วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...ต้นน้ำ...กลางน้ำ...ปลายน้ำ...อาว(ไม่)อยู่...(เปิดกรุประสานรัก สาย ข.)


...ผมใช้เวลาใคร่ครวญอยู่หลายวัน พยายามคิดหาเหตุผลที่จะมาหักล้าง ในการตัดสินใจ ระหว่างเลือกที่จะเปิดประตูเดินออกจากมุมแคบๆ ที่เคยหลบเร้น หรือเลือกที่จะเฝ้าดูแล้วปล่อยให้ผ่านพ้นไป สิ่งสำคัญคืออาการประหม่า กับย่างก้าวที่แตกต่าง ซึ่งมาจากความรู้สึกไม่คุ้นเคย "ธรรมดาครั้งแรกมักจะยากเสมอ" นั่นคือบททดสอบจิตใจ ว่าเรากล้าพอจะก้าวพ้นความหวาดกลัวได้หรือไม่? แต่เมื่อย้อนกลับไปดู  นับตั้งแต่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕  ที่ผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนคนโอเค จวบจนกระทั่งวันนี้... 

  "อัยย๊ะ...มาไกลเหมือนกัน"...แล...คงไม่มีเหตุผลอันใดที่ผมจะปิดกั้นตนเอง....

 ...คนเราย่อมมีคืนวันเก่าๆ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ คือความรู้สึก ณ...ห้วงเวลานั้น สิ่งสำคัญคือเราข้ามผ่านมาได้อย่างไร?

...รูปภาพ บันทึก ลายลักษณ์อักษร สิ่งของมีค่าที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี...คราใดที่ได้หยิบ จับขึ้นมาดู ภาพการกระทำ ครั้งกระโน้น

 จะหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาจากห้วงความทรงจำ ราวกับว่าเพิ่งจะผ่านพ้นมาไม่นานนี้เอง...

...อย่างไรก็ตาม "เรื่องราวในอดีต เป็นดั่งเงาจันทร์ในน้ำ ชื่นชมได้แต่มิอาจสัมผัส" (คำคมกิมย้ง มังกรหยก) เห็นท่าจะจริงอยู่บ้าง...

 เรื่องที่ผมจะนำมาบอกเล่า เป็นครั้งหนึ่งของชีวิต ที่ยากจะลืมเลือน ท่านผู้อ่านคงจะจำ มหาอุทกภัย เอา...(ไม่)อยู่... เมื่อปี ๒๕๕๔ บางท่านอาจเคยตกอยู่สถานภาพเช่นเดียวกับผม พระแม่คงคา หรือใครจะเรียกว่าน้องน้ำก็ตามใจ ข่าวคราวน้ำท่วมจาก ภาคเหนือ ภาคกลาง และกำลังจะไหลสู่ภาคกลางตอนล่าง รายงานกรมอุตุ ที่บอกว่าพายุหลายระลอกกำลังพาดผ่าน อย่าไปเอ่ยถึงรัฐบาน เลยครับ เพราะตอนนั้นกำลัง

...อาว...อยู่... เพิ่งจะมารู้สึกว่า...อาวไม่อยู่ก็ตอนน้ำท่วมดอนเมือง...

 ...แรกเริ่มผมเองระดมของตั้งใจจะไปบริจาคพื้นที่อ่างทอง แต่ปรากฏว่าไปได้เพียงอยุธยา มวลน้ำมาเป็นระลอก จนต้องพับแผนมานั่งพัก บริเวณ เจดีย์สามปลื้ม ซึ่งขณะนั้นน้ำเริ่มท่วมระดับแข้ง ผู้คนต่างขนของสัมภาระที่พอจะหยิบจับได้ ส่วนผมกำลังคิดหนทางเข้าไปยัง "วัดมเหยงค์" เผอิญได้เจอคุณพี่หญิงท่านหนึ่งมีความประสงค์เหมือนกัน ประกอบกับรถเครน กำลังจะเข้าไป เราจึงช่วยกันขนของไปด้วยกัน สองฟากฝั่งของถนน น้ำท่วมทั้งหมด ผู้คนต่างกุลีกุจอขนย้ายถ่ายหนี จนกระทั่งถึงปากทางเข้าวัด เห็น พระ แม่ชี ลูกศิษย์ มาตั้ง โซนรับความช่วยเหลือ หลังจากที่บริจาคเสร็จ ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน...

 ...ไม่น่าเชื่อนะครับ...จากเป็นผู้ให้...เรากลับกลายเป็นผู้รับอีกไม่นาน...

 ..วันต่อมาผมขับรถตระเวณบริเวณ ที่มีข่าวน้ำท่วม ตั้งแต่ตัวจังหวัดปทุมธานี  ประตูน้ำคลองมะพร้าว มาถึงคลองระพีพัฒน์ นี่...ก็ไปช่วยเค้าทำคันกั้นน้ำ หลังจากนั้นก็ขับเลียบดูตั้งแต่ คลอง ๑ .๒.๓.๔.๕..เห็นแนวกั้นที่มี แนวดินตม...คิดในใจ...อาวไม่อยู่ ...แน่นอน…

 ...รีบกลับเข้าบ้าน เอ่ย...ปากบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะต่างคนต่างระดม ทั้งเงิน เพื่อซื้อ อิฐ หิน ทราย ไม่ว่าแพงแค่ไหนก็จัดหามาให้ได้ เครื่องสูบน้ำไกลข้ามจังหวัดแพงเท่าตัว ...เค้า...จะเอา...จัดไป...ส่วนผู้นำชุมชนเร่งระดมคน ช่วยเสริมคันกั้นน้ำ สูงระดับค่อน อก ล้อมกรอบทางเข้าหมู่บ้าน(เพราะว่าขัดแย้งกับหมู่บ้านใกล้เคียง) สุดท้ายพอจะอพยพ ...ประตูหน้าบ้านถูกล๊อค จบ กัน...

 ...ชักชวนชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ตั้งทีมขนย้าย ยกของขึ้นที่สูง สำหรับบ้านไหนที่ต้องการความช่วยเหลือ จนมาถึงหลังหนึ่ง หญิงวัยกลางคนตะโกนเรียก ให้ช่วย เปิดประตูเข้าไปแทบอึ้ง คนชรานอนอยู่บนเตียงสายระโยงระยาง บางคนหลงๆลืมพูดพร่ำเพ้อไม่ได้สรรพ กว่าจะช่วยกันอพยพได้ ทุลักทุเลอยู่เหมือนกัน คนชราร่วม ๑๐กว่าคน น่าแปลกใจที่ไม่เห็นหน้าค่าตาเจ้าของกิจการ...

...น้ำค่อยๆเพิ่มระดับเป็นระยะ ผู้คนต่างตระเตรียมอพยพกันวุ่นวาย เพื่อนอีกคนขนย้ายข้าวของ สุนัข เผอิญไม่มีรถ อีกทั้งผมคงยังต้องอยู่เฝ้าดูบ้าน เลยตัดสินใจโยนกุญแจรถให้เพื่อนขับรถไป เพราะถ้าจอดไว้แถวหมู่บ้านคงรอดยาก และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...

...ส่วนตัวผมเองคอยช่วยเหลือบ้านใกล้เคียง จนกระทั่งเย็น... ด้วยความอ่อนเพลีย อาบน้ำ จนเช้าวันต่อมา น้ำเต็มบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ ลอยกะเท่อเร่อ นึกหัวเราะเยาะตัวเอง มัวแต่ช่วยคนอื่น โชคยังดีที่ยกขึ้นแล้วบางส่วน ได้แต่ปลอบใจ...ไม่เป็นไรซื้อใหม่ได้...

 ...ออกเดินฝ่าน้ำสำรวจรอบๆบ้าน พลันได้ยินเสียงสุนัข เห่า กระโดดป๋อมแป๋ม รถกะบะคันเก่า ด้านหน้าจมน้ำ ส่วนท้ายมีสุนัขยืนสั่นเทา เพราะเปียกปอน เจ้าตัวเล็กยังซ่า เห่ากรรโชก อยู่บนตอไม้ นับรวมได้ประมาณ ๗ ตัว อาจะเป็นเพราะความหวาดกลัวและหิวโหย...ปลา กระป๋อง ข้าวสวย นำเอาให้พวกมัน จนรู้สึกปลอดภัยยอมให้ผมเข้าใกล้ จับมาไว้ที่บ้าน แพขวดน้ำ ฟูกโซฟาถูกนำมาประกอบ  ให้พวกมันได้อาศัย...  

                

                

                       

...น้ำยังคงเพิ่มระดับ ผมเองต้องออกไปที่ทำงาน มองดูเท้าตัวเองเริ่มเปื่อยเพราะถูกน้ำกัด ต้องฝ่านำ้ แถมเดินไม่ค่อยสะดวก ปวดแสบไปหมด จนถึงถนนเลียบคลอง กระแสน้ำยังไหลเชี่ยว สิ่งมีชีวิตตัวน้อย เดินลุยน้ำสวนทางกับผม เลยกดชัตเตอร์ ถ่ายรูปมันเอาไว้ ท่าทางคงจะถามอะไรผม  แต่เผอิญคุยกันไม่รู้เรื่อง...

                   

...รถธรรมดาวิ่งลำบาก ส่วนปากทางคลองสามนั้นฝ่าไปไม่ได้ ต้องออกเส้นคลองหลวง โชคยังดีที่มีรถทหาร และรถ สิบล้อ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คอยรับส่งคนสัญจรไปมา บ้างช่วยกันฉุดขึ้นรถ ตลอดเส้นทางนั้นมีหลากหลาย ผมได้บันทึกรูปไว้เป็นที่ระลึก... 

    

  

จนกระทั่งถึงปากคลองหลวง น้ำใจ ของคนไทยไม่เคยเหือดหาย นึกในใจจากเคยให้ มาบัดนี้เป็นผู้รับ โต๊ะ น้ำบริการ ข้าวกล่องคลายหิว บ้างเอ่ยถามถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อจะได้ช่วยกันโบกรถให้...

                  

 

...ผมลงทางด่วนดอนเมืองมองไปยังสนามบิน อืมม์....น้ำท่วมจนคนที่บอกว่า "อาวอยู่ ขนของหนีไม่ทัน ผมฝ่าน้ำทุลักทุเล อีกทั้งไม่คุ้นเคยเส้นทางเข้าไปในสื่อสารทหาร เพื่อจะเอารถที่เพื่อนนำมาจอดไว้ เหมือนโชคจะยังเข้าข้าง หลังจากที่ผมนำรถไปจอดที่ทำงานอีกหนึ่งวันถัดมา น้ำท่วมสื่อสารทหาร...

                         

                        

                  

...ทำงานก็ไม่มีความสุข กระวนกระวายเป็นห่วง ตัดสินใจขอลาพักยาว นั่งรถมาลงฟิวเจอร์รังสิต                                                       

                                         

                                  

 นั่งเรือต่อ ไปยังปากคลองสาม ระหว่างทางเห็นคุณลุงท่านหนึ่งนำเรือออกมาแจว...

           

...ถึงปากคลองสาม ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ผู้คนยืนพูดคุยสนทนา... 

 

 ...แผ่นฟ้าผืนน้ำสีเดียวกัน คือความมืดปกคลุม...

ผมนั่งเรือไปถึงหมู่บ้านวรารักษ์ ต้องเรียกเพื่อนให้มารับเพราะ เป้สัมภาระ เสบียงที่แบกมา เริ่มรู้สึกหนักขึ้น ค่ำคืนนี้เราจะขับกล่อม ร้องรำทำเพลง คลายความทุกข์ ให้ลืม...สักชั่วขณะหนึ่ง เพื่อเช้าวันถัดไปจะได้มีกำลังใจ...สู้กันต่อ...

...เราอยู่กันอย่างถ้อยทีอาศัย ถุงยังชีพ มาม่า ปลากระป๋อง กินกันจนเอียน โชคดีมีเพื่อนเป็นนักตกปลา แรกๆปลาที่ได้มานั้นคือปลาคาร์ฟ ตัวใหญ่ๆ ผมเองขอเลี่ยงไม่กิน หาเก็บผักบุ้ง ตามประสา...

 ...อยู่มาวันหนึ่งต้องออกไปประสานงาน กับ อบต.และผู้ใหญ่บ้าน ที่จุดรับเรื่องหน้าบิ๊กซีคลองสาม ในการแจ้งจำนวนสมาชิกที่ยังอยู่ในหมู่บ้าน เพื่อรับถุงยังชีพ เรื่องอื่นๆ นั่งคุยกันสักพัก กับแกล้ม ปลาทอด ถูกยกมา หยิบมาชิมหนึ่งชิ้น...

 อืมม์...อร่อยดี...ปลาอะไรเหรอพี่ ?ผมเอ่ยถามพี่ อ.บ.ต...

 ปลาคาร์ฟ...เสียงตอบอย่างหนักแน่น...

 อะ...เจ๊ย...อุตส่าห์หนีไม่กินที่หมู่บ้าน...ดันมาตกม้าตายซะงั้น...กินก็กิน...อิ่ม...อร่อยเหมือนกัน...

 ...วิถีชีวิตเป็นไปแบบง่ายๆสบายๆ ดูแลสารทุกข์สุกดิบ ออกตระเวนยามค่ำคืน ท่อระบายน้ำที่ถูกกระสอบทรายปิดทับก็ต้องดำผุดดำว่าย รื้อ...ออกมาเพื่อให้น้ำเคลื่อนไหว ไม่เน่าเสีย ปากทางเข้าหมู่บ้านที่มีคันกั้นน้ำ  ก็ต้องระดมช่วยกันเปิดทางเดินให้น้ำ จนกระทั่งน้ำลดระดับ...คนเริ่มกลับเข้ามา...

 ...วาระส่งท้ายจัดกิจกรรม จุดเทียนชัยในวันพ่อ...

 

                    

 

                                 

 

                                                 

ผมก็ละจาก...ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ เพื่อนเคยร่วมกันฟันฝ่า อยู่ร่วมกันเกือบสองเดือน ต่างคนต่างแยกย้าย แต่...ทุกคราผมได้แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนบางคน รู้สึกดี...เห็นรูปที่ผมทำให้ไว้เป็นทีระลึก แปะผนังบ้าน เขาเหล่านั้น ...

ใช่...เป็นภาพแห่งความทรงจำ ยากจะลืมเลือน...

แล...คนที่มีส่วนทำให้ผมก้าวผ่านห้วงเวลาเหล่านั้นได้...คือเธอคนนี้...              

เธอ...ไม่ยอมหนีไปไหน...

เธอ...สอนให้ผมเรียนรู้ และเอาชนะ...ใจตนเอง...

ความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง ธรรมชาตินั้นคือผู้กำชัย

วิถีชีวิตปัจจุบันนับว่ายากอยู่แล้ว หากต้องพานพบกับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย

เราจะดำรงอยู่ได้อย่างไร?...

...ขอขอบคุณ...พี่ที่ทำงานซื้อยารักษาโรคน้ำกัดเท้า มาบริจาคเพราะทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้านสภาพไม่ต่างกับผม

 

...พี่ อบต...ผู้ใหญ่ ผู้ให้บริจาคที่เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ยังมีอีกหลายคนหลายส่วน  ผมไม่ได้เอ่ยถึง...ต้องขออภัย...

...ขอบคุณทุกๆท่านที่เสียสละ เวลาเข้ามาอ่าน สิ่งที่...ผมอยากจะเล่าให้ฟัง...แค่นี้...ก็พอใจแล้ว...ครับ...

                                              

                         

                                                                      ...สวัสดีครับ...นายฝาย ชะลอน้ำ...

                      

 

 

 

 

 

โดย ฝายชะลอน้ำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net