วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2557

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชวนกันไปแช่น้ำร้อน นอนดูน้ำตก ขึ้นเขากระโจม @ ราชบุรี


วันหยุดยาวเราวางแผนที่จะหาที่พักผ่อนใกล้ ๆ ไม่ต้องเดินทางไกล เลยมาตกลงกันที่ราชบุรี

เส้นทางท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านสถานที่แรกคือ

ถ้ำเขาบิน

มีพื้นที่ภายในถ้ำประมาณ 5 ไร่ แบ่งออกเป็น 8 ห้องใหญ่ ทางเดินวนเข้า-ออก ประมาณ 500 เมตร มีหินงอก หินย้อย เสาหิน ประดับด้วยไฟฟ้าสีต่าง ๆ ให้ชมความสวยงามอย่างชัดเจน อากาศข้างในถ้ำค่อนข้างร้อนอบอ้าว 

เราจึงใช้เวลาอยู่ไม่นาน ออกมาปากถ้ำลมเย็นวูบมาปะทะตัว ห่างกันไม่กี่ก้าวแต่สภาพอากาศแตกต่างกันอย่างมาก แวะปิดทองไหว้พระ และทำบุญพระประจำวันเกิด พระท่านจะพูดโดยใช้เครื่องขยายเสียง คอยชักชวนให้คนที่มาเที่ยวชมถ้ำ ร่วมกันทำบุญ บูรณะวัด พร้อมพรมน้ำมนต์ให้ศีลให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคล

ปากทางเข้าถ้ำจะพบกับต้นกระดังงาไทย ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ ทรงปลูกเมือวันที่ 26 ก.พ. 2529

โป่งยุบ

ชื่อเรียกขาน"โป่งยุบ"มาจากคำว่า "โป่ง" คือพื้นดินที่ชื้นแฉะที่มีเกลือแร่ปะปนอยู่ซึ่งสัตว์ป่าชอบลงมาขุดกินและ"ยุบ" คือการทรุดตัวของพื้นดินบริเวณนั้น ชาวบ้านจึงเรียกรวมกันว่า"โป่งยุบ"ตามลักษณะของพื้นดินบริเวณนั้น

โป่งยุบเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน ที่เกิดจากการกระทำของน้ำใต้ดินรวมทั้งการกัดเซาะของลมและฝน ทำให้เหลือส่วนที่เป็นดินที่แข็งเอาไว้ กลายเป็นเสาดิน และม่านดิน ทำให้เกิดลักษณะโตรกผารูปร่างแปลกๆ

ที่มา WWW.เมืองราชบุรี.com

เป็นที่ส่วนบุคคลค่ะ ขับเลยไปเลยมาอยู่หลายรอบ ให้สังเกตป้าย(เล็ก) ดี ๆ นะคะ ถ้าขับเร็วมีหวังเลย ยิ่งเมาท์มอยซอยเก้าแบบเราแล้ว ขับเข้าไปโป่งจะอยู่ทางขวามือ เก็บค่าเข้าชมต่างชาติ ท่านละ 80 บาท คนไทย  40 บาท และไม่เห็นว่ามีกำหนดเวลาเข้าชม เราเดินอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 12.30-13.30 น. คนเก็บเงินเดินมาตาม เนื่องจากเราเป็นรถคันเดียวที่จอดอยู่

ครั้งแรกพี่ท่านตะโกนถามว่า ดูรอบแล้วใช่ไหม? ซึ่งเราก็คิดไปว่า มาดูแลลูกค้า ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ทิ้งระยะสักพักเดินมาตามอีกบอกว่าจะปิดแล้ว ในขณะที่เรายืนมองหลุมที่ยุบตัวอยู่ด้านบน แบบนี้...

เรามองหน้ากันด้วยความสงสัย  เราเสียค่าเข้าชม และยังชมไม่เสร็จ เร่งกันแบบนี้ ความสนุกหายวับ

พูดเสร็จ เขาขี่มอไซส์ออกไปรอตรงปากทางเข้า จับประตูรั้วเตรียมเลื่อนปิด ดูท่าทางจะออกไปข้างนอก

เราลืมร่มไว้ตรงโป่ง ไม่มีเวลาแม้จะเดินกลับไปเอา เป็นร่มพับ UV สีดำ

ถ้าเห็นช่วยเก็บเอามาใช้ด้วยนะคะจะได้ไม่เสียของ

ออกจากโป่งมาจะผ่านรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่สร้างเลียนแบบขอนไม้ แวะทานข้าว ใจคิดว่าคงไม่อร่อย แต่หิว มองซ้ายมองขวา มีแต่หญ้าคา เต็มสองข้างทาง บ่ายแก่แล้วตัดใจ เอาเว้ยเฮ้ย...

ผิดคาด...ที่นี่ปลาทับทิมทอด ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มอร่อยมากๆ ตัวละ 120 บาท อดไม่ได้ที่จะถามว่าทอดอย่างไร เขาบอกใช้ไฟแรงมาก ขอบอกว่าภาพที่เห็นไม่สวยงามแต่รสชาติมันตรงข้ามนะเจ้าคะ

http://4.bp.blogspot.com/-TtBo3JzONAw/U-9irUNLG5I/AAAAAAAAFZI/tLA1pxlXsV0/s1600/page4.jpg

ทานเสร็จก็คิดว่าจะเข้าไปนอนเล่นที่รีสอร์ทที่จองไว้ ไม่ออกไปไหนแล้ว คืนนี้เราพักกันที่นี่ค่ะ

เรากลิ้ง ๆ เกลือก ๆ นอนบ้าง เดินเล่นบ้างในรีสอร์ท สั่งอาหารเย็นทานในนี้เลย เขามีบริการ

จนกระทั่งเกือบเที่ยงของวันรุ่งจึงได้เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก

ทางผ่าน The Scenery Vintage Farm มีรถให้เลือก 4 แบบ ใครอยากขี่คันไหน กรุณาต่อคิว...

 

ต่อด้วยตลาดน้ำ Veneto

ที่นี่เขาแจกจ่ายความรักกันเกือบทั่วตลาด

ก่อนตรงดิ่งไปที่ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

ป้ายที่เขาติดไว้อธิบายดังนี้ค่ะ :-

เป็นธารน้ำร้อนที่เกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วไหลซึมผ่านลงไปในดิน แล้วไหลลงสู่ชั้นหินแกรนิตเบื้องล่างตามรอยร้าวรอยเลือน ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จากปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงเกิดช่องว่างให้สารเหลวร้อนใต้พิภพแผ่ความร้อนขึ้นมา เป็นเหตุให้น้ำที่ซึมลงไปมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนกลายเป็นไอเกิดแรงดันทำให้น้ำร้อนพุ่งขึ้นสู่ผิวดิน แล้วไหลไปตามลาดเขา ไปบรรจบกับห้วยบ่อคลึงกลายเป็นธารน้ำร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงสุด 56 C

เห็นติดป้ายไว้ว่าเป็นต้นธารน้ำร้อน เลยเดินลงไปดู สุดทางตรงนี้ มีน่้ำไหลลอดออกมาจากซอกหิน

ซึ่งเราไม่แน่ใจว่า ต้นธารอยู่ตรงไหน ลองเอานิ้วแตะดู น้ำร้อนอยู่ค่ะ

มีบริการสระอาบน้ำแร่  ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลายเส้น ลดไขมัน ลดความดัตโลหิตสูง

กล้ ๆ เป็นน้ำตกเก้าชั้น ไปนอนเล่นฟังเสียงน้ำตกกันดีไหม

แหล่งกำเนิดของน้ำตกเก้าโจน อยู่บริเวณสันปันน้ำซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ รางลา (รางลา เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่าที่ราบสูง) บนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ประกอบกับมีฝนตกชุกโดยต่อเนื่อง ก่อให้เกิดธารน้ำจากธรรมชาติไหลผ่านจากตอนกลางของเทือกเขามายังบริเวณด้าน ล่างนับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทางรวมประมาณ 25 กิโลเมตร แต่สำหรับประชาชนทั่วไปนั้นสามารถเข้าเที่ยวชมได้เพียง 9 ชั้น เท่านั้น เนื่องจากชั้นต่อไปมีสภาพเป็นเขาสูงชันและหุบเหวลึก อาจได้รับอันตราย

เก้าโจน หมายถึง โจน (กระโจน กระโดด โพน หรือ เต้น) ของน้ำ ในน้ำตกลดหลั่นลงมาตามชั้นต่างๆ ของหินผาเก้าชั้นด้วยกัน  อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรีบริเวณนี้เป็นหินอัคนี ประเภทหินแกรนิต เปลือกโลก ซึ่งเคลื่อนไหลอยู่ตลอดเวลา ได้เกิดรอยเลื่อน

เกิดขึ้นในบริเวณนี้เนื่องจากหินผาได้รับแรงกดดันไม่เท่ากันเกิดอาการเลื่อนไหล หรืออาการเคลื่อนย้ายที่ รอยเลื่อน เนื่องจากเป็นหินแกร่ง ไม่ผุกร่อนง่าย ๆ เมื่อมีลำธารไหลผ่านบริเวณนี้น้ำในลำธารจึงไม่อาจกัดเซาะให้ผาน้ำตก เหว้าแหว่งได้

ทำให้ปรากฏเห็นเป็นน้ำกระโจนลงมาจากหน้าผา รอยเลื่อนเป็นน้ำตกที่แปลกตาไปกว่าน้ำตกอื่น ๆ เรียกว่า น้ำตกผารอยเลื่อน(Fault Block Waterfall) เมื่อไหลผ่านหินแกรนิตแกร่งซึ่งปรากฏอาการโจนลงมาพาน้ำอันใสเย็นไปสู่แม่น้ำภาชี อันเป็นลำน้ำสายสำคัญของแม่น้ำกลองที่รู้จักกันอยู่แล้วอย่างแพร่หลายโดยทั่วไป www.เที่ยวราชบุรี.com

 

 คืนที่สอง เราเลือกที่พักที่ค่อนข้างเงียบสงบค่ะ

เงียบจริงๆ สัญญานโทรศัพท์ไม่มี ใช้ได้เป็นบางค่ายเพราะถูกล้อมด้วยภูเขา แต่ทางรีสอร์ทเขามี Free wifi ให้นะไม่เป็นไรนอนเร็วหน่อย เพราะเช้าเราจะไปขึ้นเขากระโจมกัน

เขากระโจมอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนกั้นไทยกับพม่า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดราชบุรี

อยู่สูง 1,045 เมตร จากระดับน้ำทะเล การขึ้นไปบนเขากระโจมต้องใช้รถโฟร์วิล 4x4 เนื่องจากถนนหนทางไม่ง่ายนักที่จะใช้เก๋งตะกุย ตะกายดิน ไต่ระดับ ความชันขึ้นไป  ถึงจะเป็นขาลุย แต่ขารถคงลุยไม่ไหว ติดต่อกลุ่มรักษ์เขากระโจมเลยค่ะ เขามีบริการในอัตรา :-

  1. เอารถไปจอด ขึ้นจากตรงเขากระโจม 1,500 บาท
  2. ไปรับที่รีสอร์ท 1,500 บาท เป็นราคาฐาน บวกเพิ่ม 100 / 200 /  300 บาท แล้วแต่ความใกล้ไกลของสถานที่ท่านพักเราโดนบวกไป 300 บาท ในฐานะที่พักไกลไปหน่อย

กลุ่มรักษ์เขากระโจม คือกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยดับไฟป่า และดูแลการล่าสัตว์บนเขากระโจม และยังเป็นหน่วยประสานกับกลุ่มต่าง ๆ ที่จะขึ้นไปช่วยกันทำฝายแม้ว ชะลอน้ำ หรือมีโครงการรวบรวมเงินทำบุญจากฝั่งไทย ไปช่วยกันสร้างเจดีย์ในฝั่งพม่าให้แล้วเสร็จ มีรถอยู่ในกลุ่มประมาณ 30 คัน คิดว่าทุกคันคงกำศึกมาพอ ๆ กัน เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ ไปคันไหนก็เชื่อมือได้

ติดต่อให้รถมารับที่รีสอร์ทตรงแผนกต้อนรับประมาณ ตี 5 เรามาช้านิดหน่อย เห็นเขาจอดเก๋งรออยู่แล้ว ทักทาย Say Hi ! แล้วก็กระโดดขึ้นไปนั่งหลังรถอย่างไว เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น คุณไก่ขับมาเปลี่ยนรถก่อนขึ้นเขากระโจม เปิดกระจกทั้งสองบาน ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาอากาศสดชื่น งานนี้ใช้แต่แอร์กี่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเท่านั้นนะคะ

จากด่านเจ้าหน้าที่ ขับขึ้นเนิน 1000 ฐาน ตชด.ประมาณ 8 กม. แต่เป็น 8 กิโลที่ หัวสั่นหัวคลอนมาก เด้งซ้ายที ขวาที กระดอนขึ้นลงแล้วแต่คนขับจะจัดให้...เป็นทางลาดชัน ต้องอาศัยความชำนาญของคนขับ จะได้ยินเสียงกลุ่มรักษ์ฯ เขา ว.ถามสภาพการณ์กันตลอด จริงบ้าง ยิงมุกใส่กันบ้าง ตามธรรมชาติของคนเล่น ว. ซึ่งเขาจะรู้นัยกันเอง

แวะพักจุดแรกก่อนขึ้นเนิน 1000 คันแรกนำร่องไปก่อนละครับ

ลมแรง ละอองฝน  ครบสูตร ที่จะไม่เกิดทะเลหมอก โอ้ พระเจ้า ไม่นะ !

นักท่องเที่ยวเยอะมากจน กาแฟ / โอวัลติน ไม่พอขายมีจำหน่ายในราคาถ้วยละ 20 บาท

ฟ้าไม่เปิด ทะเลหมอกไม่มี มีแต่หมอกลอยฟุ้งฟริ๊งเต็มไปหมด ละอองหมอกควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ หล่นใส่หัวเราจนเปียก ลมเย็นและพัดแรงเป็นช่วง ๆ ไปลุ้นกันเอาเองนะคะคุณผู้อ่าน ว่าจะได้เห็นทะเลหมอกหรือไม่ ส่วนเราวันนี้หมดสิทธิ์ลุ้น

7.30 น. ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กในสภากาแฟ ที่ทำให้เรานึกขำคือ

ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวถามใครคนหนึ่งว่า ขึ้นมาบนนี้ ทำไมไม่เห็น ตชด.สักคน ?

คำตอบของ ใครคนนั้น คือ “ยังไม่ตื่น” เงียบกันไปทั้งห้องประชุม 5 วิ

ครอีกคนเก็ทไอเดียว่า ” เมื่อคืนคงลาดตระเวนดึก”

แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันลงมติพร้อมกันว่า “เห็นชอบ”

 

ถึงศาลเจ้าพ่อเขาคอด จุดชมวิวระหว่างทาง อากาศไม่หนาวเย็นเหมือนข้างบน ด้านข้างศาล มีจุดชมวิวอีกแห่ง ซึ่งเขาเดินนำทางไป ให้เราเดินตาม เนื่องจากเป็นจุดลงเนินเขาจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลื่นไถลลงไปก็นู๊นเลย ...เบื้องบนคือแผ่นฟ้ากว้าง เบื้องล่างคือธารน้ำใส...

 

 

ตะกุยดิน ตะลุยน้ำ 4X4 บ่ยั่นค่ะ

การเช่ารถเดินทางขึ้นเขากระโจม ถ้าคุณไม่เข้าไปดูน้ำตกผาแดง ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 200 เมตรเขาจะพาไปชมไร่องุ่นปัญญาสวรรค์ กับสวนกล้วยไม้แทน หน้านี้มีทาก ยังไม่อยากบริจาคเลือด สำหรับเราขอบายค่ะ.

:-แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ-:

 

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net