วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โทรศัพท์มือถือแลกใจ (ของรักของหวง สาย ข.)


PANASONIC 800 MOBILE

 

ผมใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ยังเป็นกระเป๋าหิ้ว เครื่องแรกคือ CETELCO 470 ของอังกฤษ ราคากว่าแสนในสมัยกว่ายี่สิบปีก่อน แล้วเปลี่ยนมาเป็นมือถือ NOKIA 470 ราคาก็เกินแสนเช่นกัน ใช้ NOKIA ไปมาด้วยระบบ 470 แม้ไปได้ไกลแต่ความคมชัดไม่ค่อยมีด้วยยังเป็นระบบ Analog ไม่ใช่ Digital เช่นทุกวันนี้

โทรศัพท์เคลื่อนที่ 470 แบบกระเป๋าหิ้ว หิ้วไปไหนเหมือนหิ้วปิ่นโต

 โทรศัพท์มือถือ NOKIA 470 คล้าย MOTOROLLA 800 (รุ่นกระดูกหมา)

 MOTOROLLA 800 (รุ่นกระติกน้ำ/กระดูกหมา) ราคาตอนนั้นราวหกหมื่นบาททีเดียว

ถือแล้วเหมือนถือกระติกน้ำ ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเอาหนีบรักแร้กัน

ดื่มเที่ยวที่ไหนถือว่าเป็นอาวุธที่เท่ห์และถูกกฎหมายเลยเทียว

 

สำหรับ PANASONIC เครื่องนี้เป็นระบบ 800 ของ กสท. ในอดีตหรือ บมจ.กสท.ในปัจจุบัน ผมซื้อมือสองมาในราคาราวราวหนึ่งหมื่นห้าพันบาท แล้วก็ซื้อโทรศัพท์มือถือ 800 MOTOROLLA มาใช้ในเบอร์นี้ ซึ่งตอนนั้นนิยมกันมากในรุ่นที่สามารถปิดฝาได้รุ่นแรกแรก ใช้จนพังแล้วก็เปลี่ยนมาใช้ ERICCSON อีกเครื่องหนึ่งก่อนที่จะเลิกใช้โทรศัพท์มือถือระบบ 800 ไปในที่สุด

โทรศัพท์มือถือ MOTOROLLA 800 (ฝาเปิด-ปิดได้รุ่นแรก)

 โทรศัพท์มือถือ ERICSSON 800

 

 แฟนของผม (ปัจจุบันเป็นภรรยาแล้วครับ) เป็นชาวสระบุรีทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนตัวผมเองเป็นชาวเชียงใหม่ ภูมิลำเนาก็อยู่เชียงใหม่ ดังนั้นวิธีการที่เราติดต่ดต่อหากันก็คือ การโทรศัพท์ ในยุคนั้นโทรศัพท์องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ทางไกล เชียงใหม่-กทม. เวลากลางวันนาทีละ ๑๘ บาท หลังทุ่มเหลือ ๑๒ บาท และหลังสี่ทุ่มจึงจะลดเหลือ ๖ บาท จนกระทั่งหกโมงเช้า ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ผมมาเรียน กทม. อยู่เทอมกว่ากว่า ต้องพกเหรียญบาท (รุ่นเก่า) ครั้งละ ๕๐ บาท หนักจนต้องใส่กระเป๋าสะพาย เพื่อโทรกลับบ้านหาคุณแม่ครับ

ค่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างก็จูงใจผู้ซื้อด้วย Promotion โทรฟรี (จ่ายเพียงรายเดือนเดือนละ ๕๐๐บาท) จึงมีผู้ซื้อโทรศัพท์แล้วนำมาตั้งโต๊ะให้บริการโทรนาทีละสามบาทบ้างสองบาทบ้างอยู่มากมาย ด้วยผมมีโทรศัพท์อยู่แล้วจึงไม่ได้ซื้อเครื่องใหม่ ได้อาศัยใช้บริการโต๊ะโทรศัพท์เหล่านี้ตั้งแต่สองทุ่มจนถึงสี่ทุ่มทุกวัน แล้วผมจะนั่งรถไฟขบวนสปรินเตอร์ไปหาแฟนทุกสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เป็นเช่นนี้จนผมอพยพตัวเองมาอยู่กรุงเทพฯ ในปีต่อมา

NOKIA 1800

 

เมื่อมีโทรศัพท์มือถือ 1800 เข้ามาพร้อม Promotion โทรในเครือช่ายเดียวกันนาทีละหนึ่งบาท ผมจึงซื้อมาใช้หนึ่งเครื่องราคาน่าจะสี่พันบาท แล้วส่งโทรศัพท์มือถือ PANASONIC เครื่องนี้ซึ่งจดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่ให้แฟนผมใช้ และจึงพบว่าถ้าใช้เครื่องนี้ผมจ่ายค่าโทรศัพท์เพียงนาทีละหนึ่งบาท แถมยังไม่ต้องออกไปไหนหาโต๊ะโทรศัพท์ตากฝนตากยุงอีกต่อไป

นับแต่นั้นมาผมก็ใช้โทร 1800 หา 800 จนย้ายมาอยู่ กทม. แล้วจึงยกเลิกการใช้โทรศัพท์ระบบ 800 และ 1800 ในเวลาต่อมา จนที่สุดผมก็แต่งงานกับแฟน แม้จะใช้โทรศัพท์มือถือต่อมาอีกมามายหลายสิบเครื่อง เราก็ยังเก็บโทรศัพท์มือถือระบบ 800 PANASONIC เครื่องนี้ อยู่เสมอเพื่อระลึกถึงอดีตที่ใช้เวลาคุยกันทางโทรศัพท์ทุกค่ำคืน กระทั่งแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้ว แรกแรกบางครั้งผมยังขึ้นต้นคำพูดกับภรรยาว่า ฮัลโหล อยู่เลย

สายไฟที่เห็นคือสายต่อกับปลั๊กจุดบุหรี่รถยนต์ ไม่ใช่สายชาร์ทครับ เพราะตรงกล่องถ่านเดิมเป็นกล่องวงจร

ผมตัดแปลงมาใช้กับตัวแปลงไฟ 12 Volt จึงสามารถใช้ได้สะดวก เพียงเสียบปลั๊กไฟตรงไหนก็ได้

กดโทรมาหนึ่งครั้ง แล้วผมก็จะโทรกลับทันที

 ห้องโทรศัพท์ตามชุมสายมีลักษณะคล้ายภาพนี้ครับ

 

ทันกันบ้างมั๊ยครับ สมัยที่โทรศัพท์พื้ฐานยังไม่ทั่วถึง เวลาโทรศัพท์ทางไกลต้องไปโทรที่ชุมสายโทรศัพท์ มีห้องกั้นให้โทร

ไปจองคิวรอ แล้วโอเปอเรเตอร์ก็จะต่อตามคิวแล้วให้เข้าไปโทรตามห้องที่กั้น เสร็จแล้วก็ออกมาชำระค่าบริการ

Posted Image

 Nokia Cityman 100 เครื่องละ ๗๘,๐๐๐ บาท เสาอากาศต้นละสี่พัน มีประกัน เคลมได้หนึ่งต้น

 

ราคาโทรศัพท์มือถือยุคที่ระบบ900 กำลัง Boom สุดขีดครับ 

 

อันที่จริงต้นทุนโทรศัพท์มือถือสมัยแรกไม่ได้ แต่ค่ายโทรศัพท์ที่ได้สัมปทานใช้วิธีบวกหัวคิวเข้าไป NOKIA 900 เสากลางรุ่นแรกราคาจึงสูงถึงเจ็ดแปดหมื่นบาท สร้างความร่ำรวยมหาศาลให้กับใครคนนั้นเลยทีเดียว

แต่ห้วงเวลาเดียวกันในอเมริกามีการแจกโทรศัพท์มือถือฟรีสำหรับผู้ที่เปิดบัญชีธนาคารตามยอดที่กำหนด หรือผู้ที่ทำสัญญาใช้โทรศัพท์มือถือหนึ่งปี จึงเป็นความจริงที่เจ็บปวดของคนไทยครับ

 

โดย สิงห์นอกระบบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net