วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกตำนานเบตง ตอน ๑๒ ลังกาสุกะกับชนมาลายูเบตง โดย ธนพงษ์ ซาเระ


                     

                       มาลายู (Melayu) เป็นชนกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรมาลายูมาช้านาน อาณาจักรหลายอาณาจักร ผลัดกันขึ้นมามีอำนาจปกครอง ตั้งแต่อาณาจักรลังกาสุกะ (Langkasuka) อาณาจักรมาลายูนับถือศาสนาฮินดู ตั้งแต่ศตวรรษที่ ๒ ภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรลังกาสุกะในศตวรรษที่ ๑๒ อาณาจักรลังกาสุกะก็ถูกแทนที่ด้วยอาณาจักรศรีวิชัย (Srivijaya) มีศูนย์กลางที่ชวา และนับถือศาสนาฮินดู 
                       เช่นกันหลังการล่มสลายของอาณาจักรศรีวิชัยในศตวรรษที่ ๑๕ ดินแดนส่วนนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยอาณาจักรปัตตานีดารุสสลาม ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม และเมื่ออาณาจักรปัตตานีล่มสลาย ดินแดนแห่งนี้ก็อยู่ภายใต้สยาม ในขณะส่วนอื่นๆ ของอาณาจักรศรีวิชัย (Srivijaya) ก็ถูกแบ่งเป็นประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน และติมอร์ ในปัจจุบัน
                       ตามประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ในหลายๆ ที่ และได้รับการยอมรับจากนักประวัติศาสตร์ ชาวเอเชียและยุโรป มีการบันทึกไว้ว่าชาวมาลายูนั้นมีการตั้งอาณาจักรในคาบสมุทรมาลายูมายาวนานร่วม ๒,๐๐๐ ปี ผ่านอาณาจักรต่างๆ ข้างต้น 
                       ในบันทึกของนักเดินทางชาวจีนในสมัยราชวงศ์ชิน ในประวัติศาสตร์ลังกาสุกะ ศรีวิชัยและปัตตานีเป็นหลักฐานชี้ให้เห็นว่า มาลายูเป็นผู้อาศัยเดิม เพียงแต่ชื่ออาณาจักรและผู้ปกครอง มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยต่างๆ ดินแดนแถบนี้ ยุคเริ่มต้นของอาณาจักร ผู้ปกครองและราษฎรนั้นนับถือศาสนาฮินดู ต่อมาก็รับศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาหลัก จนในที่สุดเมื่ออิสลามได้เผยแผ่มาถึงอินเดียและเข้าสู่หมู่เกาะต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรมาลายูผู้ปกครองและราษฎรก็ทยอยรับอิสลามเป็นศาสนาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ 
                        ครั้นเมื่อรับอิสลามก็เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอาหรับและเรียกผู้ปกครองใหม่ว่า “สุลต่าน (Sultan)” นักประวัติศาสตร์บางคนกล่าวกันว่า เชื้อชาติมลายูนั้น เคยปกครองดินแดนกว้างใหญ่ มีอาณาเขตตั้งแต่ไชยา (Cahaya) ถึงโยโฮร์ (Johor)
                        ในบันทึกของนักเดินทางชาวจีนบังบอกอีกว่า ตั้งแต่คริสตวรรษที่ ๒ “lang ya shiu” หรือลังกาสุกะ ระบุว่า ลังกาสุกะ มีแล้วในสมัยนั้น และในบันทึกนักประวัติศาสตร์ชาวยุโรป มีความเชื่อว่า ลังกาสุกะ นั้น ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของแหลมมาลายู และมีอาณาเขตระหว่างสงขลาไปจดที่รัฐกลันตัน อันเป็นที่ตั้งของอาณาจักรปัตตานีในเวลาต่อมา 
                        ลังกาสุกะเป็นอาณาจักรมาลายูนับถือศาสนาฮินดู-พราห์ม ในอดีตที่ผ่านมานั้นอาณาจักรลังกาสุกะแห่งนี้ หลายฝ่ายมีความเชื่อกันว่าตั้งพร้อมกันกับอาณาจักรเคดาฮ์ โบราณ (Kedahtua), ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอาณาจักรลังกาสุกะ เป็นไปได้ว่าอาณาจักรนี้จะเป็นอาณาจักรแรกในแหลมมาลายู 
                          จากหลักฐานที่มี บ่งชี้ว่าอาณาจักรลังกาสุกะนั้น มีตั้งแต่คริสตวรรษที่ ๒ แล้ว และตามตำนานที่เล่ากันมา ลังกาสุกะเดิมตั้งอยู่ที่รัฐ Kedah Malaya ก่อนที่ภายหลังจะย้ายไปตั้งที่ปัตตานี สาเหตุการย้ายจากเคดาฮ์ไปที่ปัตตานีนั้น ไม่อาจรู้ได้เพราะไม่มีการพบบันทึกทางประวัติศาสตร์ใดๆ ที่กล่าวถึงในเรื่องนี้
                          ลังกาสุกะ ก็มีกล่าวถึงในบันทึกของชาวมาลายูและชาวชวาด้วยเช่นกัน ส่วนชาวจีนก็เรียกอาณาจักรนี้ว่า (Lang-ya-hsiuatau Lang-chia-shu.) ลัง ยา เชียว เตา หรือ ลาง เจียว ซู ในปี ค.ศ.515 Raja Vhagadatta (ราชาบากฮาดาดตา) เป็นกษัตริย์ปกครองลังกาสุกะองค์หนึ่งได้มีการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับจีนในปี ค.ศ.523,531 และ568 และในคริตศตวรรษที่ 12 ลังกาสุกะก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย Srivijaya และต่อมาใน ค.ศ.ที่ 15 ลังกาสุกะนั้นล่มสลายและถูกแทนที่ด้วยอาณาจักรปัตตานีดารุสลาม
                          ในเบตงคนรุ่นเก่าก็มักจะกล่าวถึงลังกาสุกะด้วยเช่นกัน แต่จะกล่าวถึงลังกาสุกะเกี่ยวกับบุคคล สถานที่ แม่น้ำ ลำคลอง เสียมากกว่าที่จะเป็นอาณาจักร เช่น คลองลังกาสุกะ (แม่น้ำปัตตานี) แล้วก็จะชี้ไปทางไอร์บือซาหรือแม่น้ำปัตตานี ในสมัยก่อนเรือจากปัตตานีเดินทางถึงบ้านจือนาเฮาะ ต.ยะรม อ.เบตง บางทีก็เรียกโต๊ะลังกาสุกะไปเลยก็มี แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรลังกาสุกะ แม้เวลาล่วงเลยช่วงเรืองอำนาจ มานานนับ 1,000 ปี  

 ขอบคุณภาพจาก คุณนิพนธ์ สิทธิณรงค์ (บุตร ปลัดประพาส)


                           ผู้อาวุโสในเบตง ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกันนั้น พวกเขารู้จักลังกาสุกะเป็นอย่างดี ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวแบบต่อปาก แม้ไม่ได้มีการบันทึกหลักฐานไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมือกาลเวลาผ่าน เรื่องเล่าก็ยิ่งสั้นลง เรื่องราวของลังกาสุกะก็กลายเป็นตำนาน ไม่สามารถบอกรายละเอียดอะไรได้ เพียงรู้แต่ว่าชื่อนี้ยิ่งใหญ่เท่านั้น 
                           สำหรับผูัเขียนได้ยินคำว่า ลังกาสุกะ จากปากของผู้เล่าเรื่องนี้ก็ประมาณ 40 ปีมาแล้ว คนรุ่นนั้นต่างก็เสียชีวิตไปหมด หลักฐานที่มีก็คงต้องอาศัยนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ๆค้นคว้ากันต่อไป ทั้งจากร่องรอยโบราณสถาน เมืองเก่า และบันทึกของชาวต่างชาติ มาเป็นหลักฐานสนับสนุนยืนยัน  
                            ท่านอัลมัร ฮูม มาฮมูด ภายหลังได้ย้ายไปอาศัยที่ประเทศมาเลเซียแต่งงานกับคนที่นั่น เคยกล่าวไว้ว่า “เบตง”นั้น มีคนมาอาศัยประมาณ ๓๐๐ – ๔๐๐ ปีมาแล้ว แต่เบตงยังไม่มีการค้นพบบันทึกใดๆที่จะอ้างอิงได้ ได้แต่อาศัยเทียบเคียงกับเมืองรามันที่พอจะมีบันทึกอยู่บ้าง และเทียบเคียงจากประวัติของเมืองโก๊ระ(Keroh) และเมืองกริ๊ก (gerik) ฝั่งมาเลเซีย ที่ชาวอังกฤษและชาวมาลายูได้บันทึกไว้ ในบันทึกเหล่านั้น มีการกล่าวถึงเบตงและรามันในหลายๆ แห่ง เช่น สุสานกุโบร์เบตง มีหลุมฝังศพคนสมัยโบราณจำนวนมาก ที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ กุโบร์บ้านอางุส อีกแห่งหนึ่ง ที่อยุ่บริเวณศูนย์ดะวะห์ตับลีคเบตง ก็เป็นสุสานเก่าแก่ บ่งบอกว่าเบตงกับชาวมาลายูผูกพันกันมาช้านาน 
                             ดังที่ปรากฎชื่อสถานที่ต่างๆ ก็เป็นภาษามาลายู แม้สถานที่บางแห่งจะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ไปแล้ว แต่คนส่วนมากก็ยังคงเรียกชื่อเดิมกันอยู่ ทั้ง ไอเยอร์ซอ ไอเยอร์เบอร์จัง จาเราะซูซู ฮาลา แม้กระทั่งเบตง หรือ เบอตง หรือกระทั้งศาลเจ้า ที่ชาวจีนเคารพ คือ “โต๊ะนิ” ก็เป็นชื่อมาลายู 

                            แต่ก็มีรายงานหนึ่ง กล่าวไว้ว่า ชุมชนดั้งเดิมของชาวมาลายูเบตง เริ่มแรกที่บ้าน เจอนาเฮาะ (jenahoh) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของบ้านจันทรัตน์ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มาก กลุ่มชนโดยการนำของ “ไซยิด กอปอก (syid Kopok) จากบ้านกอปอกปัตตานีพายเรือมาตามลำน้ำปัตตานี พร้อมสัตว์เลี้ยง มาขึ้นบกที่บ้านเจอนาเฮาะฮตั้งเป็นหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านแรกในเบตง หลังจากนั้นก็ได้ย้ายชุมชนมาอยู่ที่บ้านยะรม (Jarom) อันเป็นจุดเริ่มต้น  ของการพัฒนาการมาเป็นเบอตง หรือ เบตง ในปัจจุบัน.. ธนพงษ์ ซาเร๊ะ บันทึก/ศณีรา เรียบเรียง.

 

 

 

กริ๊กในอดีต

 

  

การปล่อยให้จับปลา ที่สระโกร๊ะ ฮูลูเปรัค มาเลเซีย

 ในอดีต คือ สถานที่เลี้ยงช้าง(อาบน้ำ) ของโต๊ะนิ เจ้าเมืองรามัน

 

  

 

 


 

บุคคลอ้างอิง

 ๑.      นายฮาโรน  ซาเร๊ะ  ยาสาเร๊ะ  เกิด พ.ศ. ๒๔๓๖ (HJ wanharoon bin wan Ibrahim)

 ๒.    นายอับดุลเล๊าะ  มะสาลัมบุตรชาย  นายเจ๊ะโด  มะสาลัม  (HJ Abd.lah bin Jetdaud)

 ๓.    นายฮัจจี  บากา  บือนาบุตรชาย  นายฮัจจีดาวูด บือนา  (Hj Bakar bin HJ Daud)

 ๔.    นายสุมิตร  คีตะโสภณอดีตนักการเมือง  (HJ Hamid bin Lemot)

 ๕.    นายดำรงศักดิ์  ซาดาอดีตกำนันตำบลยะรม (HJ Arifin sada)

 ๖.     นายสะมะแอ  บือนา (HJ Ismail Buena)

 ๗.    นายอุสมาน  ยารม (osman bin Hassan)

 ๘.    นายสะมะแอ  มะระ  (cik Haroon)

 ๙.    นายซูยะห์  มามะ  (Paksu jak mamat)

 ๑๐.  นายมานัส  มะดาฮู  (manas  mat-da-hu)

 ๑๑.  นายมุสตาฟา  ดาเดะ  (HJ Mustafa dadek)

 ๑๒.  คุณมณเทียร  แตปูซู  กำนันตำบลอัยเยอร์เวง

  

อ้างอิง

 ๑       wikepedia.org – orang cina di Malaysia

 ๒       wikepedia.org – langkasuka

 ๓       wikepedia.org – srivijaya

 ๔      บันทึกโจรจีนปล้นโรงพักเบตง พ.ศ.๒๔๗๖ ของนายสงวน  จีระจินดา

 ๕      Sejarah kroh

 ๖       Sejarah gerik

 ๗      Buku Sejarah Hulu Perak

 ๘      จาก  blogsalasilah raja reman

 ๙       www.geocities.ws/prawat_patani/patanilupa_thai.htm

๑๐    บันทึกประวัติศาสตร์ พคม. ที่พวกเขาเชื่อถือที่สุด

 


 

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net