วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กวนสบู่ - สบู่กวนผสมสมุนไพรทำมือ (ตอนที่ ๘ - สบู่ใบย่านาง *HP)


 

เรียกว่าทดลองผิดๆ ถูกๆ กันมาหลายหน ถามว่าแล้วเริ่มจะเชี่ยวชาญงานสบู่รึยัง ? ตอบได้เลยค่ะ ว่า ยัง ไม่ดีพอ ที่จะปล่อยคุณภาพนี้ออกมาเพื่อจำหน่าย ยังต้องผ่านการทดลองอีกหลายๆ ครั้งค่ะ

คราวนี้เรามากวนร้อนกันบ้าง กวนร้อน นี่เรียกสากลหน่อยว่า สบู่เอชพี คือทำเช้า เย็นก็นำไปใช้ได้เลย ทำเย็นรุ่งขึ้นใช้ได้เลย เพราะความร้อนช่วยเจือจางฤทธิ์ของโซดาไฟไปจนถึงระดับที่ว่า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

สบู่เอชพี นี้ สีน้ำฟ้าทำในส่วนของสบู่ย่านาง บอกเล่นว่าไม่มั่นใจเท่าไหร่ค่ะ ขอเก็บไว้ใช้เองก่อนแจก เพราะเท่าที่ค้นหายังไม่เห็นใครทำสบู่ย่านางแบบเอชพีในอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะทำแบบ เอาหัวสบู่ไปตุ๋นใส่น้ำใบย่านางสด แบบนั้นพอมี หากใช้เองสัก 1-2 อาทิตย์แล้วไม่คัน ไม่แพ้ ค่อยปล่อยออกมาเป็นของแจกค่ะ

----

วัสดุและอุปกรณ์ ได้แก่ หม้อตุ๋น น้ำมันชนิดต่างๆ โซดาไฟ ใบย่านาง(ตำ คั้น กรอง เอาแต่น้ำ), น้ำสะอาด, น้ำหอม, ตราชั่ง ถ้วยแก้วทนร้อน ไม้พาย และแม่พิมพ์, สากไฟฟ้า(ถ้ามี)

ภาพ "สากไฟฟ้า"

 

วิธีทำสบู่ย่านาง(ของสีน้ำฟ้า) 

1. ตวงน้ำมันชนิดต่างๆ ใส่รวมไปในหม้อตุ๋น เปิดไฟแรงสุด ตุ๋นน้ำมัน

2. ชั่งน้ำเปล่า, โซดาไฟ, ชั่งน้ำใบย่านาง ระหว่างตุ๋นน้ำมันก็ละลายโซดาไฟในน้ำเปล่าก่อน โซดาไฟที่ละลายน้ำแล้วเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ไล (LYE)

3. ไม่ต้องวัดอุณหภูมิ เพราะเราจะทำแบบร้อน ใส่ "ไล" ลงในหม้อตุ๋นน้ำมัน กวนไปไปสักพัก จนสารทั้งสองขุ่น ข้น

4. ใส่น้ำใบย่านางลงไป (ยังไม่ปิดไฟหม้อตุ๋นนะ เพราะเราทำแบบร้อน) กวนต่อ น้ำใบย่านาง น้ำมัน ไล เริ่มเข้ากัน สีของน้ำใบย่านางจะจางลง กลายเป็นสีเขียวจืดๆ 

5. กวนจนหนืด ซึ่งหากมี "สากไฟฟ้า" หรือ stick blender จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมาก แต่สีน้ำฟ้ายังไม่ได้ซื้อก็กวนเองกับมือนี่แหละ กวนไป เมื่อว่าที่สบู่ของเราเริ่มหนืด มีสีเขียวขุ่นคลั่ก รอบๆ หม้อตุ๋นเริ่มมีน้ำมันใสๆ ออกมา นั่นคือกลีเซอรีนนั่นเอง การผสมระหว่างน้ำมันกับไล ได้กลีเซอรีน ถ้าเป็นโรงงานเขาน่าจะช้อนเอากลีเซอรีนตัวนี้ไปทำอย่างอื่นได้ด้วย แต่นี่เราทำเอง ก็ปล่อยให้สารกลีเซอรีนนี้มาผสมกับว่าที่สบู่ของเรา ประโยชน์ก็คือช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณของเรา

6. เมื่อเห็นน้ำใสๆ ติดขอบหม้อตุ๋นก็ปิดไฟ เติมหัวน้ำหอม กวนต่อต่อไปเรื่อยๆ จนหนืด จนเหนียว และเริ่มจับตัวกันคล้ายๆ ดินเหนียว คราวนี้ให้รีบเลย นำไปใส่แม่พิมพ์ ที่สะดวกก็น่าจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วนำไปตัด ถ้าใครจะทำแม่พิมพ์แฟนซีนี่ต้องคอยกะจังหวะให้ดี ไม่งั้นสบู่จะมีฟองอากาศเยอะ เวลานำไปใช้จะยุ่ยง่าย

7. อัด (เรียกอย่างนั้นได้เลย) ว่าที่สบู่ใส่แม่พิมพ์สี่เหลี่ยม กระแทกกระทั้นให้เกิดช่องว่างน้อยที่สุด ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง จะกลายเป็นสบู่ก้อนแข็ง หอม นำมาตัดแบ่ง ห่อซีนด้วยพลาสติกถนอมอาหาร เก็บไว้ในภาวะอุณหภูมิห้องปกติ ใช้ได้นาน 2-3 เดือน 

 


 

 

-----

ทีนี้เรามาดูกันว่า สีน้ำฟ้าใส่อะไรไปบ้าง จะได้สบู่แบบไหน เราสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ ทดสอบค่า PH แล้วอยู่ที่ 9 ตามมาตรฐานของสีน้ำฟ้า ซึ่งมาตรฐานในเอกสารจดแจ้งของ อย.ให้ผู้ผลิตสบู่ก้อนระบุว่ามีค่า ไม่เกิน 8-11) นั่นจะเป็นสบู่ควรมีค่า PH เหมาะสำหรับนำไปใช้ได้ไม่แพ้ ด่างหรือหัวน้ำหอมไม่กัด 

ยังจำตอนที่ 3 ได้ไหมคะ ที่สีน้ำฟ้าแสดงกราฟและการคำนวณการใช้น้ำมันอะไรเท่าไหร่ ใส่โซดาไฟเท่าไหร่ ตอนนี้ก็เช่นกันค่ะ ไปที่เว็บเดิม ผลออกมาตามที่ต้องการค่ะ

กราฟแสดงคุณสมบัติของสบู่ในแบชนี้


 

จากกราฟที่เห็น หมายถึงว่า สบู่ย่านางสูตรของสีน้ำฟ้า คัดสรรมาเพื่อ บำรุงผิวพรรณ นุ่ม ชุ่มชื้น อาบสะอาดได้ดี แม้จะมีฟองไม่มาก แต่ฟองก็ละเอียด และหอม

ใบย่านางมีสรรพคุณเยอะมาก คัดย่อๆ มาก็คือ ใบย่านางฤทธิเย็น ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระช่วยให้เซลส์ผิวหนังที่เป็นรอยไหม้จางลง รักษาโรคเริม งูสวัด ช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตก แล้วแต่ว่าใครจะแปรรูปใบย่านางไปใช้อย่างไร บางคนคั้นน้ำสดๆ มาดื่ม บางคนก็นำไปปรุงอาหาร เช่นใส่แกงหน่อไม้ บริษัทห้างร้านสกัดเป็นผงทำเป็นแคปซูล 

ส่วนของเราก็คือ นำมาคั้นแล้วใส่ไปในสบู่ เพราะอยากได้ประโยชน์ของย่านางทำให้สบู่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม

---

ส่วนผสมอะไรที่ใส่ลงไป มาดูกันๆ

 

อ้างอิงจากเว็บไซต์ที่หลายคนนิยมใช้ เพราะดูง่าย สามารถมองเห็นภาพลักษณ์ของสบู่ก่อนที่จะทำออกมา ดูง่าย การนำข้อมูลไปกรอกตามช่องต่างๆ ทำได้ดังนี้ 

ช่อง 1. Type of Lye  ชนิดของด่างที่เราใช้ นั่นก็คือ โซดาไฟ NaOH 

ช่อง 2.  น้ำหนักที่ต้องการทำสบู่ สีน้ำฟ้าทำ 800 กรัม 

ช่อง 3.  ปริมาณน้ำที่ต้องการใส่ลงไป คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำมันทั้งหมดที่ใช้ ที่เหมาะสม กลับขึ้นไปดูในภาพก่อนหน้านี้ที่เป็นกราฟ เขาจะมีวงเล็บไว้ว่าควรได้ปริมาณความสะอาดอะไรเท่าไหร่ จากนั้นก็ทดลองดู สีน้ำฟ้าลงมาหลายครั้ง จึงเลือกที่ 38 ผลออกมาทดสอบแล้วถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว

ช่อง 4. Super fat คือส่วนที่เหลือของน้ำมันหลังจากเรากวนสบู่แล้ว น้ำมันนี้เป็นน้ำมันที่จะมาบำรุงผิว ค่าควรอยู่ที่ 5-8%

ช่อง 5 เป็นค่าความแข็ง, ความสะอาดของของสบู่ (สีน้ำฟ้าไม่ได้กรอกอะไรลงไป ให้ระบบคำนวณให้อัตโนมัติ)

ช่อง 6 คือชนิดของน้ำมันที่เราจะใช้ เลือกตามชนิดแล้วคลิกปุ่ม add เพื่อใส่จำนวนเปอร์เซ็นต์ งานนี้ก็กะๆ เอา อยากได้สบู่แบบไหนเลือกเลย บอกได้อย่างหนึ่งว่าฟองและความสะอาดของสบู่ ขึ้นอยู่กับน้ำมันมะพร้าวค่ะ (ปล.น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือออร์แกนนิคแพงมากกว่าน้ำมันอื่น ให้เลือกแบบน้ำมันมะพร้าวที่ทำเบอเกอรี่มาใช้ คุณสมบัติคล้ายกัน ราคาย่อมเยากว่า ขอแอบกระซิกๆ นิดนึ่งเพราะที่เกาะพีพีหาซื้อไม่ได้) 

ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ .. อ้าว เจ้ย ไม่ใช่ (ฮิฮิ หลายคนแอบยิ้มว่าแล้วใช่ไหม นางต้องเล่นมุขดราม่าแบบนี้) ช่องที่ 7 คือ เครื่องคิดเลข กดไป ระบบจะคำนวณให้ เมื่อครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว คลิกปุ่ม View or Print แล้วตามไปดูผลได้เลย

 


 

วางลิ้งค์อีกครั้ง เว็บที่ใช้คือ

http://www.soapcalc.net/calc/soapcalcWP.asp

ไม่ทำสบู่ก็เข้าไปค้นคว้าหาความรู้ คลิกๆ ลองๆ ได้ เค้าไม่กัดหรอก อุ๊บส์.. เว็บเขาไม่อะไรหรอก

ไม่ต้องสมัครสมาชิกให้ยุ่งยาก ไม่ต้องขอใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณแน่ๆ 

 

 

..เสร็จสมอารมณ์หมาย..

ทีนี้ก็มีสบู่ที่ใช้ได้เป็นปีๆ โดยไม่ต้องซื้อแล้วค่ะ สบู่เอชพี ทำแล้วใช้ได้ในอีก 6-12 ชั่วโมงถัดไปได้เลย

ไม่ต้องบ่ม หรือจะบ่มไว้ก็ได้ไม่เสียหายอะไร 

แต่มั่นใจได้ค่ะ .. รับประกันความปลอดภัย

สบู่ไหนที่ทำออกมาแล้วไม่ได้คุณภาพ สีน้ำฟ้าจะไม่ปล่อยผ่านไปให้คุณทดลองแน่นอน

 

สำหรับสบู่ที่ทำๆ มา ที่ใช้ได้ดีที่สุด คือ แบชแรก หอม และอาบสะอาด

คงต้องหาซื้อน้ำมันมะพร้าวและทำใหม่อีกสักครั้งแน่ๆ 

ตอนนี้ไปทำงาน ทำเงินก่อนนะคะ

เดี๋ยวไม่มีตังค์ซื้อของมาทำสบู่อีกหลาวแระ

 

พบกันใหม่ค่ะ

สีน้ำฟ้า


 

ปล. ครบ 10 ตอน จะเปลี่ยนชื่อเอ็นทรี่นะคะ ชื่อยาวเกิ้น..

 

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net