วันที่ อังคาร สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Holland 3-แดนกังหันลม เมื่อมาแล้วต้องไปชมกังหันลมที่ฮอลแลนด์


          หลังจากเที่ยวไปมา  1 วัน และเวลาจำกัด การเที่ยวเก็บเกี่ยว ประเทศที่อยู่คนละฟากฝั่งของประเทศไทย จึงเริ่มอีกในยามเช้า สถานที่ไม่ไกล พอไปได้ และไม่ไปเหมือนไม่ถึง คือ กังหัน เหมือนเราทั่วไปถ้ารับรู้เกี่ยวกับเนเธอแลนด์ ก็คือเมืองกันหันลม อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เมื่อไม่ได้มาดูกังหันลม ก็เหมือนมาไม่ถึง   สถานที่พวกเรากำลังเดินทางมุ่งหน้าคือ Zaanse Schanne  ที่เป็นสถานอนุรักษ์ "กังหัน" ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1574  หรือเมื่อ 440 ปี่แล้ว กังหันนี้ถูกสร้างเมื่อกว่า 400 ปี ถ้านับก็คงตรงกับสมัยอยุธยา บ้านทรงเก่าแบบพื้นเมือง  ที่เคลื่อนย้ายมาจากเมืองต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียง 35 หลัง ในช่วงทศวรรษ 1970 และการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ภายใน พร้อมจัดทำให้และเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่ ค.ศ.1994   ทำให้กังหันที่มีขนาดใหญ่เป็นพิพิธภัณฑ์สิ่งสร้างกลางทุ่ง ที่มีเสน่ห์ ใหญ่โต และใคร ๆ ก็อยากไปเที่ยว ไปถ่ายรูป  ที่มีข้อมูลว่ามีนักท่องเที่ยวมายังสถานที่แห่งนี้เฉลี่ย ไม่ตำกว่าปี 1 ล้านคน ก็ลองคำนวนสิว่าหมู่บ้านชานกรุงอัมสเตอร์ดัมแห่งนี้จะมีีรายได้ตกปีละเท่าไหร่ ถ้าผู้ท่องเที่ยวมาจ่ายค่าเข้าชม ซื้อของที่ระลึกแค่คนละ 10 ยูโร (400 บาท) เชิญติดตามเรามา 

เมื่อพวกเราลงจากพาหนะ เช่าเหมาจ่าย สิ่งที่เห็นไกล ๆ ก็คือ สิ่งนี้ ที่เรียกว่า  Zaanse Schanne  ที่ยังอยู่ด้านนอก มีน้ำล้อมรอบ เรียกว่าดูวิวไกล ฝรั่งมังค่า ไม่รู้มาจากไหน แต่อยู่ในฐานะคนเดินทางและท่องเที่ยวเหมือนเรา ก็คงน้ำลายฉอ อดใจไม่ไหว ยกกล้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก เป็นเบื้องต้น หลังจากลงรถ ที่ลานจอดรถ และเดินมาในระยะประชิดริมรั้ว เราก็เลยเอามั่ง มาเมืองกังหัน ไม่ได้มาดูกังหัน ก็ถือว่าเสียเที่ยวนะสิ เที่ยวอย่างเดียวไม่พอ "ถ่ายรูปด้วย"

เมื่อเดินเข้าไปไกล้อีกหน่อย ป้ายประชาสัมพันธ์บอกสถานที่ว่าชื่ออะไร มีอะไรเป็นจุดสำคัญ  ก็เลยได้ข้อมูลในภาพรวมอย่างทีเ่ห็นผ่านภาพที่บันทึกมา ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อ Zaanse  Schans ที่นี่เรียกว่า ซาน  ในภาพรวมที่เห็นจากแผ่นป้าย ก็มีกังหันลมที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว บ้านเก่าทรงโบราณในแบบเนเธอแลนด์  พิพิธภัณฑ์รองเท้าไม้ พิพิธภัณฑ์การทำเนย ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร แต่ถูกจัดแสดงในบ้านเก่า ที่จัดวางไว้อย่างเหมาะสม ตามแผนที่ ที่ทำไว้ เมื่อพวกเราได้ข้อมูลและเห็นภาพรวมแล้ว การเดินทางด้วยเท้า จึงเริ่มขึ้น เพื่อไปชมด้านใน 

 

เมื่อกำหนดเป้าพร้อม ไป พวกเราจึงเป็นนักเดิน แปลว่าต้องเดินเข้าไป เพื่อชมสถานที่ด้านใน ตามแผนที่ข้างหน้า และแผ่นพับที่พวกเราถือไว้ บอกที่ตั้ง รายละเอียด มีภาษาไทยต่าง ๆ แต่ไม่ยักมีภาษาไทย "ฮ่า" เกี่ยวกันไหมละนั่น ฝรั่งก็เดินเราก็เดิน เพื่อไปชมของดี เมืองเนเธอแลนด์ ดินแดนสวรรค์ของนักเดินทางในช่วงฤดูหนาวที่อากาศดี ควรค่าแก่การเดินทางและเอาภาพแบ่งปันและเล่าเรื่อง เชิญต่อไปครับ 

เขาเดินก่อน เราเดินตาม ต่างฝ่ายต่างเดิน เป้าหมายเดียวกัน การมาชมสถานที่สำคัญ และสวยงามที่มีกังหันตั้งอยู่ริมทะเลสาป มีบ้านเก่าเป็นฉากประดับ จากสถานที่จริง แต่ยังไม่ทราบเหมือนกันว่ากังหันเขาไว้ใช้ทำอะไร ปั่นไฟ ปั่นน้ำ ใช้เป็นแรงงานในการผลิตในครัวเรือน และอีกสารพัด ที่มาพร้อมกับความเจริญเติบโตของยุคสมัย 

เดินจากมุมไกล จะเห็นกังหันเรียงรายเป็นทิวแถว

ใกล้เข้ามาอีกหน่อย 

ใกล้ไปไหม 

 

ใกล้อย่างที่สุด 

ขยับให้ห่างออกหน่อยด้วยมุมกล้อง

มุมสบาย ๆ ตา แต่ที่น่าสนใจ ชาวต่างชาติเขาก็มาสนใจเหมือนที่พวกเราสนใจ คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในสถานที่สำคัญ และมีความเป็นมางทางประวัติศาสตร์ 

กังหันทั้ง 6 ตัว ที่เป็นของเก่าดั้งเดิมตั้งตระหง่าน เห็นได้ไกล แต่ไม่ได้เข้าไปดูด้านใน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น คงต้องใช้เวลามากโข เราจึงได้แค่เลียบ ๆ มอง ๆ สองด้วยกล้องเอาไว้เป็นที่ระทึกพอสมควรแก่เวลา 

กังหันลม กังหันต้องลม 

ถัดจากเรือนหมู่ของกังหัน ก็จะเป็นบ้านเรือนที่ถูกจัดแสดงไว้ เป็นบ้านจริง ๆ ที่ยังมีคนอยู่อาศัย และถูกจัดแสดงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวไว้ด้วย มูลค่าเพิ่มจากบ้านเรือน ซึ่งเป็นทรงเก่าสมัยโบราณ มีการจัดตบแต่งไว้อย่างสวยงาม พวกเรามาแล้ว ก็เลยต้องเข้าไปดู ด้วยความชอบ

 

เขาถ่ายรูป เราก็ถ่ายรูป จึงได้รูปของกันและกัน อย่างที่เห็นแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ความน่าสนใจ อยุ่ที่เรือนหมู่บ้านแบบดั้งเดิม ถ้าเทียบกับไทยคงเป็นหมู่บ้านทรงไทย บ้านไทยอีสาน บ้านไทยเหนือ เป็นต้น ที่สะท้อนถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตในแบบเดิม ในวิถีดั้งเดิม ถ้าเป็นของไทย คงถูกเรื้อและแทนที่ด้วยตึก หรือสิ่งสร้างที่มาพร้อมกับคำว่า "ทันสมัย" แต่ของเขานำมาเป็นประดิษฐกรรมสิ่งสร้างในอดีต สร้างทั้งคุณค่าของการรักษาและสะท้อนราก หรือที่มา และนำมาสร้างเป็นมูลค่า จากการท่องเที่ยว เป็นพิพิธภัณฑ์ ให้คำอธิบายและสร้างองค์ความรู้เข้าไปในเรื่องการอนุรักษ์  แปลว่าได้ทั้งเงิน และคุณค่าทางความรู้สึกแก่ผู้สร้างเจ้าของ และอนุชน ได้ทั้งความรู้ แก่ผู้เดินทางเช่นเรา ๆ 

 บางคนสงสัยว่าเอาอะไรมาให้ดู ก็ในฐานะเราคนไทย เป็นชาวพุทธ เมื่อเห็นพระพุทธรูป ก็อดไม่ได้ ที่่จะตั้งคำถามว่า ทำไมพระพุทธรูปไปอยู่ตรงนั้น ของเราเป็นสิ่งเคารพ แต่ของเขาเป็นของประดับ จัดวาง วางตั้ง  แปลว่าเราเชื่อไม่เหมือนเขา เราจึงมองว่าเขาไม่ถูก  หรือผิดตรงที่เรา ว่าเราเชื่อว่าของเราถูก ดังนั้นชุดความเชื่อเป็นเพียงปรากฏการณ์ของการสร้าง ส่วนใครเชื่อใครคงเป็นไปตามเหตุตามผล สำหรับพระพุทธรูปนี้ คงเห็นได้ทั่วไป ในชั้นของประดับตบแต่งบ้าน ในโฮมโปร ทั่วไปในยุโรป ผลิตและส่งมาจากประเทศจีน ส่วนมาวางตรงนี้ เราก็คงต้องมองว่า เราจะยึดอะไร หลัก หรือวัตถุที่สร้างเป็นตัวแทน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม แต่สิ่งนี้มีอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ในฐานะของประดับตำแต่งสวนครับ 

รั้วรอบขอบชิด แต่ไม่รู้ทำไว้กันสัตว์เข้าสัตว์ หรือไว้กันขโมย เหมือนเมืองไทย ที่หมู่บ้านสมัยใหม่ ในชื่อฝรั่งเกิดขึ้นเยอะไปหมด แต่ที่สำคัญต้องรั้วสูง มีระบบกล้องวงจรปิด เจ้าบ้านเซ็นให้เข้าออก   มียาม 2 ถึง 3 ชั้น แปลว่า สังคมเจริญก้าวหน้าขึ้น แต่ความปลอดภัย ในทรัพย์สิน ต้องลงทุน และเป็นจุดขายของคนสมัยใหม่ ที่ดิ้นรนหาด้วยชีิวิต และต้องรักษาด้วยชีวิต แม้จะมูลค่าที่แพงขึ้นก็ตาม 

 โทนสีและต้นไม้ ที่ตัดกันกับบ้านทรงโบราณ ที่งดงามสมเป็นแหล่งท่องเที่ยว บ้านเป็นวัตถุดิบ ที่มีช่วงเวลาเป็นสวนประกอบ รูปทรงและชีวิตของคนแล้วคนเล่าเป็นเรื่องประกอบ การแต่งสี จัดสวน ใส่ต้นไม้ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจัดเป็น การจัดการการท่องเที่ยว หรือออกแบบการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวัตถุดิบที่มี สร้างทั้งคุณค่าของสถานที่ มูลค่าจากการท่องเที่ยว 

 

 

 

 

 

 

 

จากด้านนอกสู่ด้านใน เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์รองเท้าและร้านขายของที่ระลึก 

เมื่อพวกเราเดินด้านนอกกันพอสมควร ต่อไปก็ไปสู่การสำรวจด้านใน ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชุมชน ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ รูปภาพเก่า ๆ ที่เล่าเรื่องอยู่ในตัวเอง เรียกว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สู่ความเป็นประวัติศาสตร์โลก แปลว่า โลกนี้เมื่อข้อมูลถึงกันที่ไหนมีข้อมูลมาก ก็สามารถแบ่งปัน และแชร์ข้อมูลสู่สาธารณะร่วมกัน 

พัฒนาการของสิ่งมีชีวิต คือการมีชีวิต ใช้ชีวิต และดำเนินชีวิต บันทึกเรื่องเล่า ผ่านภาพ ผ่านการบันทึก จึงถูกนำมาแบ่งปันที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น ของพวกเขาที่นี่ แต่ชาวต่างชาติ (ไม่รู้ว่าฝรั่งจะเรียกเราว่า "ฝรั่ง" เหมือนที่เราเรียก "เขาไหมนั่น) แต่ที่สำคัญความรู้ การจัดการความรู้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและดำเนินต่อมาอย่างต่อเนื่องและเกี่ยวเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน 

เห็นภาพแบบนี้คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก ร้านขายร้องเท้าไม้ ที่มีเทคนิคการทำในแบบของชาวยุโรป ที่ใช้เป็นเครื่องเดินทางในยามหน้านาว ป้องกันความหนาว แต่ที่น่าสนใจ คือมีกาสาธิตให้ดูถึงวิธีการทำรองเท้าด้วย เรียกว่าเสน่ห์ของการได้มาเยือน คือรองเท้าไม้ และสาธิตวิธีการทำให้ดู 

 

 

 

 

สร็จจากโซนรองเท้า ก็มีโซนอาหารการกิน ก็ต้องไปถามต่อว่าแล้วเขากินอะไร กินรองเท้าเป็นอาหารเหรอ ถามแบบนี้เดี๋ยวเอารองเท้ายัดปากเข้าให้ หุหุหุ ในวัฒนธรรมสาธิตอีกประการหนึ่งนอกเหนือจากรองเท้า คือวิิธีการทำเนย ขายเนย ซึ่งเป็นของทั้งแท้และดั้งเดิม ที่เป็นก้อน ใช้วิธีการตัดแบ่ง มีกลิ่นตามส่วนประกอบในแบบโบราณดั้งเดิม นึกว่ามีแต่กาแฟโบราณ ขนมจีนน้ำยา โบราณ แบบไทย ในตระกูลโบราณ โบราณ ต่าง ๆ ที่นี่ก็มี "เนย"และวิธีการทำเนยแบบโบราณเหมือนกัน 

 เมื่อพวกเราเดินทางท่องกันพอสมควรแก่เวลา กับสถานที่มีและใช้เวลากันพอสมควรแล้ว การเดินทางต่อและเดินทางกลับ แต่ที่น่าประทับใจและน่าสนใจก็คือ การเดินทางนอกเหนือจากเหนื่อย และเสียเงินแล้ว แต่ประสบการณ์ของการเดินทาง มุมมองใหม่ และโลกกว้างที่พวกเราเดิน มันทำให้เรารู้ว่า ในความเป็นเรา มีเขาอยู่ และในความเป็นเขา ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่ต้องค้นหา เข้าไปพบ หรือทำให้เห็นว่าที่จริงแล้วมันคือเรื่องจริง ของจริง คำว่าจริง คือชีวิตต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า พร้อมกับเงื่อนของเวลา ที่ต้องถูกใช้และกลืนกินตัวมันเองตลอดเวลา 

 

///รอชมตอนต่อไปกับการเดินทางร่องเรือในอัมสเตอร์ดัมและเดินทางต่อไปด้วยรถไฟสู่ฝรั่งเศส///

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net