วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกตำนานเบตง ตอน ๘ ชุมชนเบตงซูรอ โดย นายธนพงษ์ ซาเร๊ะ


                     

                    



                     หมู่บ้านสุเหร่าชื่อนี้มาจากอาซูรอ (asuro) สมัยก่อนถ้าจะกวนขนมอาซูรอ จะทำกันที่หมู่บ้านนี้ แต่ตอนหลังเรียกเพี้ยนจาก “อาซูรอ” เป็น “ซูรอ” หมู่บ้าน “เบตงซูรอ”เป็นหมู่บ้านแรกที่สร้างบาแลเซาะ (madrasah =มัดดราซ์) เป็นโรงเรียนสอนหนังสือศาสนา สอนคัมภีร์กุรอานและใช้เป็นที่ละหมาดรวมด้วย ในสมัยนั้นยังไม่มีการสร้างมัสยิดในเบตง โรงเรียนสอนศาสนาก็ยังไม่มีการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ของคนเบตง ที่นี่จะเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะในเดือนรอมาฎอน การส่งสัญญาณว่า “ละศีลอด”ได้หรือยัง หรือเริ่มเวลา “ศีลอด”ก็ใช้วิธีตีกลองส่งเสียงไปได้ไกล สมัยนั้นยังไม่เครื่องขยายเสียง บาแลเซาะห์เริ่มสร้างในสมัยนายฮัจจี ดาวูด บือนา เป็นอิหม่ามและท่านก็เป็นอิหม่ามคนแรกในเบตง

                บาแลเซาะห์ กัมปง ซูรอ (madrasah Kampung surau) เป็นบาแลเซาะห์ที่สร้างเป็นแห่งแรกในเบตงมีอายุ ประมาณ ๒๐๐ ปี สร้างขึ้นในสมัยอัรมัรฮูม ฮัจจี ดาวูด บือนา ใช้เป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลามเรียนอัลกุรอานและใช้เป็นที่ละหมาดรวมกันอาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นโรงเรียนแห่งแรกในเบตงก็ว่าได้ ฮัจจี ดาวูด เกิดเมื่อไหร่นั้นไม่ใครบอกได้แต่หลักฐานที่อ้างอิงได้คือ ลูกสาวคนโตชื่อ โตะ กลือซง บือนา เกิดประมาณปี ๒๔๓๗ – ๒๔๓๙ รุ่นราวคราวเดียวกับนายฮาโรน ซาเร๊ะ นั้น ผู้เขียนเคยเห็น เป็นพี่สาวยายทวดของผู้เขียน ชื่ออัรมัรฮูม ปะดา มาฮมุ บือนา (pakda Mahmud bin hj daud) yfik:tsnggsj’ouh..นายธนพงษ์  ซาเร๊ะบันทึก/ศณีรา รายงาน.

 

 


 


      “อาซูรอมีมากกว่า...ขนมโบราณ”   

             

             

                          หน้าตาของขนมอาซูรอทั่วไป


                 ความเป็นมาของการกวนข้าวอาซูรอ หรือกวนขนมอาซูรอนั้น สืบเนื่องจากได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในสมัยศาสดานุฮ (อล) (หนึ่งในศาสดาของศาสนาอิสลาม) หรือศาสดาโนอาร์ (อล) (หากใครเคยดูหนังฝรั่ง ที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมโลก และมีการนำสัตว์เป็นคู่ๆขึ้นเรือใหญ่) ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ไร่นาของประชาชนและสาวกของศาสดานุฮ (อล) ทำให้เกิดสภาพขาดแคลน ผู้คนทั่วไปอดอาหาร  ท่านศาสดานุฮ (อล) จึงประกาศให้ผู้ที่มีสิ่งของเหลือพอจะรับประทานได้ ให้เอามากองรวมกัน และให้เอาของเหล่านั้นมากวนเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารกันโดยทั่วหน้า และยังผลให้เกิดความสามัคคี กลมเกลียวในหมู่ชน 

             

                            ฝ่ายสตรีมุสลิมจะช่วยกันทำเครื่องปรุง/เครื่องเทศ


                คำว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม การรวมกัน คือการนำสิ่งของที่รับประทานได้หลายสิ่งหลายอย่างมากวนรวมกัน การกวนข้าวอาซูรอ (ขนมอาซูรอ) เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า"อาซูรอ" เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม การรวมกัน ซึ่งการกวนอาซูรอ มักนิยมทำกันประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และหรือตรงกับวันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรอม อันเป็นเดือนแรกของฮิจเราะห์ศักราชตามศาสนาอิสลาม 

              

                กล้วยดิบหลังบ้านคือส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ขนมเป็นสีดำ

              

                              ผู้ชายก็ช่วยกันคั้นกระทิ(หน้าดุแต่จริงใจ)


                การกวนข้าวอาซูรอเริ่มด้วยการที่เจ้าภาพประกาศเชิญชวนนัดหมายให้ชาวบ้านทราบว่าจะมีการกวนข้าวอาซูรอกันที่ไหน เมื่อใด เมื่อถึงกำหนดนัดหมายชาวบ้านก็จะนำอาหารดิบ เช่น เผือกมัน ฟักทอง มะละกอ กล้วย ข้าวสาร ถั่ว เป็นต้น มารวมเข้าด้วยกันแล้วปอกหั่น ตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นนำเครื่องปรุง เช่น ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผักชี ยี่หร่า เกลือ น้ำตาล กะทิ เป็นต้น มาเป็นเครื่องผสมโดยหั่นตัดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่นเดียวกัน สำหรับกะทิจะคั้นเฉพาะน้ำมาผสม

             

                                   กระทะขนาดใหญ่อุปกรณ์ที่สำคัญ

             

                 ผลัดเวรกันกวนกว่า 7-8 ชม.ผลที่ได้คือขนมแห่งความสามัคคี 


                 วิธีกวน โดยนำกะทะใบใหญ่ตั้งไฟ มีไม้พายสำหรับคนขนมอาซูรอ หลังจากตั้งกะทะบนเตา คั้นน้ำกะทิใส่ลงไป ตำหรือบดเครื่องแกงหยาบ ๆ ใส่ลงในน้ำกะทิ เมื่อกะทิเดือดใส่อาหารดิบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว คนด้วยไม้พายจนกระทั่งทุกอย่างเปื่อยยุ่ย กวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน (ประมาณ 7 ชั่วโมง) ส่วนใหญ่จะมีการผลัดเวียนกันอย่างสนุกสนาน เมื่อแห้งได้ที่แล้วก็ตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยไข่เจียวหั่นบาง ๆ หรืออาจโรยหน้ากุ้ง เนื้อสมัน ปลาสมัน ผักชี หอมหั่นฝอย แล้วแต่รสนิยมของท้องถิ่น แล้วตัดเป็นชิ้น ๆ แจกจ่ายกันรับประทาน

               

                                       สตรีบางส่วนก็ช่วยกันกวน

             

               

                    เด็กๆเรียนรู้การทำในขั้นตอนนำเนื้อมะพร้าวมาทำกระทิ


                   ณ วันนี้ ประเพณีกวนขนมอาซูรอกำลังจะถูกมองข้ามจากเด็กมุสลิมสมัยใหม่ ขนมขบเคี้ยวหลากยี่ห้อ, ไก่ทอดเคนตั๊กกี๊, แฟรน์ฟราย, แฮมเบอร์เกอร์, ตลอดจนช็อคโกแล็ตรสเด็ดหลากสี มันเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอของเด็กรุ่นใหม่เสียแล้ว เพราะอิทธิพลสื่อ อิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกมันครอบงำจนไม่รู้จะหยุดยั้งการไหลบ่าอย่างไร คงไม่เฉพาะเด็กมุสลิม แม้เด็กจีนจะร้องหาขนมเข่งและหรือเด็กใต้จะอยากกินขนมราก็หาอยากแล้ว สำหรับวันนี้  คงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะฟื้นฟูสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ที่แฝงไปด้วยอัตลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ ในหมู่ประชาชาติมุสลิม อีกทั้งยังเป็นกลไกที่จะคงค่าแห่งความดีงามบนรางธารแห่งศาสนา ที่จักถูกยึดโยงสืบสานยังชนรุ่นหลังฯต่อไป .........  ศณีรา รีรัน รายงาน

                  

               

                

                 

                  

                    

                       

                                            อาจตกแต่งเพื่อแข่งขันหรือเพื่อความสวยงาม

หมายเหตุ : เนื้อสมัน ปลาสมัน คือ ปลา หรือเนื้อวัว ที่ต้มเคี่ยวด้วยเครื่องแกงจนแห้ง ใช้ทัพพีขยี้จนเนื้อเหล่านั้นเป็นผงฝอย แล้วนำไปโรยหน้าขนมอาซูรอ ถ้าเป็นชนิดหวานมีส่วนผสมเหมือนอาซูรอชนิดคาว แต่งใส่เครื่องเทศ และอาหารจำพวกเนื้อ เพิ่มน้ำตาลให้มากขึ้นและไม่ต้องโรยหน้า

 


 

บุคคลอ้างอิง

 

๑.      นายฮาโรน  ซาเร๊ะ  ยาสาเร๊ะ  เกิด พ.ศ. ๒๔๓๖ (HJ wanharoon bin wan Ibrahim)

 

๒.    นายอับดุลเล๊าะ  มะสาลัมบุตรชาย  นายเจ๊ะโด  มะสาลัม  (HJ Abd.lah bin Jetdaud)

 

๓.    นายฮัจจี  บากา  บือนาบุตรชาย  นายฮัจจีดาวูด บือนา  (Hj Bakar bin HJ Daud)

 

๔.    นายสุมิตร  คีตะโสภณอดีตนักการเมือง  (HJ Hamid bin Lemot)

 

๕.    นายดำรงศักดิ์  ซาดาอดีตกำนันตำบลยะรม (HJ Arifin sada)

 

๖.     นายสะมะแอ  บือนา (HJ Ismail Buena)

 

๗.    นายอุสมาน  ยารม (osman bin Hassan)

 

๘.    นายสะมะแอ  มะระ  (cik Haroon)

 

๙.    นายซูยะห์  มามะ  (Paksu jak mamat)

 

๑๐.            นายมานัส  มะดาฮู  (manas  mat-da-hu)

 

๑๑.            นายมุสตาฟา  ดาเดะ  (HJ Mustafa dadek)

 

๑๒.           คุณมณเทียร  แตปูซู  กำนันตำบลอัยเยอร์เวง

 

 

 

อ้างอิง

 

๑       wikepedia.org – orang cina di Malaysia

 

๒       wikepedia.org – langkasuka

 

๓       wikepedia.org – srivijaya

 

๔      บันทึกโจรจีนปล้นโรงพักเบตง พ.ศ.๒๔๗๖ ของนายสงวน  จีระจินดา

 

๕      Sejarah kroh

 

๖       Sejarah gerik

 

๗      Buku Sejarah Hulu Perak

 

๘      จาก  blogsalasilah raja reman

 

๙       www.geocities.ws/prawat_patani/patanilupa_thai.htm

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net