วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความปรองดอง


"ความปรองดอง"

หลังจากเข้าสู่ระยะที่สองของโรดแมฟ มีคนคิดและเริ่มพูดถึงความปรองดองกันมากขึ้น วันนี้ไทยโพสต์ลงบทความความคิดของนายวีระ มุสิกพงศ์และหลายฝ่ายคิดเรื่องความปรองดองที่จับต้องได้ ค่อนข้างหลากหลาย ขอจำแนกแค่สองแนวคิดคือของคสช.และฝ่ายเพื่อไทยหรือนปช.

 

1) คสช.มีแนวคิดให้สลายสีเสื้อจัดพื้นที่ให้คนทุกภาคส่วนได้คุยกัน ปรับทัศนคติที่เห็นต่าง ลดทิฐิมานะเพื่อประโยชน์ของประเทศ การเห็นต่างไม่ใช่เป็นสิ่งที่คนจะต้องศัตรูกัน แต่ทำอย่างไรจะอยู่ร่วมกันโดยสันติภายใต้กฎกติกาและกฎหมายร่วมกันอย่างเท่าเทียม ให้คนไทยตระหนักรู้ในการเคารพกฎหมาย มีจริยธรรมและศีลธรรม ทำผิดกฏหมายต้องได้รับโทษตามขบวนการยุติธรรม 

เครื่องมือของทหารใช้วิธีการปฏิบัติการจิตวิทยาโดยการเปิดพื้นที่ให้คนมาร่วมกิจกรรม เช่น ดนตรี งานรื่นเริงและมหกรรมสินค้าราคาต้องใจ เพื่อจูงใจให้คนเข้าร่วมงานและรู้สึกมีความเป็นมิตรที่ดีต่อกันซึ่งเป็นการเปิดทางไปสู่ความสมานฉันท์และไว้เนื้อเชื่อใจ คนไทยชอบงานรื่นเริงและมองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว ในไม่ช้าเมื่อได้พบหน้ากัน คนเห็นหน้ากันบ่อยๆทำดีต่อกันบ่อยๆ ความมึนตึงและเกลียดขี้หน้ากันก็จะลดลง เพราะคสช.มีกฎกติกาห้ามการเคลื่อนไหวทางการเมือง งดพูดถึงความเห็นต่างสักหนึ่งเรื่อง จะไม่พูดถึงสิ่งที่ผ่านมา งดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดสักระยะ ก็จะไม่คำว่าเขาว่ากันว่า...ให้ขุ่นข้องหมองใจกกัน เรื่องต่างๆก็สั้นลงและหยุดแค่นั้น เพื่อก้าวไปสู่ความหวังในการอยู่ร่วมกันอย่าสันติ คือความหวังที่จะได้เห็นประเทศไทยก้าวเดินต่อไปด้วยหลักนิติธรรมและนิติรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่ปราศจากคนเลวเข้ามาหากินและคดโกงงบประมาณแผ่นดิน ใครทำไม่ได้ถอยออกไป. ไปหากินอย่างอื่นจะได้รำ่รวยอย่ามาเป็นนักการเมือง

 


2) แนวคิดการปรองดองของนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่จะให้เกิดความปรองดองต้องใช้วิธีการอภัยโทษ ตามหลักคิดของจอมพล ป. พิบูลสงครามและพล.เอกเปรม ติณสูรานนท์ ว่าให้อภัยแก่ทุกคนทุกฝ่ายเพื่อให้บ้านเมืองคืนสู่ภาวะปรกติ นั่นหมายถึงคนที่ถูกหมายจับ ตามคำสั่งศาลและตำรวจ. จะได้ไม่ต้องหลบหน
และมีชีวติเป็นปรกติสุข ประเด็นให้ทุกรวมคนทุกฝ่ายทั้งนายทักษิณ ชินวัตรด้วย

ดิฉันคิดว่านายวีระ คิดแบบคนหน้าด้าน คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวไม่คำนึงถึงโดยหลักกฎหมาย การกระทำของผู้ที่ถูกกล่าวทั้งที่ยังไมได้พิสูจน์ว่าใครทำผิดกฎหมายหรือ จู่ๆคิดจะให้อภัยโทษแบบเหมารวม แก่คนสั่งเผาและสั่งฆ่า เป็นผู้ร่วมกระทำการด้วยย่อมฟังไม่ขึ้น  ส่วนคนมาร่วมชุมชนเพราะถูกชักชวนหรือเข้าร่วมชุมชุมโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครติดใจเอาความ แต่ข้อเสนอของนายวีระเป็นการฉวยโอกาสขอการอภัยโทษโดยไม่ยอมเข้าสู่ขบวนการกฎหมายและศาล. ดังนั้น แนวคิดของนายวีระ มุสิกพงศ์จึงรับไม่ได้และเป็นสิ่งไร้เหตุผล ไม่รับผิดในสิ่งที่ตนทำลงไป  ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแกนนำที่สร้างความเสียให้แก่บ้านเมืองอย่างร้ายแรงหากคิดว่า แนวคิดของตนถูกต้องเพียงคิดต่างแต่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายย่อมได้รับความคุ้มอยู่แล้ว ที่ออกมาพูดในครั้งนี้ย่อมแสดงพฤติกรรมและส่อให้เห็นธาตุแท้ว่าสุดท้ายก็กลัวติดคุกยาวและตายคาคุกนั่นเอง มิใช่หวังปรองดองแต่ต้องการติดขบวนของการอภัยโทษเท่านั้น

ความปรองดองตามพจนานุกรมฉบับพ.ศ 2525"หมายถึง ออมชอม ประนีประนอม ยอมกัน ไม่แก่งแย่ง ตกลงกันโดยกันไกล่เกลี่ย ตกลงด้วยไมตรีจิต"

ตามความหมามดังกล่าวข้างต้นและสภาพความเป็นจริงในสังคมไม่ว่าจะออมชอม ประนีประนอม ยอมกัน ไม่แก่งแย่ง ตกลงกันโดยการไกล่เกลี่ยต้องใช้กฎหมายเป็นตัวตั้งจะคิดแบบลอยๆ แล้วๆกันไปคงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะยุคจอมพลป.และ พลเอกเปรม มันคนละปริบท ปริบทของเสื้อแดงนั้นยากจะทำใจจริงของพึงกฎหมายอย่างเดียว ผิดก็ว่าไปตามนั้น

 

อย่ากวนน้ำให้ขุ่น น้ำนิ่งนานพอจะใช้ดื่มกินได้นะคะ

โดย พูนทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net