วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๑)


คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๑)
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

...การศึกษาของไทยกำลังตกต่ำสุดขีด ถึงกับตกต่ำอยู่ในอันดับ ๘ (กลุ่มรั้งท้าย) ของอาเซียน ตามรายงานของ WEF [ World Economic Forum ] ที่เป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อปลายปี ๒๕๕๖ นั้น เรื่องนี้มีสาเหตุสำคัญหลายประการ

...การบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพนับเป็นสาเหตุต้นๆ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำ งานการศึกษา ทั้งนี้ก็เพราะการเข้าสู่ตำแหน่งยังขาดเครื่องมือและระบบคัดเลือกที่มี ประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่ จริง

...เมื่อผู้บริหารมิใช่ผู้ที่มีคุณภาพทางวิชาการก็เป็นผลให้การบริหารจัดการ ไม่แม่นตรงต่อมาตรฐานทางวิชาการ ไม่สามารถบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ทางวิชาการและปัญหาของระบบงานที่หย่อนคุณภาพให้ลุล่วงไปได้ มิหนำซ้ำยังกลายเป็นผู้เพิ่มปัญหาอีกหลากหลายเรื่องตามมา แทนที่จะทำเรื่องยากๆ ให้ง่าย ก็กลับทำเรื่องง่ายๆ ให้ยาก หรือทำงานเล็กให้เป็นงานใหญ่ เปลืองแรงงาน เปลืองงบประมาณโดยได้ผลไม่คุ้มค่า อีกทั้งเปล่าเปลืองเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์จริงแท้ก็มิใช่น้อย ในที่สุดก็แค่ทำๆ ให้งานตามนโยบายของนายผ่านๆ ไปตามระบบเอกสารรายงาน ทั้งที่งานเหล่านั้นมิได้บรรลุถึงสัมฤทธิผลจริงแท้ แต่เพิ่มปริมาณงานให้ครูผู้สอนต้องทำมากมายเกินความจำเป็นและเกินหน้าที่ ชั่วโมงงานที่ควรได้ใช้เพื่อกิจกรรมการสอนก็จึงถูกเบียดบังไปในภารกิจที่ไร้ สาระนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

...ขณะเดียวกันนายซึ่งเป็นผู้บริหารเบื้องบนก็มิได้ใส่ใจจะลงลึก เมื่อได้รับข้อมูลเอกสารตามแบบตามระบบ ตามตัวเลขที่จริงบ้างไม่จริงบ้าง ขอให้พอดูดีตามสภาพก็รายงานส่งเขตพื้นที่หรือสำนักการศึกษา กระทั่งรายงานขยะเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อเข้ากระทรวงไปตามระเบียบปฏิบัติ คราใดที่ผลเอ็นทีและโอเน็ตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือตกต่ำลง ก็จะโหวกเหวกเอากับผู้บริหารโรงเรียนและครูเป็นครั้งเป็นคราว ทั้งที่ตนเองก็ไม่มีวิธีการใดที่ดีที่จะชี้แนะหรือสร้างกระบวนการขับเคลื่อน ให้พัฒนาได้แม่นตรงต่อมาตรฐานคุณภาพจริงแท้

...แม้เราจะมีผู้บริหารที่ดีที่มีคุณภาพอยู่จำนวนหนึ่ง ก็น้อยคนนักที่ปีกกล้าขาแข็งแกร่งพอที่จะแตกแถวทำในสิ่งที่ “ใช่” และยืนหยัดได้โดยไม่สะทกสะท้านต่ออำนาจเบื้องบนที่ใบ้บอด ส่วนหนึ่งของผู้บริหารน้ำดีส่วนน้อยนี้จึงได้แค่ทำดีตามนโยบายที่ได้ผลไม่ คุ้มค่าแรงใจทุ่มเท อีกส่วนหนึ่งที่ยืนหยัดได้บนมาตรฐานคุณภาพจริงๆ ก็จึงน้อยจนแทบจะนับเปอร์เซ็นต์ไม่ได้

มันวนเวียนอยู่เช่นนี้ นับเดือน นับปี และก็ไม่รู้อีกกี่ทศวรรษที่จะพัฒนา

(โพสต์หน้า ยังมีต่อ...)
*********

ทุ่งสักอาศรม
๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗
 
รูปภาพ : คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

...การศึกษาของไทยกำลังตกต่ำสุดขีด ถึงกับตกต่ำอยู่ในอันดับ ๘ (กลุ่มรั้งท้าย) ของอาเซียน ตามรายงานของ WEF [ World Economic Forum ] ที่เป็นข่าวฮือฮาไปเมื่อปลายปี ๒๕๕๖ นั้น เรื่องนี้มีสาเหตุสำคัญหลายประการ 

...การบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพนับเป็นสาเหตุต้นๆ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำงานการศึกษา ทั้งนี้ก็เพราะการเข้าสู่ตำแหน่งยังขาดเครื่องมือและระบบคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง 

...เมื่อผู้บริหารมิใช่ผู้ที่มีคุณภาพทางวิชาการก็เป็นผลให้การบริหารจัดการไม่แม่นตรงต่อมาตรฐานทางวิชาการ ไม่สามารถบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ทางวิชาการและปัญหาของระบบงานที่หย่อนคุณภาพให้ลุล่วงไปได้ มิหนำซ้ำยังกลายเป็นผู้เพิ่มปัญหาอีกหลากหลายเรื่องตามมา แทนที่จะทำเรื่องยากๆ ให้ง่าย ก็กลับทำเรื่องง่ายๆ ให้ยาก หรือทำงานเล็กให้เป็นงานใหญ่ เปลืองแรงงาน เปลืองงบประมาณโดยได้ผลไม่คุ้มค่า อีกทั้งเปล่าเปลืองเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์จริงแท้ก็มิใช่น้อย ในที่สุดก็แค่ทำๆ ให้งานตามนโยบายของนายผ่านๆ ไปตามระบบเอกสารรายงาน ทั้งที่งานเหล่านั้นมิได้บรรลุถึงสัมฤทธิผลจริงแท้ แต่เพิ่มปริมาณงานให้ครูผู้สอนต้องทำมากมายเกินความจำเป็นและเกินหน้าที่ ชั่วโมงงานที่ควรได้ใช้เพื่อกิจกรรมการสอนก็จึงถูกเบียดบังไปในภารกิจที่ไร้สาระนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

...ขณะเดียวกันนายซึ่งเป็นผู้บริหารเบื้องบนก็มิได้ใส่ใจจะลงลึก เมื่อได้รับข้อมูลเอกสารตามแบบตามระบบ ตามตัวเลขที่จริงบ้างไม่จริงบ้าง ขอให้พอดูดีตามสภาพก็รายงานส่งเขตพื้นที่หรือสำนักการศึกษา กระทั่งรายงานขยะเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อเข้ากระทรวงไปตามระเบียบปฏิบัติ คราใดที่ผลเอ็นทีและโอเน็ตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือตกต่ำลง ก็จะโหวกเหวกเอากับผู้บริหารโรงเรียนและครูเป็นครั้งเป็นคราว ทั้งที่ตนเองก็ไม่มีวิธีการใดที่ดีที่จะชี้แนะหรือสร้างกระบวนการขับเคลื่อนให้พัฒนาได้แม่นตรงต่อมาตรฐานคุณภาพจริงแท้ 

...แม้เราจะมีผู้บริหารที่ดีที่มีคุณภาพอยู่จำนวนหนึ่ง ก็น้อยคนนักที่ปีกกล้าขาแข็งแกร่งพอที่จะแตกแถวทำในสิ่งที่ “ใช่” และยืนหยัดได้โดยไม่สะทกสะท้านต่ออำนาจเบื้องบนที่ใบ้บอด ส่วนหนึ่งของผู้บริหารน้ำดีส่วนน้อยนี้จึงได้แค่ทำดีตามนโยบายที่ได้ผลไม่คุ้มค่าแรงใจทุ่มเท อีกส่วนหนึ่งที่ยืนหยัดได้บนมาตรฐานคุณภาพจริงๆ ก็จึงน้อยจนแทบจะนับเปอร์เซ็นต์ไม่ได้

มันวนเวียนอยู่เช่นนี้ นับเดือน นับปี และก็ไม่รู้อีกกี่ทศวรรษที่จะพัฒนา

(โพสต์หน้า ยังมีต่อ...)
*********

ทุ่งสักอาศรม
๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗

โดย ธมกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net