วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องสั้นจากประสบการณ์ตัวเอง : เรื่องเล่าหลังเวที (ตอน 1)


เรื่องสั้นจากประสบการณ์ของตัวเอง

เรื่องที่ 8 : เรื่องเล่าหลังเวที (ตอน 1)

หลายๆท่านอาจจะไม่ทราบว่า เมื่อก่อนผมมีอีกอาชีพหนึ่ง คือ การเล่นดนตรีกลางคืน ช่วงนั้นผมทำงานประจำ และ เล่นดนตรีกลางคืนไปด้วย 

แต่ที่น่าขัน คือ ผมเล่นดนตรีวันละชั่วโมงครึ่งแต่มีรายได้มากกว่า นั่งทำงานประจำวันละแปดชั่วโมง

ผมทำงานเจ็ดวันโดยไม่มีวันหยุด เหนื่อยสายตัวแทบขาด ได้นอนวันละสี่ถึงห้าชั่วโมงเท่านั้น แต่ชีวิตในวัยยี่สิบต้นๆ เหมือนพลังงานในร่างกายนั้นเพียงพอเหลือเฟือ 

ถึงแม้จะเหนื่อยแค่ไหน นอนพักผ่อนสักครึ่งชั่วโมง ผมก็สามารถกลับมามีพลังได้เหมือนเดิม 

ผมทำงานประจำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ (ครึ่งวัน) เล่นดนตรีกลางคืนสัปดาห์ละหกวัน ซ้อมเพลงใหม่กับเพื่อนในวงอีกหนึ่งวัน 

พูดง่ายๆ คือ เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงในแต่ละวันสำหรับผมนั้นไม่เพียงพอ 

เพราะเวลาถูกใช้ไปกับงานประจำ และการเล่นดนตรีทั้งหมด ตอนนั้นในหัวสมองมีแต่คำว่า ทำงาน ทำงาน และก็ทำงาน 

อย่าถามถึงการมีเวลาส่วนตัว ลืมไปได้เลย เวลาว่างส่วนใหญ่ ผมจะนอนเก็บพลังให้มากที่สุด 

ช่วงนั้นผมไม่ได้มีภาระอะไร สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ขอเงินพ่อแม่ แต่มีเงินให้พ่อแม่ใช้ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบแล้วออกมาทำงานทันที 

ผมมีเงินสดๆเข้ากระเป๋าทุกวัน อย่างต่ำวันละห้าร้อยบาท เงินในบัตรเอทีเอ็มที่ทางบริษัทฯ โอนเข้ามาให้ ในแต่ละเดือน 

ผมไม่เคยกดออกมาใช้เลย เพราะคิดว่า เดี๋ยววันนี้เล่นดนตรี ก็ได้เงินสดเข้ามาอีก เป็นอย่างนี้ทุกวัน 

ที่เกริ่นมาทั้งหมดนั้น คุณผู้อ่านคงคิดว่า ชีวิตผมน่าจะดูมีความสุข ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ ซึ่งก็จริง!

ช่วงนั้นผมมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ความสุขในการใช้ชีวิต ผมไม่แน่ใจว่า จะเรียกว่า ‘ความสุข’ ได้เต็มปากหรือเปล่า 

ผมมีความรู้สึกประมาณว่า ‘มีเงิน แต่ไม่มีเวลาใช้เงิน นั้นเป็นอย่างไร?’

ผมคิดว่าผู้อ่านทุกคนในที่นี่ คงจะเคยเข้าผับ, เข้าร้านอาหาร หรือ เข้าสถานบันเทิง ที่มีการเล่นดนตรีสด คงมีความรู้สึกว่า .... 

อาชีพนักดนตรีมันเป็นอาชีพอิสระ ทำงานง่ายวันละสองชั่วโมง ดูดี มีคนชื่นชอบ มีสาวๆมาติดพัน 

ยิ่งถ้าวงของเรา ได้เข้าไปเล่นในร้านที่ได้รับความนิยมด้วยแล้ว โอกาสจะ ‘แจ้งเกิด’ ในวงการก็มีมากเหลือเกิน 

ช่วงนั้น เวลาที่ผมแสดงอยู่บนเวทีเล่นเพลงของคนอื่น ความรู้สึกเหมือนตัวผม เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงประมาณนั้นเลย 

คนไปเที่ยวเขาสนุก นักดนตรีก็สนุก พอน้ำเปลี่ยนนิสัย (เหล้า) เข้าปาก เพลงอะไรก็ฟังดูไพเราะไปซะหมด 

เรื่องฝีมือไม่ต้องเน้นกันมาก ดังคำที่กล่าวว่า ‘เสียงดังตังค์มา’ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 

แหกปากร้องไม่ต้องเน้นความเพราะ แต่เน้นความมันส์ เล่นแต่เพลงที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น ยิ่งเพลงอกหักรักคุด ลูกค้ายิ่งชอบ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว 

ทำงานน้อยกว่า ไม่ต้องนั่งประจำที่ออฟฟิคทั้งวัน ได้กิน(แดก)เหล้า ได้เที่ยว ได้ทำในสิ่งที่รัก ทุกอย่างก็ดูเหมือนชีวิตจะลงตัว 

แต่ไม่ว่าจะทำงานอะไร ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานที่เรารักมากแค่ไหน เหรียญมีสองด้านเสมอ มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี 

เบื้องหน้าที่ดูสนุกสนานบนเวที แต่เบื้องหลังช่างแสนสาหัสเป็นราคาที่นักดนตรีทุกคนต้องจ่าย และนักเที่ยวหลายคนไม่รู้ 

จะมีอะไรบ้าง ผมจะมาเล่าจากประสบการณ์ตรงให้ฟังครับ (ตามต่อตอน 2 ) 

ต้นกล้า 05/07/57

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net