วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันได ๔ ขั้น สอนเขียนเรียงความ


บันได ๔ ขั้นสอนเขียน “เรียงความ”

...การสอนเขียนเรียงความที่ครูหลายคนบ่นว่ายาก หากจับประสบการณ์นำฝึกทักษะมิให้ก้าวกระโดด ก็ไม่ยากเกินกว่าจะฝึกฝนให้เขียนกันได้จริงๆ นะครับ แต่ที่ครูมักพบว่าหลังการสอน “วิธีการเขียนเรียงความ” แล้ว ผู้เรียนมักจะเขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่พึงประสงค์ นั่นก็เพราะครูพลาดขั้นตอนไปสอน “วิธีเขียน” ก่อนนั่นเอง การที่ผู้เรียนจะเรียงความได้ไม่ใช่จากการรู้วิธีเขียน แต่จะเขียนได้จากความมีทักษะพื้นฐานทีละขั้นตอนต่างหาก ทางเลือกออกจากความล้มเหลวในที่นี้จึงขอให้ครู “หยุดสอนวิธีเขียน” แล้วมาเริ่ม “นำพาผู้เรียนฝึกปฏิบัติไปทีละขั้นพร้อมๆ กับครู” ดังนี้สิครับ

ขั้นที่หนึ่ง – ฝึกให้ผู้เรียนเขียนบรรยายสั้นๆ สิ่งต่างๆ ตามที่เห็น ตามที่ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส หรือตามที่สัมผัสรู้สึก ตามที่รับรู้ เพียงสั้นๆ ก่อน กระทั่งชำนาญ จึงค่อยเพิ่มความยาว

ขั้นที่สอง – เมื่อฝึกบรรยายได้แล้ว ให้ต่อยอดฝึกเขียนโวหารต่างๆ เริ่มจากอุปมาโวหารง่ายๆ พรรณนาโวหารสั้นๆ และโวหารอื่นๆ โดยเขียนถึงสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ตามที่พบที่เห็นและที่สัมผัสรับรู้เพียงประโยคสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเรียบเรียงให้ยาวขึ้นเท่าที่ทำได้

ขั้นที่สาม - ครั้นเมื่อแน่ใจว่าการเรียบเรียงภาษาใช้ได้ ให้เริ่มฝึกเล่าเรื่องสั้นๆ และยาวๆ จากประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ หรือเล่าความรู้สึกนึกคิด กระทั่งพัฒนาเป็นการแสดงทัศนะอย่างมีเหตุมีผลที่กลมกลืนกับเรื่องราว ฝึกให้ชำนาญอีกระยะเวลาหนึ่ง

ขั้นที่สี่ – จากนั้นให้ครูแสวงหาตัวอย่างเรียงความที่ดี นำมาให้ผู้เรียนฝึกอ่าน ฝึกสังเกตวิธีเขียน การจับประเด็น ศิลปะการใช้ภาษา วิธีย่อหน้า วิธีอ้างอิง รวมทั้งกลวิธีขึ้นต้นและลงท้าย แล้วให้ผู้เรียนทดลองฝึกเขียนอิงแบบ กระทั่งเขียนอิสระได้ และเขียนเรียงความสร้างสรรค์ในที่สุด

...ข้อควรคำนึงปฏิบัติสำคัญในการสอนก็คือ ทุกขั้นตอนของการฝึกนั้น ครูผู้สอนจะต้องฝึกตนให้ทำได้ทำเป็นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่สามารถสร้างแรงศรัทธาและปฏิบัติการนำฝึกให้เห็นเป็น รูปธรรมแก่ผู้เรียนได้จริงจังนะครับ

ศิวกานท์ ปทุมสูติ
ทุ่งสักอาศรม ๐๓.๐๘.๒๕๕๗
 
รูปภาพ : บันได ๔ ขั้นสอนเขียน “เรียงความ”

...การสอนเขียนเรียงความที่ครูหลายคนบ่นว่ายาก หากจับประสบการณ์นำฝึกทักษะมิให้ก้าวกระโดด ก็ไม่ยากเกินกว่าจะฝึกฝนให้เขียนกันได้จริงๆ นะครับ แต่ที่ครูมักพบว่าหลังการสอน “วิธีการเขียนเรียงความ” แล้ว ผู้เรียนมักจะเขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่พึงประสงค์  นั่นก็เพราะครูพลาดขั้นตอนไปสอน “วิธีเขียน” ก่อนนั่นเอง  การที่ผู้เรียนจะเรียงความได้ไม่ใช่จากการรู้วิธีเขียน แต่จะเขียนได้จากความมีทักษะพื้นฐานทีละขั้นตอนต่างหาก  ทางเลือกออกจากความล้มเหลวในที่นี้จึงขอให้ครู “หยุดสอนวิธีเขียน” แล้วมาเริ่ม “นำพาผู้เรียนฝึกปฏิบัติไปทีละขั้นพร้อมๆ กับครู” ดังนี้สิครับ

ขั้นที่หนึ่ง – ฝึกให้ผู้เรียนเขียนบรรยายสั้นๆ สิ่งต่างๆ ตามที่เห็น ตามที่ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส หรือตามที่สัมผัสรู้สึก ตามที่รับรู้ เพียงสั้นๆ ก่อน กระทั่งชำนาญ จึงค่อยเพิ่มความยาว 

ขั้นที่สอง – เมื่อฝึกบรรยายได้แล้ว ให้ต่อยอดฝึกเขียนโวหารต่างๆ เริ่มจากอุปมาโวหารง่ายๆ  พรรณนาโวหารสั้นๆ  และโวหารอื่นๆ โดยเขียนถึงสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ตามที่พบที่เห็นและที่สัมผัสรับรู้เพียงประโยคสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเรียบเรียงให้ยาวขึ้นเท่าที่ทำได้ 

ขั้นที่สาม - ครั้นเมื่อแน่ใจว่าการเรียบเรียงภาษาใช้ได้ ให้เริ่มฝึกเล่าเรื่องสั้นๆ และยาวๆ จากประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ หรือเล่าความรู้สึกนึกคิด กระทั่งพัฒนาเป็นการแสดงทัศนะอย่างมีเหตุมีผลที่กลมกลืนกับเรื่องราว ฝึกให้ชำนาญอีกระยะเวลาหนึ่ง 

ขั้นที่สี่ – จากนั้นให้ครูแสวงหาตัวอย่างเรียงความที่ดี นำมาให้ผู้เรียนฝึกอ่าน ฝึกสังเกตวิธีเขียน การจับประเด็น ศิลปะการใช้ภาษา วิธีย่อหน้า วิธีอ้างอิง รวมทั้งกลวิธีขึ้นต้นและลงท้าย แล้วให้ผู้เรียนทดลองฝึกเขียนอิงแบบ กระทั่งเขียนอิสระได้ และเขียนเรียงความสร้างสรรค์ในที่สุด

...ข้อควรคำนึงปฏิบัติสำคัญในการสอนก็คือ ทุกขั้นตอนของการฝึกนั้น ครูผู้สอนจะต้องฝึกตนให้ทำได้ทำเป็นเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่สามารถสร้างแรงศรัทธาและปฏิบัติการนำฝึกให้เห็นเป็นรูปธรรมแก่ผู้เรียนได้จริงจังนะครับ
 
ศิวกานท์ ปทุมสูติ
ทุ่งสักอาศรม ๐๓.๐๘.๒๕๕๗

โดย ธมกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net