วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฮิโรชิมา อนุสรณ์ซากสงคราม และประตูแดงกลางน้ำ


                             วันที่ 5 ของการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบลากกระเป๋า    จากเมืองเกียวโตเราขึ้นรถไฟShinkansen ด้วยตั๋ว JR-pass มุ่งลงใต้ต่อไปอีก สถานีปลายทางคือเมือง “ ฮิโรชิมา”  ชื่อของเมืองนี้ถูกระเบิดปรมาณูลูกแรก จนเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2  เมื่อญี่ปุ่นถูกสหรัฐอเมริกานำระเบิดปรมาณูลูกแรกมาถล่มเมืองนี้ ส่งผลให้ตึกรามบ้านช่องเมือง ฮิโรชิมาราบพนาสูญ ผู้คนล้มตายในพริบตานับแสนคน เป็นความวิปโยคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นและมนุษย์ชาติ ในประวัติศาสตร์ของสงครามโลก  

                    รถไฟเข้าสู่สถานีฮิโรชิมา เป็นสถานีใหญ่พอประมาณ  พอออกจากประตูกลางด้านซ้ายจะเป็นสถานีรถรางที่วิ่งกลางถนนเข้าเมืองหลายสาย ทางด้านขวาจะเป็นสถานีรถยนต์โดยสารเข้าเมือง ไปญี่ปุ่นต้องชื่นชมระบบการขนส่งมวลชน ที่เขาให้ความสำคัญกับการเชื่อม ต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้ดีมากทีเดียว    ในการขึ้นรถรางหรือรถเมล์ในเมืองก็ควรเตรียมเงินให้พอดีราว 180 เยน   บนรถรางจะมีพนักงานเดินมาให้แลกแล้วนำไปหยอดลงกล่องตอนลงจากรถต่อหน้าโชเฟอร์  กล่าวคือพนักงานจะไม่เก็บเงิน เขาให้ผู้โดยสารหยอดลงกล่องเอง ส่วนผู้โดยสารท้องถิ่นก็ใช้บัตรเดือนแตะที่เครื่องเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา  

                     เมื่อเช็คอินเข้าที่พักแล้ว เราก็เดินชมเมืองผ่านย่าน Down Town ช่วงกลางวันไม่พลุกพล่าน  ราว 1กม.เศษ ก็ถึงอนุสรณ์ซากสงครามริมแม่น้ำโอตะ  ชมอนุสรณ์ซากตึกโดม(Atomic Bomb Dome)  ที่ถูกระเบิดปรมาณูแต่ยังคงหลงเหลือซากให้ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้    ตึกนี้ทันสมัยในยุคนั้น แรกเริ่มใช้เป็นที่แสดงกิจการพาณิชย์  The Hiroshima Prefectural Commercial Exhibition Hall  ออกแบบโดยชาวเช็คฯสร้างไว้อย่างสวยงาม แข็งแรงและโดดเด่นในสมัยนั้น  แต่แรงระเบิดก็ทำลายให้เหลือเพียงซากและโดม  ทางการญี่ปุ่นจึงเก็บรักษาไว้เป็นอนุสรณ์แห่งการทำลายล้างของระเบิดปรมาณู ให้ชาวโลกได้ตระหนักถึงภัยอันร้ายแรงของอาวุธนิวเคลียร์ ดังซากที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน  ส่วนบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ  รอบๆ บริเวณก็ถูกระเบิดปรมาณู Little Boyลูกเดียวกันนี้ เหมือนไฟบรรลัยกันป์เผาไหม้จนราบเป็นหน้ากลอง

                     จากตึกโดมเราเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้าม เป็นพื้นที่กว้างในอดีตเคยเป็นชุมชนมีบ้านเรือนอยู่เต็มบริเวณ (ดูจากภาพถ่ายทางอากาศยุคนั้นในพิพิธภัณฑ์)  แต่ความร้ายแรงของระเบิดได้เผาไหม้จนเกลี้ยงกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียนว่างเปล่า  ญี่ปุ่นจึงใช้บริเวณนี้เป็น “อนุสรณ์สถานสวนสันติภาพ ฮิโรชิม่า”  Hiroshima Peace Memmorial Park   จุดแรกด้านขวามือเป็นอนุสาวรีย์ของเด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิ เหยื่อกัมมันตภาพรังสี ตั้งแต่ 2 ขวบ ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เธอพับนกกระดาษ 1,000 ตัว   เชื่อว่าจะหายป่วยแต่ไม่หาย เธอจึงจะพับอีกให้ถึง 2,000ตัว  แต่ไม่ทันครบเธอก็เสียชีวิตลง เรื่องราวของเธอนำไปสู่การสร้างอนุสาวรีย์ให้เธอ  และมีตู้กระจกบรรจุนกพับกระดาษ ที่นักเรียนในญี่ปุ่นช่วยกันพับใส่ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการจากไปของเด็กหญิงซาดาโกะ

                      เดินผ่านแท่นจุดโคมไฟเพื่อสันติสุขของชาวโลก  ซึ่งโคมไฟจะลุกโชนไปชั่ว นิรันดร์กาล  ดุจความไฝ่ฝันของมนุษย์ชาติที่อยากให้โลกนี้มีแต่สันติสุขตลอดกาล  ถัดไป เป็นอนุสาวรีย์รำลึกผู้เสียชีวิตรูปหลังคาเกวียนรถม้า มองลอดไปเห็นซากตึกโดม มีข้อคยวามเขียนว่า จงเข้าสู่นิทราอย่างสงบ  ความผิดพลาดมิอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม

                      เดินมาจนถึงอาคารพิพิธภัณฑ์สันติภาพ ฮิโรชิมา    เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงภัยของสงคราม และผลลัพธ์ของอาวุธนิวเคลียร์  เมื่อเข้าไปชมในพิพิธภัณฑ์ ได้เห็นภาพที่น่าสลดหดหู่จากภัยของสงคราม ภาพคนถูกระเบิดจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก (สำนวนไทยคำนี้ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน) คนตายกองพะเนิน  และพิษร้ายของกัมมันตภาพรังสีทำให้คนตายเพิ่มขึ้นอีกรวมแล้วที่ฮิโรชิมาราว 250,000 คน   มีการนำวัตถุที่หลงเหลือทั้งโลหะและขวดแก้วถูกความร้อนจนหลอมละลาย  และภาพมุมสูงเมืองฮิโรชิมาหลังถูกทิ้งระเบิดทำลายจนย่อยยับ  เห็นแล้วเศร้าใจกับภัยสงครามจริง ๆ ครับ

                      รุ่งขึ้นเราขึ้นรถไฟธรรมดาไปลงที่สถานี Miyajima guchi เพื่อข้ามไปเกาะมิยาจิม่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาประตู “โทริอิ” สีแดง โดดเด่นกลางน้ำทะเล  เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในการมาเที่ยวฮิโรชิมา  เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิสึคูชิมะ ลอยน้ำอยู่ริมฝั่งตรงกับประตูสีแดง เวลาน้ำขึ้นจะเห็นประตูสีแดงตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ บนเกาะมีกวางดาวคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว หลายสิบตัวเดินไปทั่วเกาะเพื่อรับของกินจากนักท่องเที่ยว  กวางเป็นดาราหน้ากล้องถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยว  แทบทุกคนที่เที่ยวเกาะแห่งนี้

                       ตัวเมืองฮิโรชิมา มีรถรางหลายสายวิ่งอยู่กลางถนน  กลางคืนมีย่าน Down Town หรือถนนคนเดิน ย่าน”ฮอนโดริ”  เป็นแหล่งช๊อบปิ้ง และร้านอาหารการกิน ท่ามกลางแสงสียามราตรี มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวชาวญี่ปุ่น ชาวจีนและต่างชาตินิยมมาเดินเที่ยวกันอย่างขวักไขว่ ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงยามราตรีเห็นแสงสี  วันที่เราไปเดินนั้น มีฝนตกปรอย ๆ ทำให้พื้นถนนสะท้อนแสง สีสวยดีครับ

                              นั่งรถไฟ ซินกันเซ็นจากเกียวโต ไปฮิโรชิมา  ถึงสถานีชินโอซาก้า ใช้เวลา 15 นาที 

                                              เปลี่ยนขบวนรถที่สถานีชินโอซาก้า    ไปฮิโรชิมาใช้เวลา 1.30 ชม.

                                         

                                                                         สถานีรถไฟฮิโนชิมา

                                   มีสถานีรถรางมาจ่อรอรับเพื่อเดินทางเข้าเมือง สะดวกมากที่หน้าสถานีฮิโรชิมา

                                                           รถรางวิ่งกลางถนนที่ฮิโรชิมา  มีรถรางหลายแบบ

                                            รถรางมีหลายรางบนถนน  มีหลายชนิดและมีสถานีจอดอยู่กลางถนน

                                          ร้านข้าวหน้าปลาไหล  เมนูยอดฮิตของญี่ปุ่น  ในเมืองฮิโรชิมา

                                   เดินตัวเมืองฮิโรชิมากลางวันเงียบๆ เดินสบายไม่จอแจ  เรามุ่งไปชมอนุสรณ์สถาน

                                                        ย่านการค้าหน้าห้างฯ วิคตอรี่  แลลานปฏิมากรรม

                                     มื้อกลางวันเข้าร้านอาหาร  ประเภททำครัวผัดและปรุงกันให้เห็นต่อหน้า

                                               เมนูผัดผักกับหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ ห่อไข่ ลาดซ๊อสเค็มหวาน

               ประติมากรรมเหล็กหลอมละลาย รูปทรงเหมือนคนได้รับความเจ็บปวด  จากความร้อนรุนแรงของระเบิดปรมาณู

                                    ซากอาคารทรงโดม (Atomic Bomb Dome) จุดประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิมา

                        ภาพจากพิพิธภัณฑ์  อาคารทรงโดม เหลือโดดเด่น  เหนือซากปรักหักพังเป็นบริเวณกว้าง

                                    ภาพในระยะแรกของการฟื้นฟูหลังสงคราม มีการปลูกโรงเรือนขึ้นหลังคาให้เห็น

                                        ภาพจากพิพิธภัณฑ์  พระพุทธรูปหลอมละลาย ไม่ห่างจากอาคารทรงโดม

                  อนุเสาวรีย์เด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิ เธอถูกกัมตภาพรังสี แต่หัวใจแกร่งพับนกระดาษ 1,000 ตัวหวังให้หาย

                                  แท่นจุดโคมไฟเพื่อความสันติสุขของชาวโลก  โคมไฟจะลุกโชนไปชั่วนิรันดร์กาล

                         ปฏิมากรรมทรงหลังคาเกวียนเทียมม้า อนุสาวรีย์รำลึกผู้เสียชีวิต มีคำจารึก ว่า “ จงเข้าสู่

                                          นิทรา อย่างสงบ”  และ  “ ความผิดพลาดมิอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม”

                   ภาพจากพิพิธภัณฑ์ แผนที่เมืองฮิโร่ชิมา และนางาซากิ ที่ถูกระเบิดปรมาณู และภาพผลพวงของการระเบิด

                             อนุสรร์ผู้เสียชีวิต จุดที่ระเบิดลง   สถานที่แห่งนี้เคยเป็นเสาหลักเมืองทำด้วยไม้

                                                                  เรือนำเที่ยว ในแม่น้ำโอตะ ใกล้ตึกโดม

                            ภาพในพิพิธภัณฑ์  จำลองเมืองฮิโรชิมาก่อนโดนระเบิด และหลังโดนระเบิดราบเป็นหน้ากลอง

                                                    เมืองฮิโรชิมา ยามราตรี และแสงสี คืนฝนพรำ

                                               Down Town  ย่านถนนคนเดิน  “ฮอนโดริ”  Hondori Acade

                                       ราเม็ง หรือก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น ใส่ไข่ต้มยางมะตูม ชามนี้แพงตก 300 กว่าบาท

                เช้ารุ่งขึ้น ขึ้นรถไฟไปสถานี Miyajima guchi ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามไปเกาะมิยาจิมะ หุ่นหน้ากากหน้าท่าเรือ

                                     เรือข้ามฟากไปเกาะมิยาจิมะ เพื่อชมประตูแดง (โทริอิ) เด่นอยู่กลางน้ำ

                                            เรือเฟอรี่ของบริษัทเจอาร์ ใช้ตั๋ว JR-Pass ข้ามไปเกะมิยาจิมะ

                                          มองจากเรือเฟอรี่เห็นประตูโทริอิ สีแดง เด่นอยู่กลางน้ำ  หน้าศาลเจ้า

                                     กวางดาวบนเกาะมิยาจิมะ  มีจำนวนมาก ทุกตัวคุ้นเคยกับนักทอ่งเที่ยว

                                                  เสาโทริอิ ยืนเด่นอยู่กลางน้ำทะเล รอน้ำขึ้นน้ำลง ในมุมมองต่างๆ  

                                       เซรามิค รูปนกฮูกน่ารัก  สินค้าที่ระลึกบนเกาะราคาแพง ไม่เบา

                                                                       รถลากบริการนักท่องเที่ยว

                                        เสาโทริอิ โดดเด่นกลางผืนน้ำ  เงาสะท้อนผิวน้ำเมื่อยามน้ำขึ้น

                               ภูเขามีหมอกปกคลุม ฝั่งตรงกันข้ามเกาะ รูปทรงคล้ายกับ  ภูเขาไฟฟูจิยามา

                                เสาโทริอิ หรือประตูญี่ปุ่นสีแดง เด่นกลางน้ำ แห่งฮิโรชิมามีชื่อเสียงดึงดูดนักท่องเที่ยว

โดย ลุงต้าลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net