วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Review ประสบการณ์ขี่ Forza 300


หลังจากใช้ Forza 300 ไปได้ซักพักเลยคิดจะมา Review ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนให้เพื่อนร่วมทางที่สนใจได้อ่านกันครับ


ผมออกรถ Forza 300 มาเมื่อปลายกุมภาฯ ที่ผ่านมาครับ ตอนรับรถแรกรู้สึกรถหนักๆ ครับ แถมผมกลัวกับหลายคำวิจารณ์ว่ามีปัญหาจุกจิก มีเสียงติ๊กๆ บ้าง น้ำมันเครื่องรั่ว หยด เบคหลังบ้าง แต่เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องขี่ครับ

หลังจากใช้สักพักพบว่าเครื่องยนต์เดินเรียบดีครับ ไม่มีรอยต่อในแต่ละช่วงของความเร็ว ไม่กระตุกเดินเรียบเนียนดีครับ ปุ่มต่างๆบนแฮนด์ออกแบบวางตำแหน่งได้กระชับมือดี ยกเว้นใครที่เคยขี่รถเล็กพวก Click มาก่อน (ผมมีคันนึงครับใช้ขี่จากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้า) อาจจะสับสนเรื่องตำแหน่งปุ่มแตร และปุ่มไฟเลี้ยวที่สลับตำแหน่งบนล่างกัน แต่ใช้สักพักก็ชินครับ 

การนั่งนั้น Forza เบาะมีขนาดใหญ่กว้างครับ ซึ่งข้อดีทำให้นั่งสบายสำหรับตัวผมที่สูง 170cm นั่งแล้วเท้าผมแตะถึงพื้นวางได้ประมาณ ครึ่ง เท้าครับ แต่ในขณะเดียวกันความกว้างของเบาะอาจจะส่งปัญหาให้คนที่มีความสูงไม่มากต้องเขย่งเท้าแบบที่เรียกว่ายืนบัลเล่ย์ได้ครับ อันนี้อาจจะไม่ค่อยสนุกเวลารถหยุดนิ่งตอนติดไฟแดง ส่วนเบาะซ้อนผมคงให้ความเห็นไม่ได้เพราะไม่เคยนั่งซ้อนและไม่เคยมีใครมาซ้อนแล้วบอกผมว่าเป็นอย่างไร เบาะ Forza ที่ใหญ่ขี่ไกลมีเมื่อยบ้างเหมือนกันครับ แต่ตอนเมื่อยผมใช้การเหยียดขาดันกับที่พักเท้าแล้วยกตัวขึ้น หลังดันหลังพิงกับขอบเบาะนั่ง ช่วยทำให้แก้อาการเมื่อยก้นไปได้เป็นอย่างดี และขับทางยาวๆได้โดยไม่มีปัญหาอาการเมื่อยก้นมากรบกวนมากนักครับ

ด้านการขับขี่ผมว่ารถค่อนข้างเสถียรคือไม่ส่ายไปมาเมื่อเจอแรงลมปะทะ ผมค่อนข้างรู้สึกปลอดภัยเวลาขับขี่เมื่อเทียบกับรถเล็ก ตอนนี้ลองขับไปทำงาน ขับขี่ในเมืองไว้ใจได้ในเรื่องการออกตัวไม่ถึงกับพุ่งสุดๆ แต่มีอัตราความเร็วต้นที่นำหน้ารถเล็กคันอื่นได้พอสมควรเมื่อเวลาออกตัวตอนไฟเขียว การมุดผมว่าทำได้ดีพอประมาณคือไม่ถึงกับคล่องปรู๊ดปร๊าดอย่างรถเล็ก แต่ก็มุดได้ครับ แต่ถ้าช่องแคบมากผมเห็นรถเล็กเค้ามุดกันแต่ผมไม่กล้าครับเพราะที่แคบมากและขับด้วยความเร็วต่ำมากๆ ต้องเลี้ยงรถ และทรงตัว ซึ่งถ้าแทรกไปจะมีโอกาสสูงที่กระจกมองข้างรถเราจะไปตีกระจกมองข้างรถคนอื่นเขา และในขณะเดียวกันการแทรกกลางขณะขับช้ามากต้องเอาขาลงพื้นคอยพยุง อันนี้ผมว่าอันตรายเลยไม่ทำครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่ายังขึ้นอยู่กับทักษะการขับขี่ด้วยครับ แต่ถามว่ามุดได้ไหมผมว่ามุดได้นะและไม่ติดขัดมากมายอะไรบนถนน

ด้านความเร็วปลายนั้น รถ Forza ของผมเป็นแบบเดิมๆนะครับ ไม่ได้ตกแต่งเพิ่มเติมอะไร ไป Trip หัวหินกับเพื่อนมาครับ สิ่งทีพบคือ ขี่ได้เป็นปกติจนถึงช่วงความเร็ว 120km/hr พบว่าลมเริ่มตีตัวมากครับ ทำให้รู้สึกหนักเพราะต้องสู้กับลมที่ปะทะ (ผมใส่เสื้อเกราะด้วยครับ) ถ้านั่งในสภาพขับขี่ปกติคือตัวตรงความเร็วรถผมจะหยุดสุดท้ายที่เกือบ 140 ครับ ไม่เกินนั้น แต่จากช่วงความเร็ว130 ไป 140 อัตราเร่งเหมือนจะหายไปเลยครับ แต่ความเร็วจะค่อยขึ้นเรื่อยๆ แต่ช้ามาก ถ้าจะลดผลกระทบจากลมปะทะมากที่ความเร็วเกิน 120 ต้องก้มหน้าลงครับ แต่การก้มหน้าก็จะทำให้ทัศนวิสัยการมองทางและสิ่งรอบข้างลดลงอย่างมีนัยยะ คือ มองสิ่งรอบตัวรวมทั้งถนนข้างหน้าได้แคบกว่าปกติแตกต่างกับการนั่งหลังตรงมาก สำหรับลมที่มาปะทะที่ความเร็ว 120+ นั้นผมว่ามันแรงและหนักพอสมควรสำหรับผม อันนี้ต้องปรับหมวกกันน๊อคด้วยครับ ตอนที่ไปหัวหินใช้หมวกันน๊อคทั่วไปที่ราคาประมาณ 2,000 บาทครับ พบว่าขี่แล้วหันหน้าลำบากครับเพราะลมต้าน แต่เมื่อทดลองอีกทีใช้หมวกกันน๊อครุ่นท๊อป Schubert SR1 พบว่าหมวกลู่ลมได้มีกว่าหมวกเดิมมากครับ ลมปะทะไม่ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะบิด หันหน้ามองสิ่งรอบๆ หรือบางคนก็บอกผมว่าให้ลองเปลี่ยน Shield หน้าจะทำให้ลดการปะทะของลมได้มากขึ้น ขี่สบายขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ลองเปลี่ยนครับเพราะไม่คิดว่าจะใช้ความเร็วในระดับนั้นบ่อยๆ ผมแค่ลองหาข้อจำกัดของรถผมครับว่า อะไรทำไม่ได้บ้างจะได้ระวัง สำหรับ trip กรุงเทพฯ-หัวหิน รถผมอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 27.8 km/litre ครับ การขับขี่โดยรวมผมค่อนข้างชอบนะครับ

ที่เก็บของในใต้เบาะรถ Forza ผมว่าเป็นความจุที่เพียงพอกับการใช้งานของผมครับ คือหมวกกันน๊อค 1 ใบเก็บได้แน่ๆ ที่เหลือเป็นพื้นที่เก็บเสื้อเกราะ ถุงมือ แถมใส่เป้ที่บรรจุของหรือเสื้อผ้าที่ไม่หนามากนักได้ บวกกับใส่ถุงเครื่องมืออุปกรณ์อื่นๆ เล็กได้อีก ถ้าไม่จบก็มีพื้นที่เป็นกล่องและลิ้นชักเก็บของด้านล่างของแฮนด์อีก 2 ตำแหน่ง ข้างหนึ่งล๊อคได้ อันนี้กว้างครับ ใส่ขวดน้ำ โทรศัพท์ ผ้าเช็ดรถ หรือถุงมืออีกคู่ได้สบายๆ และมีที่เต้าเสียบไฟให้อยู่ภายใน อีกข้างล๊อคไม่ได้แต่มีพื้นที่พอประมาณจะใส่ Lock Disc, Remote เปิดบ้าน ครีมกันแดดหลอดเล็กๆ ได้อีก ผมว่าพื้นเก็บของให้มามากเพียงพอที่จะลงจากรถเก็บของและเดินตัวปลิวไปทำงานโดยไม่ต้องแบกสัมภาระให้วุ่นวาย เสียดายตรงที่ว่านะจะมี Option ให้มีระบบกันขโมย H.I.S.S มาให้ด้วย เพิ่มราคานิดหน่อยแต่ไม่ต้องกังวลมากเรื่องหาย ผมว่าน่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผมครับ

การบำรุงรักษา จากที่กลัวๆ หลังจากอ่านคำวิจารณ์ ตั้งแต่ใช้มาตอนนี้ประมาณ 4,000 กิโล ยังไม่เจอปัญหาใหญ่อะไรครับ อาจจะโชคดีไม่เจอเสียง น้ำมันเครื่องหยด อัตราเร่งหาย หรืออาจจะเป็นเพราะ Lot ที่ผมซื้อเค้าได้จัดการแก้ไขปัญหานี้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่เจอสิ่งผิดปกติที่ทำให้กลุ้มใจ มีแต่ลมยางที่ต้องคอยเติมบ่อยหน่อย กับโช๊คอัพหลังที่ผมรู้สึกตอนหลังว่ามันแข็ง กระเด้ง เพราะเอาไปเปรียบเทียบกับ CBR650F ที่ถอยมาใหม่ อันนี้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดว่า กระเทือนกว่าเยอะมาก ส่วนการเข้ารับบริการผมว่าบ้านผมอาจจะใกล้กับศูนย์ฮอนด้าเลยหมดปัญหาครับ ไปแป๊ปเดียวถึง ตอนเอาไปเข้า Service 1,000 กิโล หมดค่าน้ำมันเครื่องไปสองร้อยกว่า ค่าไส้กรองอีกเท่าไรจำไม่ได้ แต่รวมแล้วหมดไป หกร้อยกว่า รับได้ครับ แต่สิ่งที่เจอน่าสนใจมากสำหรับผมคือ เพื่อนผมที่ขี่ Forza เหมือนกันเอารถไปล้มเบาๆ มา  ทำให้ Fairing สีขาวเค้าครูดกับพื้นถนน เห็นเนื้อในสีดำ เค้าไม่ชอบครับเลยคิดว่าจะเอาไปทำสี แต่ก่อนไปทำก็โทรไปถามราคา Fairing ใหม่ พบว่าชิ้นที่เค้าครูดคือ Fairing ซ้ายชิ้นใหญ่ของรถ ถามราคาของใหม่ที่ศูนย์ ราคา 1,000 บาทครับ เลยเลิกคิดเรื่องเอาไปทำสี เค้าเลยเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน หมดไป 3,500 บาทครับ ทำให้เราสบายใจขึ้นคือถ้ามีเหตุการณ์แบบเค้า คงไม่ต้องกังวลกับค่าเปลี่ยน Fairing มากนัก ราคาก็ไม่ถึงกับแพงมาก น่าจะมาจากการเป็นรถผลิตในประเทศรวมถึงอุปกรณ์ อะไหล่ ส่วนควบต่างๆ ทำให้ราคาไม่แพงถึงกับจับได้ยาก

สุดท้ายผมว่าผมสนุกกับการขับ Forza 300 นะครับ รถยนต์ก็เลยขับน้อยไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ใช่เอามาทดแทนรถยนต์ได้นะครับ เพียงแต่ตอนนี้ไปทำงานขี่ Forza ไปมากกว่าขับรถไปครับ เดือนที่ผ่านมาออก CBR650F มาอีกคันครับคิดว่าจะขาย Forza เอาเงินมาช่วย CBR แต่คิดไปมาแล้วเก็บไว้ใช้งานดีกว่าเพราะในแง่ความเอนกประสงค์แล้ว CBR สู้ไม่ได้ในความรู้สึกผมครับ ทำให้ขายไม่ลงครับ เอาไว้ขี่สบายๆ ดีกว่า

Review นี้เป็นเฉพาะประสบการณ์ของผมที่มีต่อการขับขี่ Forza 300 นะครับ ท่านอื่นอาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป และก็ไม่หมายความว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นตัวแทนการขับขี่ Forza 300 ทุกคัน และมีประสบการณ์อย่างที่ผมเขียน แต่ละคนอาจจะมีประสบการณ์และข้อคิดที่แตกต่างกันไป ถือว่าผมเอาเรื่องเล่ามาแลกเปลี่ยนก็แล้วกันนะครับ 

ขอให้ครับขี่สนุกและปลอดภัยทุกคนนะครับ

 

โดย Jazz-zie

 

กลับไปที่ www.oknation.net