วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุยเรื่องประวัติศาสตร์อยู่ดี ๆ ไหงกลายเป็นเรื่องประหวัดติสาดไปได้


(ภาพ ขอยืมมาจากบล๊อกเก้อร์ loongmoo)

 

เราพูดว่าผลการสำรวจลงไปในประวัติศาสตร์อย่างไรก็ยากจะออกมาแม่นตรงรอบด้านครบถ้วน ขึ้นอยู่กับ ๑) ความจำกัดของการคงอยู่ของหลักฐานที่เนื่องกับตัวบุคคลเช่น ความคิด เจตน์จำนง เบาะแสความพยายามกระทำการ ซึ่งจะตายไปพร้อมบุคคล ๒) ผู้สำรวจใส่แว่นอะไรไปทำการสำรวจ แว่นที่กำลังขยายสูง-ต่ำ แว่นสีอะไร ซึ่งก็จะเป็นที่เรียกว่าสมุฏฐานในการสำรวจ แว่นอะไรก็จะได้หลักฐานข้อมูลแบบนั้น ส่วนเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เป็นข้อเป็นงอ เป็นชิ้นเป็นอัน จำเป็นอยู่เองที่ต้องพักไว้หรือละทิ้ง
วาทกรรมที่ว่า ผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ อาจถูกในมุมหนึ่งแต่ก็พูดในมุมเห็นที่กว้างกว่าได้ว่าประวัติศาสตร์จดจำแต่พฤติกรรมที่เป็นหลักสำคัญให้สืบเนื่องคืบหน้าไปยังก้าวถัดไป พฤติกรรมที่ไม่เห็นผลสืบเนื่องมาพร้อมกันด้วยจะถูกลืมละทิ้งไป

เพียงแค่หมาบ้านหนึ่งไปกัดแมวข้างบ้าน พอเจ้าของบ้านทะเลาะทุ่มเถียงกัน คนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลก็จะเพิ่มเป็นสิบ ๆ ชุดแล้ว คนที่ทำหน้าที่ตัดสิน (เช่นเดียวกับสังคม?) ก็จำเป็นต้องตัดตอนยุติเสียด้วยข้ออ้างกฎหมายเรื่องอาณาเขต เรื่องสิทธิ เรื่องการไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระทั่งไกล่เกลี่ยยอมความหยวน ๆ กันไป

เรื่องเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ เกิดเพราะสำนึกร่วมในสังคมขึ้นมาเอง หรือเพราะการจัดตั้งเดินงานของฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง หรือชั้นนำขัดแย้งกันเองผสมกับการแทรกแซงจากภายนอก ก็เห็นมีบางกระดานในชุมชนออนลายน์เคยถกเถียงแลกเปลี่ยนกัน และแน่นอน ไม่มีข้อสรุปที่ลงกันได้

เรื่องเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙ พอมองกันออกว่าเป็นเหมือน the empire strikes back แต่รายละเอียดของกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์สืบเนื่องไปจนถึงจุดระเบิดก็มีคนรื้อมาถกเถียงแล้วก็เงียบไป รื้อใหม่ก็เงียบอีก รื้ออีกก็เช่นเคย

เรื่องเหตุการณ์ ๒๔ มิถุนา ๒๔๗๕ นักประวัติศาสตร์การเมืองก็ยังสรุปมาให้เป็นแบบเรียนของชาติไม่ได้ว่าตกลงเป็นกรชิงสุกก่อนห่าม หรือการจะล้างไพ่จัดอำนาจใหม่ หรือการฉวยโอกาสสวมรอยกับกระแส”ประชชนเป็นใหญ่” หรือ ...... ฯลฯ

 

(ใครที่อ่านอยู่ เตรียมคอเคล็ด เราจะเลี้ยวหักมุม ณ บัดนี้)
สื่อหลายชื่อกิจการ ทั้งสื่อจริงสื่อหลัก กระทั่งแค่หากินกับจอโทรทัศน์ดาวเทียมก็เรียกตัวเองว่าสื่อ (ผู้เกี่ยวข้องโปรดรีบคิดคำใหม่เสียสำหรับเรียกกลุ่มอาชีพนี้ ดีกว่ารอให้ฝรั่งคิดมาแล้วเราใช้ตาม เหมือนคำว่า บัญชร / columns / windows, สมองกล / computer, … ส่วนคำว่า disc จานแข็ง จานอ่อน ต้องปล่อยเลยตามเลยซะแล้ว) แห่กันมาทำรายงานพิเศษ (scoop-ช้อนตักไอติม) ร้านลูกชิ้นยักษ์ที่สามชุกตลาดร้อยปีคณะแล้วคณะเล่าติดต่อกันมานานเกินสิบปี หลายปีหลัง ๆ มานี้มีร้นลูกชิ้นบิ๊กมาเปิด เล่ากันวงในว่าก็เป็นร้านทำส่งเป็นล่ำเป็นสันมาก่อน รวมทั้งส่งให้เจ้าลูกชิ้นยักษ์นี้ด้วย แล้วมาเจ็บใจเอาเมื่อลูกค้าที่ตนส่งลูกชิ้นให้ไปให้สัมภาษณ์ “คณะทำรายการ” พวกนั้นเป็นประจำว่าตนเป็นคนคิด เป็นเจ้าแรก (genuine) เจ็บใจนัก รง.ผลิตก็อยู่กับตัว อย่ากระนั้นเลย แค่เปิดหน้าร้านเองประชันเลย จะสักเท่าไหร่กันเชียว .. ตอนนี้ตลาดสามชุกจึงมีร้านลูกชิ้นบิ๊กบึ้มอยู่สองร้านรวมทั้งซุ้มเล็กเครือข่ายเอาลูกชิ้นของตัวไปปิ้งขายกระจายทั่ว เวลาลูกค้าพูดคุยสอบถามด้วยความสนใจความเป็นมา ก็จะมีข้อมูล ๒ ชุดว่าตัวต่างหากเป็นเจ้าแรก ด้วยข้อมูลสนับสนุนในมุมของตัว

คุณ ๆ ล่ะคิดว่าเกณฑ์ตัดสินชี้ชะตา ...เอ๊ย ไม่ใช่ชี้ชะตาสิ นั่นมันฟุตบอล... คุณจะใช้เกณฑ์ไหนตัดสิน
ผู้คิดทำและผลิตขายส่งปริมาณมาก+มีหน้าร้านเล็กอยู่เดิมที่อำเภอติดกัน / ผู้ไปเห็นแล้วคิดเอามาบูมให้เป็นเจ้าแรกที่ตลาดนี้
ใครควรจะนับว่า “เป็นคนแรก”
ยังมีชุดข้อมูลแย้งอีกว่า เจ้าโน้นไม่เคยทำมาก่อนเลย ตัวต่างหากเอาความคิดไปจ้างให้ทำพร้อมลงเงินมัดจำวัตถุดิบก้อนแรกด้วย
ตอนนี้หากมีใครต้องทำหน้าที่ตัดสินเรื่องนี้ ก็ไม่คำนึงเรื่องประวัติศาสตร์แล้ว “ไอ้ห่าน เรื่องแค่นี้ ต่างคนต่างมีที่ของตัวเอง ก็ต่างคนต่างทำ แบ่ง ๆ กันไป จะได้สงบกันหน่อย”

เอ๊ะ แต่วลีท้ายก็เหมือนประวัติศาสตร์บางแห่งนี่แฮะ เอิ๊ก ๆ ๆ
แหม คุณก้อ ยุคนี้มันยุคความคิดมีมูลค่าหากแปรเป็นวัตถุจับต้องได้นี่ครับ มันก็ต้องสู้กันหน่อย
กรณีนี้พูดให้ทันสมัยหน่อยก็คือ เจ้าของ รง.ผลิตแบบ OEM ทนเห็นลูกค้ารวยไม่ไหว ขยับเปิดตราสินค้า (brand) ของตัวเอง


นี่ไม่ใช่ว่าผมคะนองคิดคะนองพูดให้เป็นเรื่องร้าย แต่นี่สร้างสรรค์นะ ยังไง ๆ เขาก็ไม่ถึงกับยกพวกตีกัน และยังไง ๆ ก็ไม่มีผลต่อคนมาเที่ยวมากินด้วย แต่นี่เป็นประเด็นที่ทำให้ความสนใจเพิ่มขึ้นหากว่า “คณะผลิตรายการ” สักคณะหนึ่งจะคิดทำอะไรที่มากกว่า “ฮ่วย ก็แค่มีรูป มีบรรยากาศ สัมภาษณ์เจ้าของ สัมภาษณ์คนกิน ลองชิมเอง พูดเชียร์ ก็ครบรูปแบบรายการแล้ว จะเอาอะไรให้มากกว่านี้ว้า เดี๋ยวก็งานเข้าหรอก”

สาบาน ถึงตอนนี้เราก็ว่าเราไม่ได้นอกเรื่องประวัติศาสตร์ไปเล้ย.

 

และจะบอกให้ว่าก่อนปี ๒๕๔๓ มีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นยักษ์เป็นห้องตึกแถวริมถนน ๓๔๐ อยู่ก่อนแล้วที่ตลาดนางบวช ลองไปค้นบัญชร”มุมพิลึก” ของนสพ.เดลินิวส์รายวันดูได้ กับรายการอะไรทางโทรทัศน์ช่อง ๗ ของคำรณ หว่างหวังศรี ดูแน่ะ สิบอกให้

 

โดย driftworm

 

กลับไปที่ www.oknation.net