วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง [อิสราเอล-ปาเลสไตน์]



The crowds outside the Israeli embassy, London, today [27 july].

Police estimate that 45,000 people marched from the embassy to the heart of government today
in a massive show of solidarity with Gaza. Speakers called for an end to Britain's arms trade with Israel.

Protests were held across the UK today, from Edinburgh to Hastings, Cardiff to Cambridge



    สงครามด้านตะวันตกริมชายแดนเอเชีย เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย หรือกี่ร้อยกี่พันปีผ่านไปแล้วก็ตาม ล่าสุดสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสในแผ่นดินปาเลสไตน์ ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 796 คนแล้ว ภายหลังอิสราเอลยิงระเบิดถล่มโรงเรียนซึ่งเป็นศูนย์อพยพของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    จนถึงวันนี้ สงครามด้านตะวันตกในหนใหม่นี้ก็ยังไม่มีวี่แววจะสงบลง ขณะที่นานาชาติ รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับ ได้ออกมาต่อต้านสงคราม และต่างเรียกร้องให้มีข้อตกลงหยุดยิงทั้งสองฝ่ายโดยทันที เพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียเฉพาะหน้า รวมถึงสหรัฐอเมริกาและองค์การสหประชาชาติเอง ต่างก็กำลังหาวิธีการเพื่อยุติการโจมตีระลอกใหม่ครั้งนี้

    ขณะที่ท่าทีประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแถลงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา และร่วมกันหาแนวทางสู่สันติภาพ รวมถึงเรียกร้องไปยังประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่ม Quartet ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหภาพยุโรป และสหประชาชาติ ได้แสดงบทบาทให้นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศทั้งสองสามารถอยู่เคียงข้างกันได้อย่างสันติได้ ก่อนที่จะมีแรงงานไทยชาวจังหวัดน่านได้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศในอิสราเอลในเวลาต่อมา  

    สงครามระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เกิดการปะทะขึ้นบ่อยครั้งในลักษณะนี้มาตลอดกว่าร้อยปีที่ผ่านมา ว่ากันว่าสงครามระลอกใหม่นี้มีข้ออ้างว่า จากกรณีเยาวชนของอิสราเอลโดนอุ้มหายไป 3 คน นายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกมากล่าวหากลุ่มฮามาสว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าว และได้นำกำลังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ทันที แต่ในระหว่างค้นหาได้จับกุมและทำร้ายสมาชิกฮามาส รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติของปาเลสไตน์กว่า 600 คน สังหารชาวปาเลสไตน์ไป 7 คน กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางข้อครหาถึงหลักฐานเท็จที่อิสราเอลอ้างถึง

    อย่างไรก็ตาม หากเราจะทำความเข้าใจถึงความขัดแย้งของแนวรบด้านตะวันตก ในแผ่นดินปาเลสไตน์และประเทศอิสราเอลอย่างแท้จริง คงต้องย้อนอดีตไปสู่รากฐานความขัดแย้งเมื่อหลายพันปีก่อน และย้อนมาถึงความคิด จิตวิญญาณของผู้คนในยุคสมัยปัจจุบัน ที่ยังฝังรากฐานความเชื่อ ความเกลียดชังเมื่อครั้งก่อนกันอยู่สืบทอดจนถึงวันนี้ เพราะถ้าโลกไม่คลี่คลายความขัดแย้งเรื่องนี้ สงครามคงไม่มีวันยุติ และแนวรบด้านตะวันตก เหตุการณ์ย่อมไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนเดิม

    ซึ่งจริงๆ แล้ว แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้เกี่ยวพันกันตั้งแต่เรื่องราวการตั้งประเทศของชาวยิว หรือที่เรียกว่าชาวฮีบรู เมื่อกว่า 4 พันปีก่อน ซึ่งเริ่มต้นจากการอพยพและการตกไปเป็นทาสในอียิปต์ ก่อนจะอพยพกลับมาภายใต้การนำของ “โมเสส” มาสู่ดินแดนที่เรียกว่า "ปาเลสไตน์" ที่พวกเขาเข้าใจว่าเป็นดินแดนพันธสัญญาตามความเชื่อทางศาสนา และได้ตั้งอาณาจักรของชาวยิวขึ้นในดินแดนดังกล่าว ซึ่งมีกลุ่มชนชาวปาเลสไตน์ได้สร้างชุมชนของตนเองขึ้นมาตั้งนานแล้วเช่นกัน

    ต่อมาแผ่นดินถูกยึดครองโดยกลุ่มชนหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นบาบิโลน อัสสิเรียน เปอร์เซีย กรีก หรือโรมัน จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 4 แผ่นดินปาเลสไตน์ก็ตกเป็นของชาวคริสต์ จักรพรรดิ "คอนสแตนติน" ได้สร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในกรุงเยรูซาเลม จนกลายเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนาที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาจาริกแสวงบุญกันมากขึ้น 

    แต่ต่อมาเกิดสงครามการแย่งชิงดินแดน และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชนต่างๆ เรื่อยมา ในปี ค.ศ.636 ในสมัยเคาะลีฟะฮ์ “อุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ” ผู้นำรัฐอิสลามที่มีกำลังทหารมากมาย ยึดครองแผ่นดินเปอร์เซียทั้งหมด ได้เข้าปลดปล่อยแผ่นดินซีเรียและปาเลสไตน์ จนประชากรที่เคยนับถือคริสต์ก็เริ่มแปรเปลี่ยนมานับถืออิสลามมากขึ้น จนกลายเป็นชาวมุสลิมไปจนเกือบทั้งหมด จนชาวคริสเตียนไม่พอใจและนำไปสู่การประกาศ “สงครามครูเสด” ระหว่างปี ค.ศ.1099-1187 ในระหว่างได้เข้ายึดครองนั้น มุสลิม ยิว และชาวคริสเตียนที่อาศัยอยู่ ได้ถูกสังหารหมู่และได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมากมาย แต่ต่อมาฝ่ายมุสลิมก็เป็นฝ่ายชนะในสงครามในปี ค.ศ.1187 ภายใต้การนำของ “ซาลาดิน” และนำกฎหมายอิสลามกลับมาปกครองแผ่นดินนี้อีกครั้งหนึ่ง 

    จนในปี ค.ศ.1897 กลุ่มไซออนนิสต์ ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยชาวยิวหัวก้าวหน้าส่วนหนึ่ง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายคือทวงดินแดนปาเลสไตน์กลับมาเป็นของชาวยิว นำชาวยิวกลับมาตั้งถิ่นฐานเดิม และสร้างชาติของตนเองบนแผ่นดินปาเลสไตน์ ตามความเชื่อทางศาสนาถึงดินแดนพันธสัญญาในบัญญัติของพระคัมภีร์ที่ว่า 'พระเจ้าได้ประทานดินแดนแห่งนี้ให้กับชาวยิว' พวกเขาได้เข้ากว้านซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินเดิมชาวอาหรับอย่างถูกกฎหมาย และใช้วิธีการแทรกซึมทีละน้อยอย่างแยบยล

    หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ดินแดนปาเลสไตน์ถูกอังกฤษเข้ายึดครอง ทำให้ชาวยิวเริ่มอพยพกลับเข้ามาอยู่ทีละเล็กทีละน้อย ภายหลังรัฐบาลอังกฤษได้ออกคำประกาศบัลฟูร์ ในปี ค.ศ.1917 ซึ่งประกาศว่าปาเลสไตน์จะเป็นแผ่นดินสำหรับชาวยิว โดยการสนับสนุนของกลุ่มนายทุนชาวยิวที่ยึดครองเศรษฐกิจสงคราม และธนาคารกลางของยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ดร.เชม ไวซมานน์ (Chaim Weizmann) สมาชิกกลุ่มไซออนนิสต์ ศาสตราจารย์ชาวยิวแห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของประเทศอังกฤษ ซึ่งช่วยอังกฤษชนะสงครามโดยการคิดสูตรเคมีในการสร้างวัตถุระเบิดเพิ่มเติม ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอลในปี 1917 ขณะที่ในตอนนั้น ชาวยิวมีจำนวนเพียง 8% ของประชากรปาเลสไตน์และเป็นเจ้าของดินแดนเพียง 2.5% เท่านั้น

    ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จำนวนมากจากนโยบายของฮิตเลอร์ พวกเขาหนีตายไปยังที่อื่น จนเกิดนิคมชาวยิวขึ้นมากมายในแผ่นดินปาเลสไตน์ จนชาวอาหรับดั้งเดิมต้องอพยพไปอยู่ในที่ทุรกันดารมากขึ้นในช่วงดังกล่าวจนเกิดความขัดแย้ง หลังสงครามสิ้นสุดลง สหประชาชาติได้มีมติแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็น 2 ส่วนให้กับชาวยิว จนในที่สุดปี ค.ศ.1949 เมืองที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาคริสต์ ศาสนายิว และศาสนาอิสลาม คือเมืองเยรูซาเลม ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล ที่มีคนเชื้อสายยิวเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

    จากจุดนี้เองได้นำไปสู่ชนวนเหตุแห่งกรณีพิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และเกิดสงครามในแนวรบด้านตะวันตกนี้เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นสงครามในปี ค.ศ.1967 อิสราเอลได้โจมตีอียิปต์ จอร์แดน และซีเรีย ประธานาธิบดีนัสเซอร์แห่งอียิปต์ ผู้ก่อตั้ง "องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์" (PLO : Palestine Liberation Organization) จึงได้ส่งกองกำลังทหารจากความร่วมมือของ 7 ชาติอาหรับ เข้าโจมตีอิสราเอล แต่ผลพวงของสงครามคืออิสราเอลที่มีกำลังน้อยกว่ากลับชนะ และยึดดินแดนของฝ่ายชาติอาหรับมาเป็นของตน ไม่ว่าจะเป็นเขตกาซาตะวันออก ชายฝั่งตะวันตกบางส่วนของแม่น้ำจอร์แดน ที่เรียกว่าเขตเวสต์แบงก์ นครเยรูซาเลมฝั่งตะวันออก และอื่นๆ ทำให้เขตแดนของปาเลสไตน์มีเนื้อที่เล็กลงเรื่อยๆ จนเหลือเฉพาะบริเวณเวสต์แบงค์และฉนวนกาซาเท่านั้น

    ปัจจุบันกลุ่มการเมืองของปาเลสไตน์แบ่งขั้วออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฟาตะห์ ที่ยอมรับการเจรจาโดยวิธีทางการทูต และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ พวกเขาเข้าดูแลเขตเวสต์แบงก์ และตั้งรัฐบาลรัฐปาเลสไตน์ได้สำเร็จ ขณะที่อีกกลุ่มคือ กลุ่มฮามาส กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ไม่นิยมการเจรจาทางการทูต พวกเขาแบ่งพื้นที่ปกครองและมีอิทธิพลในเขตฉนวนกาซา โดยถูกอิสราเอลมองว่าเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงมาโดยตลอด 

    สงครามแนวรบด้านตะวันตกคงไม่มีวันจบ หากทั้งสองฝ่ายยังต้องการยึดครองและอ้างถึงแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แต่เพียงฝ่ายเดียว โลกเรามาไกลเกินกว่าสงครามครูเสดแล้ว เพราะแท้จริงแล้วโลกคือแผ่นดินของทุกคน ดั่งคำขวัญที่ว่า "The World is Our Country, The Humanity is Our Homeland”.

 

Stand for Palestine!! Protest in Ireland for palestine.


(เผยแพร่ครั้งแรก: คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2557)




ตำนานและความเป็นมาแห่งแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนแห่งพันธสัญญาในพระคัมภีร์และสงครามพันปี บนแผ่นดิน "ปาเลสไตน์"

Nina Paley is an artist that created this scene as part of a larger animated project she was working on, but this scene alone which is about the land called Israel/Palestine has been trending and had people talking about it all over the web. It really does put every conflict over land into context, doesn’t it?


โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net