วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มะเร็งภาษาไทยระยะสุดท้าย


มะเร็งภาษาไทยระยะสุดท้าย
*********************

...ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เขียนตำราใน "ภาพที่โพสต์นี้" หรือองค์กรใดเป็นผู้จัดพิมพ์เผยแพร่ หรือสถานศึกษาใด และคุณครูท่านใดบ้าง ซึ่งใช้วิธีการสอนเช่นที่ปรากฏในภาพแก่เด็กๆ ต่างก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ "ผู้ก่อกรรม" แห่งการ "อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ที่เป็นปัญหาอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองในวันนี้อย่างมิต้องสงสัย

...ไม่รู้ว่าความมืดบอดใดดลใจให้กระทำการอันบิดเบี้ยวไปจากวิถีบรรพชนได้ถึง ปานนั้น ท่านได้เคยประเมินผลหรือทบทวนคุณภาพการเรียนการสอนตามวิธีดังกล่าวกันบ้าง ไหม และรู้หรือเปล่าว่าปัญหา "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันๆ ทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากการสอนภาษาไทยด้วยวิธีพิลึกพิลั่นนี้ด้วย และนับวันครูรุ่นใหม่ที่เรียนอ่านเขียนมาแบบเดียวกันนี้ก็จะสอนแบบวิถีภาษา ไทยดั้งเดิมไม่เป็น ก่อให้เกิดผลกระทบกับเด็กๆ ที่มีศักยภาพการเรียนรู้ระดับกลางๆ และระดับต่ำเป็นอย่างมาก จะมีก็แต่เฉพาะเด็กที่เรียนเก่งเท่านั้นที่พอเอาตัวรอดได้

...ถ้าไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์ด้วยการทดสอบเด็กๆ ที่เรียนด้วยวิธีนี้หลังจบ ป.๑ ขึ้น ป.๒ ด้วยการให้ "เขียนตามคำบอก" จากคำที่เฉลี่ยมาตรฐานครอบคลุมทักษะ ๕ ประการต่อไปนี้ดูเถิดว่าจะสอบตกกันสักเพียงใด
...(๑) คำที่มีพยัญชนะต้นครอบคลุมอักษรสามหมู่
...(๒) คำที่ประสมตรงมาตราทั้ง ๙ แม่
...(๓) คำที่ครอบคลุมการประสมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ เสียง
...(๔) คำควบกล้ำและอักษรนำ
...(๕) คำที่ผันเสียงวรรณยุกต์ทั้งสามหมู่อักษร

ทั้งนี้ให้กำหนดคำที่เด็กๆ ไม่คุ้น หรือคุ้นเคยน้อยเป็นคำทดสอบ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานทักษะ และให้ทดสอบเปรียบเทียบกันกับเด็กๆ ที่เรียน "แบบวิถีภาษาไทยดั้งเดิม" (ดังที่แสดงให้ดูด้วยลายมือเขียนในภาพ) แล้วท่านจะได้คำตอบของบาปกรรมดังกล่าว

หากกระทรวงศึกษาธิการยังปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ต่อไป ทักษะการเรียนการสอนและการใช้ภาษาไทยของเราก็คงไม่ต่างอะไรกับอาการของ มะเร็งระยะสุดท้ายเป็นแน่แท้
 
----------------------------
หมายเหตุ
...ผมได้ยินได้ฟังเรื่องวิธีการสอนภาษาไทยแบบที่ปรากฏในภาพนี้มาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นตัวตำราหรือหนังสือเรียนที่เขาใช้กัน เพิ่งได้เห็นสำเนาภาพตำรา (หรือหนังสือเรียน?) หน้าที่โพสต์นี้ในช่วงสัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา พิจารณาดูอยู่ว่าเป็นภาพถ่ายจากเอกสารจริง หรือเป็นเพียงการเล่นมุกกันในสื่อออนไลน์ แต่พอสืบเช็คข้อมูลดูก็มีเค้าความจริงว่ามาจากสถานศึกษากลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เล่นมุกเสียแล้ว ฝาก สพฐ.ช่วยตรวจสอบด้วยนะครับ
 
ครูกานท์
ทุ่งสักอาศรม
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗
******************
[ข้อมูลเพิ่มเติม]
ในที่สุดเราก็พบว่า ผอ.สถาบันภาษาไทย ของ สพฐ.ก็ไม่ปฏิเสธวิธีการสอนเจ้าปัญหา ... โอ้...ไม้หลักก็ปักกลางเลน, จะพึ่งใครล่ะครับต่อไปนี้ !!! http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=mhIc6JENlE0
 
....................................
 
ปล.
ยืนยันแจกลูกผูกวิถี

...การเดินนับต้นไม้ทั้งไพรพนา
อาจไม่รู้จักป่าก็เป็นได้
หากศึกษาอย่างลึกซึ้งต้นหนึ่งใด
ย่อมรู้จักต้นไม้ทั้งไพรพนม

จันทร วรลักษณ, จากบทกวีชุด "ไม้ตะปูและหัวใจ"
--------------------------------------------------------------------

การสอนแบบจำเป็นคำและรวมถึงการสอนแบบบอกความรู้ไม่ต่างอะไรกับการเดินนับ ต้นไม้ทั้งป่า กว่าจะนับและจดจำชื่อนามได้ทั้งหมดทั้งมวลจะต้องใช้เวลามาก ครั้นรู้จักแล้ว จำได้แล้ว ไม่นานก็ลืม ยิ่งมีปริมาณที่ต้องจำมากก็เกินขีดจำกัดที่คนเราจะเก็บความทรงจำนั้นให้คง อยู่ แต่การสอนแบบแจกลูก-สะกดคำ-ผันเสียง เป็นการปลูกฝังทักษะการออกเสียงให้เกิดความประทับจำอย่างเป็นระบบหมวดหมู่ ทั้งหมวดหมู่เสียงพยัญชนะต้น หมวดหมู่เสียงสระ หมวดหมู่เสียงตัวสะกด และระดับเสียงของการผันวรรณยุกต์ เมื่อผู้เรียนได้ฝึกเปล่งเสียงแจกลูก-สะกดคำ-ผันเสียงซ้ำๆ กระทั่งเสียงนั้นซึมซับอยู่ในความรู้สึกตรึกจำ และจำแนกหมวดหมู่ได้โดยธรรมชาติของการเรียนรู้ จะทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงยิ่ง แม้คำที่ไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้ ก็สามารถเขียนคำตามเสียงที่ได้ยินได้ฟังนั้นได้ไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่หลังจากที่ผู้เรียนสามารถอ่านเขียนคำพื้นฐานที่ตรงรูปตรงเสียงได้ แล้ว ให้ผู้สอนแนะนำเพิ่มเติมการสังเกตและจดจำสมมุติกำหนดของคำที่ใช้ เช่น น่ารัก กับ หน้าตา หรือ ให้ของ กับ ร้องไห้ และคำที่มาจากภาษาอื่นซึ่งมีคำสะกดไม่ตรงมาตรา หรือคำที่มีตัวการันต์ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในภายหลัง ทั้งนี้โดยใช้ประสบการณ์การอ่านพยัญชนะต้น สระ ตัวสะกด และการเปล่งเสียงวรรณยุกต์เทียบโยงกับการอ่านแจกลูก-สะกดคำ-ผันเสียง ที่ฝึกมาดีแล้ว

ขอยืนยันว่าวิถีการอ่านเขียนและเรียนรู้ภาษาไทยแบบนี้ได้ผลดีจริงแท้

ศิวกานท์ ปทุมสูติ
ทุ่งสักอาศรม ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗
 
 
รูปภาพ : มะเร็งภาษาไทยระยะสุดท้าย
****************************

...ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เขียนตำราใน

โดย ธมกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net