วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกตำนานเมืองเบตง ตอน เมืองกริ๊ก ที่ถูกแยกไป โดย ธนพงษ์ ซาเระ


 

ประวัติเมืองกริ๊ก ฮูลูเปรัค สหพันธรัฐมาเลเซีย

 

                      (ต่อจากตอนที่แล้ว) สำหรับต่วนยากง (Tuan Jagong) ที่มีกล่าวไว้ในหนังสือประวัติเมืองกริ๊ก (Kerik) ในปี ค.ศ.๑๘๗๐ (พ.ศ.๒๔๑๓) มีประชาชนอพยพมาจากปัตตานี (หมายถึง ปัตตานี รามัน) มาสร้างเมือง ในที่แห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางป่า 
                   หลังจากนั้นไม่นานเจ้าเมืองรามัน (Reman) ชื่อต่วนยากง (Tuan Jagong) ได้เข้ามาคล้องข้างในบริเวณป่านั้น ที่มีชื่อว่า Gunung Tujuh (เขาเจ็ดลูก) ผู้เขียน อยู่ใกล้กับ Kuala Kenderong ได้ทราบข่าวว่ามีประชาชนมาสร้างเมืองอยู่ไม่ไกลนัก จึงรีบเดินทางไปทันที 
                   ในขณะที่เจ้าเมืองรามัน และพลพรรคจะเข้าไปในที่ ที่ชาวบ้านกำลังสร้างเมืองใหม่ ขณะกำลังขี่ช้างผ่านกอไผ่ ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากกอไผ่ เสียงเหมือนมีการเจาะไม้ หรือเจาะคอนกรีต จึงสั่งให้ผู้ติดตามปิดล้อมกอไผ่ไว้ และสั่งให้ขุดรอบๆกอไผ่ เพื่อจะหาต้นตอของเสียง ว่าคืออะไร 
                   เมื่อขุดถึงรากกอไผ่ ก็พบตัว “อ้น” จำนวนนับสิบตัว กำลังกัดกินโคนต้นไผ่ ซึ่งโคนต้นไผ่จะแข็งมาก เวลาตัวอ้นกัด จะเกิดเสียงดัง “กริ๊ก กริ๊ก” เจ้าเมืองรามันจึงตั้งเมืองใหม่นี้ว่า Gerit (เกอริท) ตามเสียงที่ได้ยิน และเมืองนี้ใช้ชื่อนี้เป็นเวลานาน จนสุดท้ายก็เพี้ยนมาเป็นเกอริก (Gerik) และเรียกชื่อนี้จนถึงปัจจุบัน
                   ต่วนยากง (Tuan Jagong) เป็นลูกชายต่วน นิก ฮูลู (Tuan Nik Ulu) และเป็นหลานต่วนโตะนิก โตะ เลฮ (Tuan Nik Tok Leh)


 

                    ปัจจุบัน เมืองกริ๊กและโกร๊ะ คือ เมืองพี่เมืองน้องของเมืองเบตง คนที่เบตงกับคนในกริ๊ก มีสายสัมพันธ์เป็นญาติพี่น้องกัน ไปมาหาสู่กันตลอด ย้อนไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ตอนที่ พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ยังไม่วางปืน ยังไม่ลงนามสันติภาพ 3 ฝ่าย ไทย- มาเลเซีัย - พรรคคอมมิวนิสต์ ตอนที่เขาได้เอกราชไม่ถึง 10ปี เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตเราดีกว่าเขา คนมาเลเซียจำนวนำไม่น้อย มารับจ้างตัดยางที่ฝั่งเบตง ผิดกับตอนนี้ที่เราต้องไปรับจ้างตัดยางในฝั่งของเขา

                     ส่วนพี่น้องชาวจีนพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ตรงฝั่งโน้น ก็มีอยู่ถึง 10 หมู่บ้าน มีคุณภาพชีวิต ดีกว่าเรา คงไม่ต้องเจาะลึก หรือลงรายยละเอียดมาก ว่า ทำไมเขาถึงแซงหน้าเราไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ปัจจัยทางประชากรและทรัพยากรไม่ต่างกัน อันนี้ต้องฝากให้ผู้มีอำนาจในการวางนโยบายของประเทศได้ขบคิดกันครับ

                        เป็นอันว่า เราพอจะทราบสายตระกูลของโต๊ะนิ รายาผู้อารี ผู้เป็นนเคารพนับถือคบแถบนี้ตั้งอดีตจนปัจจุบัน พอสังเขป หากมีศึกษาวิจัยข้อมูลเพิ่มเติมประการใด ผู้เขียนจักนำเสนอเพื่อเป็นองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นต่อไปครับ..นายธนพงษ์  ซาเร๊ะ บันทึก/ศณีรา เรียบเรียง.

 


 

    

 

ประชาคมอาเซียน เราจะไปด้วยกัน

 

 

 


                   สรุปผลการศึกษาดูงาน ที่ทำการอำเภอกริ๊ก ฮูลูเปรัก รักเปรัก มาเลเซีย ของ อบต.อัยเยอร์เวง

ในปี 2551 มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งครับ

                    1. การปกครองท้องถิ่นของมาเลเซียเหมือนสุขาภิบาลของไทยในอดีตผู้บริหารคือปลัดอวุโส มีผู้ช่วยเป้นปลัดปกครอง ปลัดพัฒนา(เขาเรียกกันว่าบอส) ปลัดป้องกันก็คือกำนันซึ่งมีสำนักงาน มีฐานะเป็นข้าราชการ
                    2. ส่วนที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือสำนักงานที่ดินขึ้นอยู่กับท้องถิ่นและมีการเก็บ ภาษีที่ดินเป็นหน่วยเฮคเตอร์(2.5ไร่) ต่างกับไทยที่เก็บภาษีที่ดินโดยใช้คิดอัตราเป็นต่อไร่ และอัตราภาษีเก็บสูงกว่าไทย  9 เท่า อยู่ที่ ไร่ละ 36 บาทต่อปี ซึ่งของไทยเก็บเพียงไร่ละ 4 บาทต่อปี  ปีที่ผ่านมาเก็บภาษีเองได้ 90 ล้านบาท(ไม่รวมเงินอุดหนุน)
                     3. ในปี พ.ศ. 2551 ที่ทำการปกครองอำเภอฮูลูเปรัคมีงบประมาณในการพัฒนาจำนวน 15 ล้านริงกิตหรือคิดเป็นเงินไทย 150 ล้านบาท
                     4. อำเภอฮูลูเปรัคมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 60,000 คน(เท่ากับอำเภอเบตง) เป็นเชื้อชาติมาเลย์ร้อยละ  70 นอกนั้นเป็นเชื้อชาติจีนกับอินเดีย
                     5. อำเภอฮูลูเปรัคมีแบ่งเป็น 3 ตำบล ในแต่ละตำบลมี 10 หมู่บ้าน และกำลังจัดตั้งหมู่บ้านอดีตพรรคคอมมิวนิสต์จำนวน 10 หมู่บ้าน (เหมือนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย)
                     6. การเลี้ยงนกกงหัวจุกหรือนกเขาชวา ต้องขึ้นทะเบียนและเสียภาษีที่โดยกรมป่าไม้
                     7. มีทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเหมือนไทย (นำวิธีการมาจากไทย)
                     8. ไม่มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น(ยังไม่กระจายอำนาจระดับรากหญ้า)
                     9. มีการวางผังเมืองที่เข้มงวด โดยชาวมาเลย์จะมีอสิทธิมากกว่าชาวเชื้อสายอื่นๆ
                    10. มีโรงเรียนของรัฐกว่า 107 แห่ง แยกเป็นโรงเรียนสอนศาสนาจำนวน 41 แห่ง
                    11. อัตราค่าเงินเดือนมากกว่าไทย 3 เท่า (กำนันเดือนละ 18,000 บาท)(ในปี 2551 กำนันฝั่งไทยเดือนละ 5,000 บาท)

 


กริ๊กในอดีต

 

การปล่อยให้จับปลา ที่สระโกร๊ะ ฮูลูเปรัค มาเลเซีย

ในอดีต คือ สถานที่เลี้ยงช้าง(อาบน้ำ) ของโต๊ะนิ เจ้าเมืองรามัน

 

กริ๊กปัจจุบัน

ร่วมสมัย

ท่ารถที่โกร๊ะ

เขา Gunung kenderong แต่เราเรียก ฝั่งกริ๊กมองเห็นได้จากฝั่งไทย 

อ่างเก็บน้ำฝั่งกริ๊ก เปรัค อนาคตจะเป็น อะเมซอนอาเซียน ร่วมกับฝั่งเบตง

ของเขาพัฒนาไปมาก

แต่ความสมบูรณ์ยังคงอยู่

ตลาดนัดกลางคืน เป็นที่นิยมในฝั่งมาเลย์

 


อ้างอิง

๑       wikepedia.org – orang cina di Malaysia

๒       wikepedia.org – langkasuka

๓       wikepedia.org – srivijaya

๔      บันทึกโจรจีนปล้นโรงพักเบตง พ.ศ.๒๔๗๖ ของนายสงวน  จีระจินดา

๕      Sejarah kroh

๖       Sejarah gerik

๗      Buku Sejarah Hulu Perak

๘      จาก  blogsalasilah raja reman

๙       www.geocities.ws/prawat_patani/patanilupa_thai.htm

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net