วันที่ อังคาร สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลาแล้ว...ครูคีตติ้ง


          ข่าวใหญ่เช้าวันนี้ในบ้านเรา คือข่าว Robin Williams เสียชีวิต
          ผมเชื่อว่าหลายคน"รู้จัก" Robin Williams ในฐานะนักแสดงชั้นนำคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด และก็มั่นใจว่าทุกคน"ประทับใจ"ภาพยนตร์ที่เขาแสดง อาจจะเรื่องเดียวหรือหลายเรื่อง เพราะว่าไปแล้ว..โรบิน วิลเลี่ยมส์ เป็นหนึ่งในนักแสดงของฮอลลีวู้ดไม่กี่คนที่ได้เล่น"หลายบท"
          ลองไล่ชื่อหนังที่เขาแสดงว่า ผมเชื่อว่าทุกคนเคยดูอย้่างน้อย 1 เรื่อง..
          Dead Poets Society , Good Will Hunting , Good Morning, Vietnam , Mrs. Doubtfire , Hook , Patch Adams , Jumanji , What Dreams May Come , Night at the Museum ฯลฯ ขออภัยที่ไม่เขียนชื่อภาษาไทย เพราะหลายเรื่องจำชื่อไม่ได้จริง
          การเสียชีวิตเมื่อวาน(11ส.ค.2014) ซึ่งตรงกับเช้าวันนี้ในบ้านเรา ..จึงเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของฮอลลีวู้ด


          ผมคงไม่เล่าถึง"ประวัติ"ของโรบิน
          ส่วนตัวผม"รู้จัก" โรบิน วิลเลี่ยมส์ ครั้งแรกจากหนังทีวีช่อง 3 เรื่อง Mork & Mindy ในบทของ"มนุษย์ต่างดาว"ผู้น่ารัก ซึ่งแม้ผมจะชอบความน่ารักของนางเอก...แน่ละ เด็กผู้ชายมักจะชอบผู้หญิง ถ้ายังไม่เห็นผู้ชายในภาพยนตร์เป็น"วีรบุรุษ" และบทของ Mork ในละครทีวีเรื่องนั้น ก็ไม่ได้เป็น "วีรบุรุษ" แบบ"มนุษย์ค้างคาว" หรือ "ซูเปอร์แมน" กระทั่ง "ไซมอน เทมปลา" ในหนังยุคไล่ๆกัน
          แต่โรบิน วิลเลียมส์ ก็"แจ้งเกิด"ในวงการบันเทิงอเมริกาจากละครทีวีเรื่องนี้
          และโดยส่วนตัว ..ผมรู้จักเขาครั้งแรกเต็มๆจากหนังเรื่อง Dead Poets Society
          "ครูครับ..เราจะสู้เพื่อฝัน" ชื่อหนังเรื่องนี้ที่เป็น"ภาษาไทย"ผมเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยรู้จักและยกให้เป็น"หนังในดวงใจ" จากบทบาทของ"ครูจอห์น คีตติ้ง" ที่มุ่งสอนให้เด็ก"คิดเป็น" มากกว่าที่จะให้เชื่อตามที่"เขาว่า.."
          "ครูคีตติ้ง" กลายเป็นสัญญลักษณ์ของการเรียนการสอนในฝันของคนจำนวนมาก และถึงวันนี้ Dead Poets Society ก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงเสมอ เมื่อมีการพูดถึงระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นที่มุมไหนของโลก ที่"ผู้ใหญ่"ยังอยากให้เด็ก"เชื่อ"ในสิ่งที่"เขาว่า..."
          โดยไม่(เคย)สอนให้เด็ก"คิดเอง" ที่เป็นแนวทางและรูปแบบการสอนของครูคีตติ้ง


          ผมอยากพูดถึง Dead Poets Society มากกว่านี้..
          เนื่องเพราะอย่างที่เขียนถึงไว้สั้นๆว่า นี่คือการพลิกโฉม"ความคิด"ของระบบการเรียนการสอน(ทั่วโลก)ที่ถูกฉายภาพผ่านภาพยนตร์ ที่แสดงให้เห็นถึง"แนวคิดโบราณ"ของคนรุ่นพ่อที่(ยัง)ต้องการให้"ลูก"เดินตามรอย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ทหาร หรือวิศวกร ...
          ขณะที่ครูคีตติ้งยืนยันว่า นั่นไม่ใช่ชีวิต
          “We don't read and write poetry because it's cute. We read and write poetry because we are members of the human race. And the human race is filled with passion. So medicine, law, business, engineering... these are noble pursuits and necessary to sustain life. But poetry, beauty, romance, love... these are what we stay alive for.”
          "เราไม่ได้อ่านและเขียนบทกวีเพราะมันน่ารัก เราอ่านและเขียนบทกวีเพราะเราเป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความรัก ยา กฎหมาย ธุรกิจ วิศวกรรม ... สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมและความจำเป็นในการดำรงชีวิต แต่บทกวี, ความงาม, โรแมนติก, ความรัก ... นี่คือสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่.."
          นี่คือคำสอนของ"ครูคีตติ้ง" ที่บอกลูกศิษย์....
          ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่เพราะงาน แต่งานทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่างหาก


          นับจากวันนี้...โลกจะไม่มีอีกแล้ว โรบิน วิลเลี่ยมส์
          ผมขอไว้อาลัยนักแสดงคนหนึ่ง ที่ผ่านบทบาทมากมายบนจอเงินและจอแก้ว
          ใครจะจารึกและจดจำเขาในบทบาทไหนก็อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคล
          แต่สำหรับผม ผมจะจดจำเขาในฐานะ"ครูคีตติ้ง" และผมเชื่อที่เขาบอก เรามีชีวิตอยู่(ได้) เพราะโลกยังมีบทกวี ความงาม ความโรแมนติกและความรัก
          และบทกวี ...ไม่มีวันตาย
          ขอบคุณครับคุณครูคีตติ้ง...เราจะสู้เพื่อฝันต่อไป

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net