วจะรู้ว่าก๊อบปี้ผู้เขียนมานะครับ เพราะการบัญญัติศัพท์ใหม่และการเจตนาทำผิดในบางตำแหน่ง คือสิ่งที่นักเขียนอย่างผู้เขียนชอบทำ "จุดตรวจสอบ" หรือ mistake mark เอาไว้เผื่อในอนาคตหาข้อสรุปไม่ได้ว่าใครลอกใครครับ อ้อ!!!! Mistake mark นี่ก็คิดเดี๋ยวนี้พิมพ์เดี๋ยวนี้ บัญญัติขึ้นเองนะครับ

ที่มา เฟสบุ๊ก ณเดช เกิดทีหลังกู

 

ขับรถอะไรก็ตาม มีสติ และไม่ประมาท ดีที่สุดครับ

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net