วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๒)


คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๒)
*****************************************

...สืบเนื่องจากที่กล่าวไปในโพสต์ที่แล้วว่า สาเหตุที่การศึกษาของไทยตกต่ำนั้น ประเด็นสำคัญเกิดจากการบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพ ทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำงานการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่โยงใยลึกลงไปถึงวิถีของการเข้าสู่ตำแหน่งที่ยังขาดเครื่อง มือและระบบคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่ จริง

...ผลกระทบของการมีผู้บริหารที่ขาดคุณภาพทางวิชาการนอกจากที่กล่าวไว้ใน โพสต์ที่แล้วแล้วนั้น ก็ยังก่อให้เกิดผลพวงตามมาอีกมากมายนัก เป็นต้นว่าการวางแผนงานวิชาการที่ขาดประสิทธิภาพ การจัดวางตัวบุคลากรไม่เหมาะที่เหมาะทาง การกำกับดูแลไม่เป็นโล้เป็นพาย ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาครูและผู้เรียนก็ฉาบฉวย สร้างภาพมากกว่าสร้างผล อีกทั้งสร้างสิ่งลวงตาลวงใจผู้ปกครองและชุมชนที่ไม่ลึกซึ้งกับการศึกษาที่ ถูกที่ควรจริงแท้ให้หลงเชื่อ หลงคล้อยตาม เช่น สร้างรั้ว สร้างป้าย สร้างอาคารโก้หรู สร้างวัตถุสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ให้ดูดี และสร้างเทคโนโลยีให้น่าชื่อถือว่ามีสื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือพัฒนาการ เรียนการสอนอย่างดียิ่ง

...จากความเปล่าไร้ในระดับเขตพื้นที่หรือระดับสำนักการศึกษาและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จะก่อให้เกิดงานนโยบาย งานแผนงาน งานสั่งการ งานรายงาน งานข้อมูลต่างๆ งานอบรม และรวมไปถึงการศึกษาดูงานที่สักแต่ว่า “ได้ทำ” พอให้ผู้มีหน้าที่ได้มีงานตามสายของตน แต่ไม่ค่อยจะได้ผลจริงจัง ไม่มีการติดตามกำกับดูแลและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกิจกรรมมหกรรมวิชาการต่างๆ ที่สิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยมิได้ผลคุ้มค่า การอบรมหรือการประชุมที่ซ้ำซ้อนไม่แม่นตรงต่อเป้าหมายที่แท้จริงของปัญหาการ เรียนการสอน มหกรรมกีฬาที่สูญเสียเวลาไปกับการซ้อม การเตรียมการ และการแข่งขันไปเป็นอันมาก

...ในระดับโรงเรียนที่พลอยสะเปะสะปะตามหน่วยงานข้างบน ต่างก็งมอยู่กับงานเอกสาร งานข้อมูล งานแผนงาน งานรายงาน และงานกิจกรรมมายาภาพ ที่อาจใช้จริงเพียงเล็กน้อย แต่จะทำเพียงสักแต่ว่าให้มี ให้เหมือน ให้เป็นไปตามแบบตามระเบียบ ตามคำสั่ง หรือตามนโยบายอีกนับอเนกอนันต์กองพะเนิน ซึ่งเมื่อโรงเรียนต้องแบ่งแรงงานและเวลาของครูไปใช้เพื่องานที่เปล่าเปลือง เหล่านั้นเป็นอันมาก ก็จะเป็นผลกระทบกับเวลาของจัดการเรียนการสอนอย่างมิต้องสงสัย ครูไม่ค่อยได้มีเวลาจัดเตรียมการสอน ไม่มีเวลาลงลึกกับกิจกรรมแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนและปัญหาเฉพาะตัวของเด็กๆ แต่ละคน

...นอกจากปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่เป็นปัญหาคู่บ้านเมืองในวันนี้ แล้ว ก็ยังมีปัญหาอ่านไม่เป็นเขียนไม่เป็น ไม่รักการอ่าน คิดวิเคราะห์ไม่ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ครูยังไม่ได้สอนตามเป้าหมายของ “ตัวชี้วัด” ที่ สพฐ.พัฒนาหลักสูตรมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ต่างยังคงเปิดหนังสือเรียนสอนไปทีละบทเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีการพูดถึงและสร้างหน่วยการเรียนรู้เพื่อแก้เกี้ยวว่าสอนตาม “ตัวชี้วัด” กันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หาได้ทำจริงใช้จริงตามนั้นไม่ เพียงทำไว้ให้ ผอ.โรงเรียน หรือ ศน. หรือ สมศ.ตรวจเสียมากกว่า ซึ่งสาเหตุที่ครูมิได้ลงลึกกับเรื่อง “ตัวชี้วัด” อย่างจริงจัง หรือไม่ได้สอนเพื่อเป้าหมายมาตรฐานหลักสูตรจริงแท้ ก็เพราะการบริหารวิชาการของผู้บริหารที่ไร้คุณภาพไม่ได้นำพาให้เกิดการเรียน รู้ ปฏิบัติ และพัฒนาการเรียนการสอนกันอย่างแม่นตรงนั่นเอง

...ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อมาตรฐานคุณภาพที่เป็นผลกระทบสืบเนื่องจาก ประเด็นที่กล่าวข้างต้น ก็คือ การจัดจำนวนนักเรียนแต่ละห้องเรียนมากเกินกว่าจะประกันคุณภาพได้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ มักจัดจำนวนเด็กต่อห้องเรียนละ ๓๐-๔๕ คน ยิ่งเมื่อเป็นชั้น ป.๑ ที่จะต้องดูแลทักษะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานด้วยแล้ว เมื่อมีจำนวนเด็กมาก ก็ยากที่จะทำได้ ทั้งที่มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดจำนวนเด็ก ๒๕ คนต่อครู ๑ คน แต่โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไปจัดจำนวนแบบยัดทะนานเกินกว่า มาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อให้เหลือครูไปทำงานเอกสาร งานพัสดุ งานการเงิน งานโครงการต่างๆ งานธุรการ และงานกิจกรรมต่างๆ อีกสารพัด กระทั่งหลงทางจนลืมไปว่าแท้แล้วโรงเรียนและครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอน ที่ดีที่สุดเพื่อเด็กๆ ต่างหาก

...ถ้าจะจัดการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานที่ครูสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั่วถึง นั้น จำนวนเด็กต่อห้องเรียนไม่ควรเกิน ๒๕ คน ทราบมาว่าที่ประเทศฟินแลนด์ซึ่งจัดการการศึกษาได้ดีเป็นอันหนึ่งของโลกนั้น กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง ๑๒-๒๐ คนเท่านั้น

ทุกปัญหาที่กล่าวมานี้แก้ไม่ยากหรอก แต่มันยากที่คนไม่คิดจะแก้...
พวกเขาจึงเลือกที่จะลอยมาลอยไป และอยู่ไปวันๆ
คุณ...จะเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น หรือคิดทำอะไรที่แตกต่าง

*****************
ทุ่งสักอาศรม
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗
 
รูปภาพ : คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๒)
*****************************************

...สืบเนื่องจากที่กล่าวไปในโพสต์ที่แล้วว่า สาเหตุที่การศึกษาของไทยตกต่ำนั้น ประเด็นสำคัญเกิดจากการบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำงานการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่โยงใยลึกลงไปถึงวิถีของการเข้าสู่ตำแหน่งที่ยังขาดเครื่องมือและระบบคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง 

...ผลกระทบของการมีผู้บริหารที่ขาดคุณภาพทางวิชาการนอกจากที่กล่าวไว้ในโพสต์ที่แล้วแล้วนั้น ก็ยังก่อให้เกิดผลพวงตามมาอีกมากมายนัก เป็นต้นว่าการวางแผนงานวิชาการที่ขาดประสิทธิภาพ การจัดวางตัวบุคลากรไม่เหมาะที่เหมาะทาง การกำกับดูแลไม่เป็นโล้เป็นพาย ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาครูและผู้เรียนก็ฉาบฉวย สร้างภาพมากกว่าสร้างผล อีกทั้งสร้างสิ่งลวงตาลวงใจผู้ปกครองและชุมชนที่ไม่ลึกซึ้งกับการศึกษาที่ถูกที่ควรจริงแท้ให้หลงเชื่อ หลงคล้อยตาม เช่น สร้างรั้ว สร้างป้าย สร้างอาคารโก้หรู สร้างวัตถุสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ให้ดูดี และสร้างเทคโนโลยีให้น่าชื่อถือว่ามีสื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือพัฒนาการเรียนการสอนอย่างดียิ่ง

...จากความเปล่าไร้ในระดับเขตพื้นที่หรือระดับสำนักการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะก่อให้เกิดงานนโยบาย งานแผนงาน งานสั่งการ งานรายงาน งานข้อมูลต่างๆ งานอบรม และรวมไปถึงการศึกษาดูงานที่สักแต่ว่า “ได้ทำ” พอให้ผู้มีหน้าที่ได้มีงานตามสายของตน แต่ไม่ค่อยจะได้ผลจริงจัง ไม่มีการติดตามกำกับดูแลและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกิจกรรมมหกรรมวิชาการต่างๆ ที่สิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยมิได้ผลคุ้มค่า การอบรมหรือการประชุมที่ซ้ำซ้อนไม่แม่นตรงต่อเป้าหมายที่แท้จริงของปัญหาการเรียนการสอน มหกรรมกีฬาที่สูญเสียเวลาไปกับการซ้อม การเตรียมการ และการแข่งขันไปเป็นอันมาก 

...ในระดับโรงเรียนที่พลอยสะเปะสะปะตามหน่วยงานข้างบน ต่างก็งมอยู่กับงานเอกสาร งานข้อมูล งานแผนงาน งานรายงาน และงานกิจกรรมมายาภาพ ที่อาจใช้จริงเพียงเล็กน้อย แต่จะทำเพียงสักแต่ว่าให้มี ให้เหมือน ให้เป็นไปตามแบบตามระเบียบ ตามคำสั่ง หรือตามนโยบายอีกนับอเนกอนันต์กองพะเนิน  ซึ่งเมื่อโรงเรียนต้องแบ่งแรงงานและเวลาของครูไปใช้เพื่องานที่เปล่าเปลืองเหล่านั้นเป็นอันมาก ก็จะเป็นผลกระทบกับเวลาของจัดการเรียนการสอนอย่างมิต้องสงสัย ครูไม่ค่อยได้มีเวลาจัดเตรียมการสอน ไม่มีเวลาลงลึกกับกิจกรรมแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนและปัญหาเฉพาะตัวของเด็กๆ แต่ละคน 

...นอกจากปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่เป็นปัญหาคู่บ้านเมืองในวันนี้แล้ว ก็ยังมีปัญหาอ่านไม่เป็นเขียนไม่เป็น ไม่รักการอ่าน คิดวิเคราะห์ไม่ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ครูยังไม่ได้สอนตามเป้าหมายของ “ตัวชี้วัด” ที่ สพฐ.พัฒนาหลักสูตรมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ต่างยังคงเปิดหนังสือเรียนสอนไปทีละบทเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีการพูดถึงและสร้างหน่วยการเรียนรู้เพื่อแก้เกี้ยวว่าสอนตาม “ตัวชี้วัด” กันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หาได้ทำจริงใช้จริงตามนั้นไม่ เพียงทำไว้ให้ ผอ.โรงเรียน หรือ ศน. หรือ สมศ.ตรวจเสียมากกว่า ซึ่งสาเหตุที่ครูมิได้ลงลึกกับเรื่อง “ตัวชี้วัด” อย่างจริงจัง หรือไม่ได้สอนเพื่อเป้าหมายมาตรฐานหลักสูตรจริงแท้ ก็เพราะการบริหารวิชาการของผู้บริหารที่ไร้คุณภาพไม่ได้นำพาให้เกิดการเรียนรู้ ปฏิบัติ และพัฒนาการเรียนการสอนกันอย่างแม่นตรงนั่นเอง 

...ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อมาตรฐานคุณภาพที่เป็นผลกระทบสืบเนื่องจากประเด็นที่กล่าวข้างต้น ก็คือ การจัดจำนวนนักเรียนแต่ละห้องเรียนมากเกินกว่าจะประกันคุณภาพได้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ มักจัดจำนวนเด็กต่อห้องเรียนละ ๓๐-๔๕ คน ยิ่งเมื่อเป็นชั้น ป.๑ ที่จะต้องดูแลทักษะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานด้วยแล้ว เมื่อมีจำนวนเด็กมาก ก็ยากที่จะทำได้ ทั้งที่มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดจำนวนเด็ก ๒๕ คนต่อครู ๑ คน แต่โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไปจัดจำนวนแบบยัดทะนานเกินกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อให้เหลือครูไปทำงานเอกสาร งานพัสดุ งานการเงิน งานโครงการต่างๆ งานธุรการ และงานกิจกรรมต่างๆ อีกสารพัด กระทั่งหลงทางจนลืมไปว่าแท้แล้วโรงเรียนและครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนที่ดีที่สุดเพื่อเด็กๆ ต่างหาก

...ถ้าจะจัดการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานที่ครูสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั่วถึงนั้น จำนวนเด็กต่อห้องเรียนไม่ควรเกิน ๒๕ คน ทราบมาว่าที่ประเทศฟินแลนด์ซึ่งจัดการการศึกษาได้ดีเป็นอันหนึ่งของโลกนั้น กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง ๑๒-๒๐ คนเท่านั้น

ทุกปัญหาที่กล่าวมานี้แก้ไม่ยากหรอก แต่มันยากที่คนไม่คิดจะแก้...
พวกเขาจึงเลือกที่จะลอยมาลอยไป และอยู่ไปวันๆ 
คุณ...จะเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น หรือคิดทำอะไรที่แตกต่าง 

*****************
ทุ่งสักอาศรม
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗

โดย ธมกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net