วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.มะเร็ง.@...มะอึกจัดเตรียมร่างกายพร้อมเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง


 

.

กลางเดือนเมษายน.....กลับจากนครศรีธรรมราช ถึงบางพลี สมุทรปราการ

ผมรีบจัดเตรียมร่างกายเพื่อรองรับการรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมทอลซิลให้พร้อมสรรพ

นายแพทย์ณัฐ นิยมอุดมวัฒนา  สั่งให้ผมไปตรวจปัสสาวะ  ตรวจเลือดล็อตใหญ่  

คือตรวจทุก ๆ ตัวที่สามารถตรวจได้จากเลือด  

รวมไปถึงการตรวจเอสด์

นอกจากนั้น  คุณหมอยังตรวจลามไปถึงริดสีดวงทวารเชียวครับ

คิดขึ้นมาอีกที  การเป็นโรคมะเร็งครั้งนี้ก็ดีเหมือนกัน  

ผมได้มีโอกาสตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นโรคอย่างอื่นอีกหรือไม่?

เจอโรคอะไรเพิ่มเติม  จะได้ขอให้หมอช่วยเยียวยารักษา

มีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงอายุปูนนี้  ผมเพิ่งจะทราบว่ากรุ๊ฟเลือดของผมคือกรุ๊ฟเอ....

ทั้ง ๆ ที่ในบัตรประชาชนผมใส่หลอก ๆ ว่ากรุ๊ฟโอมาตลอดเวลา

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  ผมต้องโทษตัวผมเองครับ  

ผมมีความมั่นใจในสุขภาพของตัวเองเกินไป  และกลัวการให้หมอตรวจสุขภาพของตนเอง

จนละเลยที่จะให้แพทย์ตรวจเช็คร่างกายเป็นระยะ ๆ 

สุดท้าย...ก็เจออะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดครับ

.

.

.

ตรวจเลือดเสร็จเรียบร้อย  ผมนำผลเลือดไปให้  นายแพทย์ณัฐ  นิยมอุดมวัฒนา พิจารณาวินิจฉัย

ผลเลือดบอกว่า  สุขภาพด้านอื่น ๆ สมบูรณ์มาก  ร่างกายจะอดทนต่อการฉายแสง  และการให้ยาเคมีได้เป็นอย่างดี  

อย่างเช่นระบบไต  ของผมก็ดีเยี่ยม  

จากนั้นผมเข้ารับการตรวจฟัน  โดย ทันตแพทย์หญิง วัชรียา  ทองรัตนาศิริ  อย่างละเอียดถี่ถ้วน  

พบว่า มีฟันหลายซี่โดยเฉพาะฟันกรามทั้งบนและล่าง  ต้องถอนออกทั้งหมด

ฟันซี่ที่ผุ  ต้องถอนออก  ซี่ไหนพอจะเก็บไว้ได้  คุณหมอสั่งให้อุดให้ยาแนวให้เรียบร้อย

โดยเฉพาะเรื่องการทำฟัน  ต้องใช้เวลานานพอสมควร  เนื่องจากทันตแพทย์จะทำฟันให้ครั้งละเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

ทำไมต้องมีการทำฟัน ถอนฟัน อย่างมโหฬารขนาดนั้น ?  อธิบายได้ว่า...

มะเร็งส่วนที่ผมเป็นอยู่ในร่างกาย  คือมะเร็งที่ต่อมทอลซิล  การฉายแสงต้องฉายผ่านลำคอ เหงือก และขากรรไกร

การฉายแสงจะทำลายเส้นโลหิตบริเวณเหงือก  หากยังมีชิ้นฟันอยู่จะเกิดปัญหาภายหลังได้  จึงต้องเลาะออกทั้งหมด

ถอนฟันออกไปแล้ว  ในปากของผมก็เหลือฟันไม่กี่ซี่ เท่าที่เห็นจากภาพเอ็กเรย์นั่นแหละ

ไม่มีอะไรน่ายึดมั่น ถือมั่น เอาซะเลยใช่ไหมครับ ?

.

.

เสร็จจากเรื่องถอนฟัน  ผมเข้ารับการตรวจร่างกายด้วยเครื่อง TC SGAN

หาจุดที่ตั้งของมะเร็งเพื่อประกอบการวางแผนรักษาต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น  ผมดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือนเมษายน ๒๕๕๗

.

.

.

มาถึงเรื่องการบำบัดรักษาก้อนเนื้อมะเร็งที่ต่อมทอลซิลกันต่อนะครับ

ผมถูกกำหนดให้อยู่ในความรับผิดชอบของ แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ

ท่านเป็นแพทย์เฉพาะทาง เป็นผู้ชำนาญพิเศษด้านรังสีรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ

ในตอนหลัง  ผมยังได้ทราบเพิ่มเติมว่า  แพทย์หญิงปฐมพร  ศิรประภาศิริ  

ท่านเป็นบุคลากรทางการแทย์ที่สำคัญของโรงพยาบาลราชวิถี

ท่านได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นปี 2552

รางวัลคนดีศรีสาธารณสุขปี 2553

และรางวัลจริยธรรมสรรเสริญปี  2554 

ผมจึงมีความสำนึกอยู่ทุกวันนี้ว่า  "เมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วย  ผมได้เจอหมอดี  เจอการรักษาที่ดี  และเจอยาดี"

ทำให้ผมมีความสุขใจ  และพร้อมปฎิบัติตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด

.

.

วันพุธที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗  

ผมได้คิวนัดจาก แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ ที่ห้องตรวจโรค

เป็นวันที่ผมตั้งใจรอคอยอย่างจดจ่อหลังจากได้เตรียมความพร้อมของร่างกายมาเป็นเวลาครึ่งเดือนเต็ม ๆ 

แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ  ตรวจร่างกายผมอย่างละเอียดอีกครั้ง  และบันทึกการตรวจในแฟ้มอยู่นาน

ก่อนที่จะเงยหน้าและบอกผมว่า

๑. กำหนดระยะเวลาในการบำบัดรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมทอลซิลครั้งนี้ ๗ สัปดาห์

๒. กำหนดให้มีการรักษาด้วยการฉายแสงรังสีจำนวน ๓๕ ครั้ง

๓. กำหนดให้มีการรักษาด้วยยาเคมี (คีโม) จำนวน ๓ ครั้ง ระยะห่าง ๒๑ วัน ต่อการให้ยาคีโม ๑ ครั้ง

๔. ให้ทำ เอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้ง เพื่อทำหน้ากากสำหรับการฉายแสง

๕. กำหนดให้ผมเข้านอนเป็นคนไข้ในเพื่อเริ่มฉายแสงและให้คีโมในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗

๖. ให้เจาะเลือดทุกวันพฤหัส  เพื่อตรวจสภาพเกล็ดเลือดภายในร่างกาย และชั่งน้ำหนัก

๗. อาหาร ทานได้ทุกอย่าง ให้เน้นอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น ไข่ไก่ ให้ทานให้ได้เกินวันละ ๓ ฟอง

๘. ให้ยกเว้นอาหารร้อน และอาหารเผ็ด

.

.

พบแพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ วันนี้  ผมไม่ซักไซร้ไล่เรียงคุณหมอมากมายนัก

เพราะผมเห็นคนป่วยอื่น ๆ ที่รอพบคุณหมออยู่ภายนอกห้องตรวจแล้ว....รู้สึกเห็นใจ

ทุกคนคงจะใจจดใจจ่อที่จะรอพบหมอเช่นเดียวกับผม  

ผมเชื่อว่าเวลาการตรวจคนไข้ของหมอ  มีค่าต่อชีวิตคนไข้มาก ๆ 

ผมควรจะใช้เวลาของหมอให้มีประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

แต่มีคำถามหนึ่งที่ผมถามคุณหมอออกไป ผมถามว่า......

"การที่ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง  ได้มาขอรับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน  

แต่ยังไปหายาหม้อ หรือยาพื้นบ้าน ยาผีบอก มากินควบคู่กันไปนั้น คุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไรครับ?"

แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ ทำตาวาวสวย และตอบผมว่า

"การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์ คือการผ่าตัด การฉายแสง และการให้ยาเคมี

เป็นวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์รับรองจากวงการแพทย์แล้ว

แต่ยาพื้นบ้าน  หรือยาจากแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ   ยังไม่มีการรับรองอย่างจริงจัง

ในขณะที่เราใช้ยาทางวิทยาศาตร์  แต่ไปใช้ยาสมุนไพรควบคู่กันไปด้วยนั้น  

ตัวยาวิทยาศาสตร์จะไปฆ่ายาสมุนไพร  ตัวยาสมุนไพรจะมาฆ่ายาวิทยาศาตร์  

สุดท้ายร่างกายที่มีเชื้อมะเร็งจะไม่ได้รับการรักษาจากตัวยาชนิดใดเลย

หมอไม่ได้ห้ามเรื่องการใช้ยาสมุนไพรนะ  แต่หมออยากจะให้เสร็จสิ้นขั้นตอนทางวิทยาศาตร์ไปก่อน"

ผมฟังแล้วก็เข้าใจ  พร้อมปฏิบัติตามทุกประการ

.

.

เสร็จจากการตรวจของคุณหมอ  ผมต้องเข้ามารับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณพยาบาล

คุณพยาบาลตู่...บอกผมว่า ตำแหน่งของการฉายแสงอยู่ในช่องปาก  เพราะฉนั้นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ

๑. จะเกิดเป็นแผลในช่องปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น ลิ้นไก่ และบริเวณลำคอ

๒. จะมีอาการเจ็บคอ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ ๓ เป็นต้นไป

๓. ต่อมน้ำลายจะถูกทำลาย  ไม่สามารถควบคุมน้ำลายได้

๔. ต้องดื่มน้ำตลอดเวลา หรืออมก้อนน้ำแข็ง

๕. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ต้องเปลี่ยนมาเป็นชนิดอ่อน  หรือใช้ของเด็กทั้งหมด

๖. ยาสระผมให้เปลี่ยนมาใช้ของเด็กเช่นเดียวกัน

๗. ช่วงนี้คุณหมอจะให้ยาบำรุงเลือด  และจะถ่ายเป็นสีดำ

สิ่งที่คุณพยาบาลตู่บอกล่วงหน้านี้  เหมือนกับส่งสัญญาณว่าผมจะต้องพบอะไรบ้างในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แต่ในขณะนั้น  ผมยังไม่เห็นความชัดเจนและพิสูจน์ทราบด้วยตนเอง

เมื่อกลับถึงบ้าน  ได้พยายามค้นคว้าหาอ่านอาการข้างเคียงเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ท เพื่อเตรียมใจให้พร้อม

ผมทราบดีว่า  การรักษาโรคมะเร็งไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับจุดไหนของร่างกาย

มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทรมาน  คนไข้แต่ละคนจะได้รับไม่เหมือนกัน  ไม่มีข้อสรุปที่เด่นชัด

และใช่ว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป  ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนไข้เป็นสำคัญ

.

.

.

ผมเคยเห็นผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้วต้องฉายแสง  จะมีการขีดสีตีเส้นบริเวณที่จะต้องฉายแสงบนร่างกายมากมาย

ดูแล้วน่ากลัว

แต่ทุกวันนี้  ก่อนการฉายแสงในบางจุด  จะถูกกำหนดให้มีการทำหน้ากาก

โดยใช้แผ่นยางชนิดพิเศษที่ยืดได้  วางลงไปบนแผ่นหน้า  

และปล่อยให้แข็งตัวเพื่อใช้สำหรับล็อคคอไว้กับที่นอนในห้องฉายแสง

หน้ากากเรียบร้อย สวยงามมาก

ผมจึงกลายเป็นมนุษย์หน้ากากด้วยเหตุฉะนี้แล

.

น้องเจ้าหน้าที่รังสีที่ทำหน้ากากยังบอกข้อมูลผมเพิ่มเติมว่า

หน้ากากที่ทำวันนี้  ทำพอดีขนาดใบหน้าวันนี้

อย่าปล่อยให้ร่างกายอ้วนหรือผอมกว่านี้  อ้วนไปก็จะใส่หน้ากากไม่ได้  ผอมไปหน้ากากก็จะหลวมโพรก

ต้องทำหน้ากากกันใหม่  เหมือนกับการนับหนึ่งใหม่  เป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก

.

.

การฉายรังสี หรือที่มักจะเรียกกันว่าการฉายแสง

เป็นประเภทหนึ่งของรังสีรักษา (radiotherapy) ที่ใช้สำหรับบำบัดรักษาโรคมะเร็ง

โดยใช้รังสีพลังงานสูงฉายไปตำแหน่งของเซลล์มะเร็งเพื่อทำลายกลุ่มก้อนเซลล์มะเร็งนั้น

ทั้งนี้การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการฉายรังสีจะขึ้นกับระยะของโรคมะเร็ง ชนิดของโรคมะเร็ง และสุขภาพของผู้ป่วย

อย่างที่บอกไว้ในตอนต้น  ผมเป็นมะเร็งต่อมทอลซิลระยะที่ ๒ - ๓ เป็นผู้มีสุขภาสมบูรณ์ดี

คุณหมอจึงกำหนดการฉายรังสีไว้ที่ ๓๕ ครั้ง  ฉายรังสีทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์

และวันที่เครื่องฉายรังสีขัดข้อง

.

.

.

เสร็จสิ้นการพบแพทย์  และวางแผนการรักษาเรียบร้อยแล้ว

ผมชวนแม่มะยงเดินข้ามแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังริมคลองย่านก๊วยเตี๋ยวเรือทันที

ผมบอกแม่มะยงว่า  การรักษาโรคมะเร็งครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้  

จากที่รับฟังคุณหมอและคุณพยาบาลบอกเล่าเหตุการณ์ล่วงหน้าแล้ว

น่าจะต้องพบเจอผลข้างเคียงที่สนุกสนานแน่ ๆ 

งั้นวันนี้  เราไปเฉลิมฉลองการทานไม่ได้ด้วยก๊วยเตี๋ยวเรือของโปรดดีกว่า

 

.

.

.

ผมสั่งแหลก  แม่มะยงก็ไม่เบรค  แถมเพลิดเพลินตามเข้าไปด้วย

ผลปรากฏว่า  อิ่มสบายท้อง  หายอยากก๊วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัยฯไปนาน..แน่นอนครับ

.

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net