วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทความ : จะเขียนอย่างมืออาชีพได้อย่างไร (ตอนจบ)


บทความมุมมองเล็กๆ ของนัก (อยาก) เขียน

ตอน  :  จะเขียนมืออาชีพได้อย่างไร?  (ตอนจบ)

ข้อ 6.  กติกาของนวนิยาย :  ไม่ว่าคุณจะเขียนงานอะไรก็ตาม มักมีกติกากำหนดในแนวที่คุณเขียนเสมอ  เช่น  ถ้าคุณจะเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ คุณก็ต้องมีฉากวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผลมารองรับในข้อเท็จจริงตามหลักวิทยาศาสตร์,  ถ้าคุณจะเขียนนวนิยายอิงประวัติศาสตร์  คุณก็ต้องมีการสืบค้นความเป็นมาของประวัติศาสตร์,  ถ้าคุณจะเขียนนวนิยายสืบสวนสอบสวน  คุณก็ต้องมีการเฉลยตอนจบว่าสุดท้ายแล้วใครคือ ฆาตกร  สรุปก็คือ ไม่ว่าคุณจะเขียนเรื่องใดก็ตาม คุณต้องรู้กติกาของเรื่องนั้นๆซะก่อน

ข้อ 7. นวนิยายที่ดีเป็นอย่างไร? : 

-          มีเรื่องราว ก่อนที่คุณจะเริ่มเขียน คุณต้องมีเรื่องราวทั้งหมดในหัวก่อน (อย่าด้นสดเป็นอันขาด สำหรับ

มือใหม่  คุณควรจะรู้ว่า คุณจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร, มีตัวละครกี่คน, มีจุดหักเหตรงไหน, ตอนจบของเรื่องเป็นอย่างไร)

-          มีตัวละคร  เช่น  คน, สัตว์ หรือ สิ่งของ  สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องทำให้ผู้อ่านจดจำตัวละครนั้นๆได้ โดยสร้าง

คาแรคเตอร์บางอย่างขึ้นมา และควรจะมีพัฒนาการของตัวละครตามเนื้อเรื่อง ตัวละครที่ดีต้องมีมิติ นั่นคือ  มีภูมิหลัง

-          มีฉาก  เป็นสิ่งจำเป็นมากในนวนิยาย  เพราะจะทำให้องค์ประกอบของเรื่องทั้งหมดดูสมจริงและสมบูรณ์

ยิ่งขึ้น  

-          มีปมขัดแย้ง  ปมที่ 1, ปมที่ 2, ปมที่ 3  ผูกปมให้ต่อเนื่องกันเป็นเหตุเป็นผลกัน รวมทั้งขยายปม ให้

ผู้อ่านรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ 

เช่น  บทที่ 1 : พระเอกเจอนางเอกทั้งสองรักกันและกำลังจะแต่งงาน,  บทที่ 2 : สร้างปมขัดแย้ง ตัวละครนางรองโผล่เข้ามา พระเอกเกิดหลงเสน่ห์นางรองแล้วทำให้นางรองท้อง, บทที่ 3 :  นางเอกรู้เรื่องจึงพยายามตัดความสัมพันธ์,  บทที่ 4 :  พระเอกตามง้อ แต่นางเอกไม่สนใจ ซึ่งตอนนี้คุณสามารถสร้างตัวละครเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัวได้  คือ  ผู้ชายคนใหม่ที่มาชอบนางเอก แล้วนางเอกมีทีท่าจะสนใจด้วย .......  

ตอนจบคุณอาจจะหักมุมว่า ทุกอย่างเป็นแผนของนางรองกับผู้ชายคนใหม่ ที่ต้องการทำให้พระเอกนางเอกแตกแยกกัน เพื่อต้องการบางสิ่งบางอย่าง  ซึ่งพล๊อตเรื่องแบบนี้อาจจะดูน้ำเน่า แต่คุณก็สามารถเขียนให้สนุก ตื่นเต้น  และ ซาบซึ้งได้ (ก็อยู่ที่ความสามารถของนักเขียน ต้องอาศัยการฝึกฝนครับ)          

ข้อ 8. โครงเรื่องหรือตัวละคร :  ปัญหาที่พบมากอีกอย่างหนึ่ง  คือ  โครงเรื่องไม่โดดเด่น จึงทำให้เรื่องไม่น่าสนใจ ฉะนั้นทางแก้ คุณต้องเขียนให้ตัวละครโดดเด่น และเป็นคนนำเรื่องเอง  แต่ถ้าโครงเรื่องโดดเด่น ให้เอาโครงเรื่องเป็นตัวนำ แล้วกำหนดให้ตัวละครเดินตามโครงเรื่อง  โดยจุดสูงสุดของเรื่อง มักอยู่ที่บทรองสุดท้ายก่อนจบ

ข้อ 9  ฉาก :  ฉากจะต้องมีความสัมพันธ์และเดินเคียงคู่ไปกับตัวละครเสมอ  การบรรยายต้องชัดเจน เห็นภาพ งดงาม  สมจริง มีเหตุมีผล  ถ้าคุณทำได้ คนอ่านจะเชื่อและตราตรึงไปกับสิ่งที่คุณเขียน การบรรยายที่ดีจะช่วยหยุดคนอ่านให้จดจ่อกับเรื่องนั้นๆได้ คุณต้องสร้างฉากให้คุมเรื่องทั้งหมด  เช่น  ถ้าตัวละครหลักเป็นคนยากจน ฉากก็ต้องบรรยายสภาพแวดล้อมให้ดูยากจนไปด้วย  เป็นต้น

ข้อ 10.  การวางพล๊อตเรื่อง :  หลายๆครั้งที่ผมเขียนเรื่องใดๆก็ตาม ก่อนเริ่มเขียนคิดเอาไว้อย่างหนึ่ง แต่พอเขียนๆไปกลับออกมาอีกอย่างหนึ่ง  ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอารมณ์ในตอนที่เขียน มักนำพาคุณไปสู่จุดจบของเรื่องได้เองอย่างคาดไม่ถึง  

ฉะนั้นการวางพล๊อตเรื่อง คุณไม่จำเป็นต้องวางละเอียดมาก แค่เขียนโครงเรื่องคร่าวๆ เพื่อให้คุณไม่หลุดจากกรอบที่วางไว้ งานเขียนเป็นงานที่ยืดหยุ่นได้ คุณไม่จำเป็นต้องเขียนตามโครงเรื่องทุกอย่างที่คุณคิด เพราะมีหลายๆครั้งที่ความคิดในตอนที่เขียน  กลับทำให้เรื่องสนุกกว่าโครงเรื่องเดิม ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นความจริง  

และนี่คือเศษเสี้ยวเล็กๆของการเขียนเท่านั้น ที่ผมนำมาถ่ายทอด การเขียนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์  แต่ที่แย่คือ ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ  มีทางเดียว คือ คุณต้องขยัน ต้องฝึกฝน และต้องเขียนๆๆๆๆ  เขียนจนคุณสามารถควบคุมตัวหนังสือของคุณได้ เขียนจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง คุณถึงจะเป็นนักเขียนที่ดีได้  

ผมเคยอ่านเจอคำแนะนำ สำหรับคนที่เริ่มอยากจะเขียนหนังสือ ช่วงแรกให้คุณเริ่มเขียนจากเรื่องจริงของตัวเอง  หลังจากนั้นให้เขียนเรื่องจริงของชีวิต  ต่อไปให้เขียนเรื่องที่แต่งขึ้น  เช่น  เรื่องสั้น  และถ้าคุณเริ่มเก่ง ค่อยขยับไปเขียนงานวรรณกรรม หรือ นวนิยายขั้นสูงต่อไป  

ข้อสังเกตหนึ่ง ที่ผมเห็นนักเขียนเก่งๆทุกคนต้องมี  คือ  พวกเขาเหล่านั้นมักเป็นนักอ่านตัวยงด้วย การอ่านงานของคนอื่น คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์งานชิ้นนั้นๆให้ได้  ถ้าคุณจะเป็นนักเขียน แต่คุณไม่รู้ว่างานชิ้นไหนดีหรือไม่ดี โอกาสที่คุณจะเป็นนักเขียนที่ดีนั้นก็ยากเต็มที 

อาวินทร์ เลียววาริณ เคยกล่าวไว้ว่า “การจะเป็นนักเขียนนอกจากจะประกอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการเช่นนกที่บินอย่างเสรีแล้ว ยังต้องอึดอย่างควาย มิใช่วางปากกาเพราะทนเห็นภาพบาดตาของต้นฉบับลงตะกร้าบ่อยๆไม่ได้”  

สุดท้าย ผมอยากฝากคำพูดสักเล็กน้อย “จงเขียนเพราะอยากเขียน ไม่ใช่เขียนเพราะอยากให้มีคนชม ถ้างานคุณดีจริง คำชมมักจะตามมาเอง”  หวังว่าคงเป็นประโยชน์ตามสมควรแก่เวลา ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ครับ 

ป.ล. ถือว่าเป็นการแบ่งปันความรู้ที่ได้ฟังมาครับ ถูกผิดอย่างไร ก็อย่าว่ากันนะครับ เพราะทุกอย่างที่ทำไป ทำด้วยเจตนาที่ดีกับเพื่อนๆทั้งสิ้นครับ 

ต้นกล้า 28/07/57

โดย ทีเคต้นกล้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net